โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที

2 แนวคิดสู่ความสำเร็จของ ซันดาร์ พิชัย จากหนุ่มอินเดียที่ไม่รู้จัก Gmail สู่ซีอีโอของ Google

BT Beartai

อัพเดต 20 ต.ค. 2564 เวลา 12.35 น. • เผยแพร่ 20 ต.ค. 2564 เวลา 08.59 น.
2 แนวคิดสู่ความสำเร็จของ ซันดาร์ พิชัย จากหนุ่มอินเดียที่ไม่รู้จัก Gmail สู่ซีอีโอของ Google

ซันดาร์ พิชัย (Sundar Pichai) ถือเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงคนหนึ่งของวงการเทคโนโลยีแต่มีข่าวพูดถึงเขาค่อนข้างน้อย (เมื่อเทียบกับอีลอน มัสก์, บิล เกตส์, มาร์ก ซักเกอร์เบิร์ก หรือเจฟฟ์ เบโซส) อาจจะด้วยนิสัยที่ค่อนข้างเก็บตัวจึงไม่ค่อยออกสื่อมากเท่าไหร่ ชายชาวอินเดียวัย 49 ปีคนนี้รับไม้ต่อในฐานะซีอีโอของ Google ต่อจากผู้ก่อตั้งและซีอีโอ แลร์รี เพจ (Larry Page)

ตอนที่พิชัยเดินทางมายังสหรัฐอเมริกาครั้งแรก ในปี 1995 เขาสอบได้ทุนเรียนปริญญาโทจากมหาวิทยาลัย Indian Institute of Technology Kharagpur (IIT) ในประเทศอินเดีย นั่นเป็นครั้งแรกที่เขาได้ขึ้นเครื่องบินและค่าเดินทางนั้นเทียบเท่ากับเงินเดือนของพ่อที่ทำงานมาตลอดทั้งปีเลยทีเดียว

เขาเรียนจบสาขาวัสดุศาสตร์ ต่อด้วยวุฒิ MBA จากโรงเรียนธุรกิจวอร์ตันในมหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย หลังจากเรียนจบก็ไปทำงานที่บริษัทที่มีชื่อเสียงอย่าง McKinsey และเข้าสมัครงานที่ Google ในเวลาต่อมาด้วยความเชื่อที่ว่าอินเทอร์เน็ตเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดที่จะนำเทคโนโลยีเข้าถึงทุก ๆ คน วันที่ไปสัมภาษณ์งานเป็นวันที่ 1 เมษายน 2004 ซึ่งเป็นวันที่ Google เปิดตัวบริการ Gmail พอดี คนที่สัมภาษณ์ก็ถามพิชัยว่าคิดยังไงกับ Gmail บ้าง ซึ่งสำหรับพิชัยที่ไม่รู้จักบริการนี้มาก่อน เขาตอบผู้สัมภาษณ์ไปอย่างซื่อสัตย์เลยว่า “ไม่รู้จัก” และหลังจากนั้นคนสัมภาษณ์ก็เอาบริการนี้มาโชว์ให้เขาดูและเขาก็พยายามเข้าใจก่อนจะนำเสนอไอเดียใหม่ ๆ เพื่อทำให้มันดียิ่งขึ้น หลังจากผ่านการสัมภาษณ์เขาก็กลายเป็นพนักงานของ Google ที่ทำผลงานได้อย่างโดดเด่นมาโดยตลอดจนกระทั่งได้รับตำแหน่งซีอีโอในปี 2015

พิชัยเล่าเรื่องนี้ในการกล่าวปาฐกถาพิธีรับปริญญาออนไลน์ของคลาส 2020 ผ่านยูทูบ

แนวคิดแรกที่เขาบอกในการทำงานให้ประสบความสำเร็จคือ

1. Find Your Passion (หาแรงบันดาลใจของคุณให้เจอ)

“หาเวลาเพื่อที่จะหาสิ่งที่ทำให้คุณตื่นเต้นมากกว่าทุกอย่างในโลกใบนี้”

การตามหาแรงบันดาลใจนั้นต้องใช้ความกล้าหาญ การตามหาบางอย่างที่เรารักนั้นจะไม่เหมือนกับสิ่งที่พ่อแม่ เพื่อน หรือสังคมต้องการหรือคาดหวังจากเรา เขาเล่าว่าถ้าเขายังเรียนตามที่พ่อแม่ต้องการ ตอนนี้เขาอาจจะได้เป็นด็อกเตอร์ ซึ่งนั่นก็น่าจะทำให้พ่อแม่ของเขาภูมิใจอย่างมาก แต่มันก็ทำให้เขานั้นพลาดโอกาสในการใช้เทคโนโลยีเพื่อสร้างประโยชน์ให้กับสังคมและคนทั้งโลก และเขาก็คงไม่ได้มายืนในตำแหน่งซีอีโอของ Google อย่างแน่นอน

แรงบันดาลใจสำหรับพิชัยนั้นไม่ใช่แค่เรื่องของความสนใจในเรื่องใดเรื่องหนึ่งเท่านั้น แต่แรงบันดาลใจสำหรับพิชัยนั้นเหมือนเป็นความเชื่อที่ยึดมั่น เป็นเรื่องที่ทำแล้วสามารถทำให้คนอื่นหรือโลกใบนี้เป็นโลกที่ดีขึ้นกว่าเดิม และนั่นก็นำมาซึ่งแนวคิดที่สองนั้นก็คือ

2. ไล่ตามแรงบันดาลใจด้วยมุมมองที่เปิดกว้าง

“Open mind” คือคำที่พิชัยเลือกใช้สำหรับแนวคิดนี้ เขารู้ดีว่าแรงบันดาลใจของเขาคือเทคโนโลยี แต่เขาก็ไม่ปิดกั้นว่าเทคโนโลยีจะพาเขาเดินไปทางไหนได้บ้าง ยกตัวอย่างหลังจากที่เรียนจบเขาไปทำงานให้กับบริษัทผลิตเซมิคอนดักเตอร์ (Semiconductor) เพราะรู้สึกว่านี่อาจจะเป็นทางที่ทำให้เขาสามารถไปถึงสิ่งที่เขาต้องการได้

แต่พอทำไปได้สักพักใหญ่ ๆ แนวคิดของเขาก็เปลี่ยนไป เขาเริ่มเห็นแล้วว่าอินเทอร์เน็ตน่าจะเป็นเทคโนโลยีที่เข้าถึงคนได้มากที่สุดและสร้างประโยชน์มากที่สุด เมื่อมุมมองตรงนี้เปลี่ยนเขาก็ต้องเปลี่ยนที่ทำงาน นั่นก็คือเหตุผลว่าทำไมเขาถึงไปสมัครงานที่ Google ก่อนที่จะเป็นหนึ่งในผู้ริเริ่มสร้างเบราว์เซอร์ Chrome ที่กลายมาเป็นเบราว์เซอร์ที่ได้รับความนิยมมากเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก

“คุณจะทำให้โลกนี้ดีขึ้นในทางของคุณเอง แม้จะไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไง สิ่งที่สำคัญคือมีมุมมองที่กว้าง เปิดใจเพื่อหาสิ่งที่คุณรักให้เจอ”

อ้างอิง 1 อ้างอิง 2

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...