ทองแพง-คนเทขาย หวั่นร้านทองเล็กขาดสภาพคล่อง-เริ่มตีเช็ค
"ทองคำ" ผันผวนหนัก หวั่นราคาทองแพงทะลุเพดานลูกค้าเทขาย ร้านทองรายเล็กขาดสภาพคล่องสั่งตีเช็ค ลูกค้าเลือกความน่าเชื่อถือยอมเดินทางเข้ากรุงเทพ-เยาวราชซื้อ ขายกับห้างทองใหญ่ สมาคมทองเตรียมออก SRO ล้อมกรอบทองออนไลน์-ทองทิพย์ ย้ำทองที่ขายในร้านทองต้องเป็นทองที่ซื้อไปขายคืนได้ ไม่ใช่ของสะสม-งานศิลป์
นางสาวฐิภา นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG) เปิดเผยกับ การเงินธนาคาร ว่า จากกระแสข่าวร้านทองเริ่มมีการตีเช็คแทนการจ่ายเงินสดในภาวะที่ราคาทองผันผวนและปรับตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากการติดตามสถานการณ์พบว่า ร้านทองในเยาวราชยังมีการจ่ายเงินสดปกติ ดังนั้นกระแสข่าวที่ออกมาอาจเป็นร้านทองในต่างจังหวัด ซึ่งต้องรับซื้อทองรูปพรรณเข้ามาหลอมทำให้จำเป็นต้องบริหารสภาพคล่อง
“จากการพูดคุยสอบถามกับร้านทองในเยาวราชพบว่า “สภาพคล่อง” ยังปกติ หลาย ๆ แห่งมีการจ่ายเช็คเป็นปกติอยู่แล้วเช่น “ฮั่วเซ่งเฮง” เมื่อลูกค้ามีการขายทองร้านจะจ่ายเช็คให้ลูกค้านำมาขึ้นเงินที่ธนาคารกรุงเทพบริเวณใกล้เคียง เพราะฉะนั้นภาพรวมยังปกติ”
อย่างไรก็ดีที่ผ่านมามีกระแสข่าวทองปลอมและประเด็นทองศิลปะซึ่งมีมานาน แต่อาจมีปัญหาในการสื่อสารให้ผู้บริโภครับรู้ เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่าคนคาดหวังว่าเมื่อซื้อไปแล้วจะขายได้ในราคาซื้อ แต่ในความเป็นจริง ๆ งานเหล่านี้มี“ค่าแรง” ที่หนัก
“คนเคยชินกับการซื้อทองคำแท่งแล้วไม่มีค่ากำเหน็ด แต่งาน “Custom” งาน“สั่งทำ” ที่ไม่ใช่งานปั้ม ค่าแรงสูงมากเป็นปกติบางชิ้นงานค่าแรงอาจสูงถึง 2 แสนบาทก็มี ดังนั้นแม้ว่าราคาทองจะปรับตัวขึ้นขายออกไปก็ยังไม่ได้กำไร”
ดังนั้นในปี 2568 นี้ทางสมาคมค้าทองคำมีแผนจะออก “SRO” เพื่อกำกับร้านทองออนไลน์เพื่อช่วยกรองระดับหนึ่ง เช่นต้องมีทุนจดทะเบียนตามที่สมาคมกำหนด มี Auditor เข้ามาตรวจสอบ ฯลฯ ในลักษณะสมัครใจซึ่งจะได้ใบรับรองจากสมาคมเพื่อสร้างความมั่นใจให้ผู้ซื้อ
“สมาคมเห็นปัญหามาสักระยะเช่น ทองปลอม เว็บไซต์ปลอม โดยเฉพาะเคสร้านเล็ก ๆ ในต่างจังหวัดที่มีปัญหา เพราะฉะนั้นต้องมีทุนจดทะเบียนมากหน่อย เบื้องต้นคาดว่าจะไฟนอลภายในสิ้นปีนี้ โดยเฟสแรกจะเริ่มจากร้านทองรายใหญ่ 14-15 รายเป็นกลุ่มนำร่อง เพราะปัญหาคือไม่ใช่ทุกร้านทองในประเทศเป็นสมาชิกของสมาคมฯ บางจังหวัดมีการรวมกลุ่มเป็นชมรม ซึ่งสมาคมพยายามดึงตัวแทนชมรมเข้ามาเป็นที่ปรึกษาและช่วยกระจายข่าวลงไปถึงร้านทองในจังหวัดต่างๆ”
ขณะที่ นายกีรดิต หิรัณยศิริ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ MTS GOLD เปิดเผยกับ การเงินธนาคาร ว่า หนึ่งในความกังวลของผู้บริโภคในภาวะที่ราคาทองยังพุ่งสูงต่อเนื่องคือ ร้านทองจะมีสภาพคล่องในการซื้อทองคืนหรือไม่หากเกิดแรงเทขาย ซึ่งช่วงที่ผ่านมาเริ่มเห็นร้านทองที่สภาพคล่องไม่ดีมีการตีเช็คให้ลูกค้าที่นำมาทองมาขาย เพราะฉะนั้นลูกค้ารายย่อยต้องระวังและเลือกร้านทองที่น่าเชื่อถือ
ทั้งนี้สมาคมค้าทองคำมีความกังวลกับผู้ค้าทองรายย่อยซึ่งเริ่มมีปัญหาพอสมควร โดยเข้ามากำกับดูแลมากขึ้น ทั้งเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบ และในอนาคตอันใกล้จะมีการเช็คทุนจดทะเบียนขั้นต่ำตามที่สมาคมฯกำหนด มีระบบการตรวจสต๊อกทองที่ดีที่ไม่ใช่ระบบเถ้า-เชื่อใจ แต่ต้องเป็นระบบมาตราฐานที่ครอบคลุมมากขึ้น
“ในสมาคมฯ เริ่มมีการคุยกันว่าต่อไปต้องเริ่มมีการตรวจร้านทองถี่ขึ้น ให้ร้านทองส่งงบการเงินที่ผ่านสำนักบัญชีให้สมาคมฯ เช็คเบื้องต้น เช่น ทุนจดทะเบียนมากกว่า 40 ล้านบาท มีกำไรทุกปี เพื่อให้มีสภาพคล่องที่สามารถตอบโจทย์ดีมานด์ลูกค้าได้ โดยเฉพาะร้านทองต่างจังหวัดที่น่าห่วงมากกว่าร้านทองในกรุงเทพ
และสินค้าที่อยู่ในร้านทองต้องเป็นทองจริงสามาถซื้อและขายคืนได้ ไม่ใช่ของสะสม ศิลปะ เพราะด้วยมายด์เซ็ทคนเมื่อเข้าร้านทองทุกอย่างควรเป็นทอง ซึ่งตอนนี้สมาคมฯ เริ่มมีการควบคุมมากขึ้น แต่สุดท้ายสำหรับนักลงทุนเองต้องเลือกร้านที่มีความเชื่อถือและมีประวัติการเงินที่ดี
อย่างไรก็ตามเชื่อว่าคนไทยจะไม่เลิกซื้อทองแต่เลือกร้านมากขึ้น ยอมเดินทางเข้ากรุงเทพ-เยาวราชเพื่อมาซื้อทอง เพราะไม่ว่าอย่างไรก็ตามทองคำยังเป็นสินทรัพย์ที่อยู่ในกระแส เมื่อมีข่าวร้านเล็กเริ่มมีปัญหา ร้านใหญ่ก็จะได้อานิสงส์มากขึ้น”