โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

ทำไมเป็นมะเร็งปอดแบบไม่รู้ตัว | โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์

Bumrungrad International

อัพเดต 16 มิ.ย. 2568 เวลา 02.57 น. • เผยแพร่ 12 มิ.ย. 2568 เวลา 03.09 น.

ปัจจัยเสี่ยงของมะเร็งปอด

  • การสูบบุหรี่ สำหรับคนที่สูบบุหรี่จัด หรือสูบมากกว่า 30 แพ็คเยียร์ หมายความว่าสูบบุหรี่มากกว่าวันละ 1 ซอง ติดต่อกันเป็นเวลา 30 ปี ถือว่าเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดมะเร็งปอด
  • ใกล้ชิดคนสูบบุหรี่ กลุ่ม Second-hand smoker หรือผู้ที่ได้รับควันบุหรี่มือสอง ซึ่งแม้ว่าจะไม่ได้สูบบุหรี่เอง แต่หากอาศัยอยู่ในบ้านเดียวกับผู้สูบบุหรี่ หรือสูดดมควันบุหรี่เข้าไป รวมถึงการสัมผัสกับสิ่งของที่มีสารก่อมะเร็งจากมือของผู้สูบบุหรี่ แล้วไปสัมผัสตามสิ่งของต่างๆ คนอื่นที่มาสัมผัสต่อก็ถือว่าอยู่ในกลุ่มนี้เช่นกัน และถือเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งปอด
  • สิ่งแวดล้อม ปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ ได้แก่ เรื่องของสิ่งแวดล้อม มลพิษต่างๆ สารเคมี รวมไปถึง ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ซึ่งอาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรังในปอด และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งปอดได้เช่นเดียวกัน
  • พันธุกรรม อีกหนึ่งปัจจัยที่เริ่มมีการศึกษาและวิจัยเพิ่มเติมในปัจจุบันก็คือ พันธุกรรมภายในครอบครัว โดยเฉพาะในกรณีที่มีญาติสายตรงระดับที่ 1 หรือระดับที่ 2 ที่ป่วยเป็นมะเร็งปอดบางชนิด ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคได้มากขึ้น ทั้งนี้ความเสี่ยงก็ขึ้นอยู่กับจำนวนของญาติสายตรงที่เคยเป็นโรคนี้ด้วยเช่นกัน งานวิจัยเกี่ยวกับเรื่องนี้ยังคงมีการพัฒนาและเผยแพร่ออกมาอย่างต่อเนื่อง

เหตุผลที่ต้องตรวจคัดกรอง (Screening) มะเร็งปอด

โดยส่วนใหญ่ผู้ป่วยที่ตรวจพบว่าเป็นมะเร็งปอดมักจะมาพบแพทย์ในระยะที่ 3 หรือ 4 แล้ว ซึ่งหมายความว่าโรคได้ลุกลามไปมากพอสมควร อาจทำให้เกิดคำถามตามมาว่า เหตุใดจึงไม่มีอาการมาก่อน และทำไมถึงมารู้ตัวเมื่อโรคอยู่ในระยะที่ค่อนข้างมากแล้ว สาเหตุที่เป็นเช่นนี้ เนื่องจาก ปอดเป็นอวัยวะขนาดใหญ่ อยู่ภายในช่องอกทั้งสองข้าง และอาการของโรคจะปรากฏหรือไม่ขึ้นอยู่กับตำแหน่งของก้อนมะเร็ง หากก้อนอยู่ใกล้หลอดลม ผู้ป่วยอาจมีอาการเร็วกว่าปกติ เช่น อาการไอเรื้อรัง ไอเป็นเลือด เป็นต้น จึงสามารถมาพบแพทย์ได้เร็วกว่า แต่หากก้อนมะเร็งอยู่ที่ชายปอด ซึ่งไม่ได้ติดกับอวัยวะสำคัญอื่น อาการอาจไม่แสดงออกในระยะแรก เมื่อทราบอีกครั้งก็มักจะเป็นระยะที่มากแล้ว การตรวจคัดกรองโรคมะเร็งปอดจึงมีความสำคัญมาก โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยง

วิธีตรวจคัดกรองมะเร็งปอด

การตรวจคัดกรองมะเร็งปอดทำได้หลายวิธี วิธีพื้นฐานที่สามารถทำได้ทุกโรงพยาบาลคือ

  • การเอกซเรย์ปอดแบบ 2 มิติ แต่การตรวจด้วยวิธีนี้มีข้อจำกัดค่อนข้างมาก
  • CT Scan Screening (Low Dose CT) แบบ 3 มิติที่ให้ภาพคมชัดมากขึ้น โดยที่โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์มีการนำเครื่อง Photon Counting CT Scan เข้ามาใช้ ซึ่งแตกต่างจาก CT แบบเดิมๆ ตรงที่สามารถให้ภาพที่คมชัดสูง เห็นรายละเอียดของก้อนเนื้อ เม็ดเลือด เส้นเลือดต่างๆ ได้ชัดเจนขึ้น ขณะเดียวกันผู้ป่วยได้รับปริมาณรังสีลดลง จึงปลอดภัยมากกว่า

การรักษามะเร็งปอดในระยะ 3-4

สำหรับผู้ป่วยมะเร็งปอดในระยะ 3 และระยะ 4 ปัจจุบันมีการพัฒนายาหลายกลุ่ม เช่น

  • ยามุ่งเป้า (Targeted Therapy)
  • ยาเสริมภูมิคุ้มกัน (Immunotherapy)
  • การตรวจหายีนกลายพันธุ์ เพื่อให้สามารถเลือกใช้ยาที่เหมาะสมที่สุดกับผู้ป่วยแต่ละรายได้

ที่โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ เรามีทีมแพทย์สหสาขาวิชา (Multidisciplinary Team) หรือ Bumrungrad Lung Cancer Consortium ซึ่งประกอบด้วยแพทย์เฉพาะทางในทุกสาขาที่เกี่ยวข้องกับโรคมะเร็งปอด ช่วยวางแผนดูแลรักษา เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดสำหรับผู้ป่วย

โดย รศ.พญ. ธัญนันท์ ใบสมุทร แพทย์เฉพาะทางด้านมะเร็งวิทยา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...