โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

วังหน้าองค์สุดท้ายสมัยอยุธยา คือ “เจ้าฟ้า” พระองค์ใด?

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 23 ก.ค. 2568 เวลา 03.36 น. • เผยแพร่ 22 ก.ค. 2568 เวลา 03.47 น.
ภาพวาดกรุงศรีอยุธยา วาดโดย Struys Jan Janszoon ค.ศ. 1681 (พ.ศ. 2224)

วังหน้าองค์สุดท้ายสมัยอยุธยา คือ “เจ้าฟ้า” พระองค์ใด?

กรมพระราชวังบวรสถานมงคล หรือ “วังหน้า” โดยนัยคือว่าที่พระมหากษัตริย์พระองค์ต่อไป แต่เอาเข้าจริงก็ไม่ได้มีกฎเกณฑ์ระบุไว้อย่างตายตัว ทำให้หลายครั้งในหน้าประวัติศาสตร์ เกิดความขัดแย้งหรือถึงขั้นแย่งชิงราชสมบัติระหว่างวังหน้า ที่มักเป็น “พระราชอนุชา” ของพระมหากษัตริย์ กับ “พระราชโอรส” ของพระมหากษัตริย์ (ติดตามอ่านได้ท้ายบทความ)

เรื่องราวเกี่ยวกับวังหน้ามีมากมาย แต่ในบทความนี้ขอจำเพาะเจาะจงไปที่ “วังหน้าองค์สุดท้ายสมัยอยุธยา” คือ กรมพระราชวังบวรมหาเสนาพิทักษ์

ผศ. ดร. นนทพร อยู่มั่งมี เล่าเรื่องนี้ไว้ในผลงาน “สถิตสายขัตติยราช: ธรรมเนียมการสืบราชสมบัติไทย” (สำนักพิมพ์มติชน) ว่า

กรมพระราชวังบวรมหาเสนาพิทักษ์ (เจ้าฟ้าธรรมาธิเบศร์ หรือเจ้าฟ้ากุ้ง หรือกรมขุนเสนาพิทักษ์) ทรงเป็นพระราชโอรสพระองค์ใหญ่ในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ ซึ่งก่อนหน้าการสถาปนาตำแหน่งวังหน้า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศอาจทรงมีพระทัยเลือกระหว่าง “ลูกชายคนโต” กับ “หลาน” คือ กรมขุนสุเรนทรพิทักษ์ (เจ้าฟ้านเรนทร์) พระราชโอรสพระองค์โตในสมเด็จพระเจ้าท้ายสระ พระเจ้าแผ่นดินพระองค์ก่อน ซึ่งขณะนั้นเจ้าฟ้ากรมขุนสุเรนทรพิทักษ์ทรงอยู่ในร่มกาสาวพัสตร์

กรมขุนสุเรนทรพิทักษ์ทรงเป็น “หลานรัก” ของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ เห็นได้จากเหตุการณ์ตอนที่กรมขุนเสนาพิทักษ์ทรงให้พระองค์เจ้าเทิดและพระองค์เจ้าชื่นออกไปเชิญกรมขุนสุเรนทรพิทักษ์เข้าวัง โดยอ้างว่ามีพระบรมราชโองการให้เข้าเฝ้า แต่กรมขุนเสนาพิทักษ์กลับประทุษร้ายต่อกรมขุนสุเรนทรพิทักษ์ ใช้พระแสงฟันจีวรขาด

เมื่อสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศทรงทราบก็พิโรธและโปรดให้ชำระความ พระองค์เจ้าเทิดและพระองค์เจ้าชื่นต้องพระราชอาญาด้วยท่อนจันทน์ ส่วนกรมขุนเสนาพิทักษ์ทรงหนีไปบวชหลบราชภัย

อย่างไรก็ตาม ภายหลังสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศทรงสถาปนากรมขุนเสนาพิทักษ์ขึ้นเป็น “กรมพระราชวังบวรมหาเสนาพิทักษ์” วังหน้าในรัชกาลของพระองค์ โดยทรงหารือกับขุนนางร่วมด้วย ปรากฏหลักฐานในพระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา ฉบับพันจันทนุมาศ (เจิม) ว่า

“ครั้น ณ เดือน 5 ปีระกาตรีนิศก พระราชโกษา บ้านวัดระฆัง กราบทูลว่าจะขอให้สมเด็จพระเจ้าลูกเธอกรมขุนเสนาพิทักษเป็นกรมพระราชวัง จึงดำรัสให้ปรึกษาอัครมหาเสนาทั้งปวง ครั้นพร้อมกันเห็นควรแล้ว พระเจ้าอยู่หัวก็โปรดให้เจ้าฟ้ากรมขุนเสนาพิทักษ ดำรงถานานุศักดิ์อุปราชโดยประเพณี”

การแต่งตั้งพระราชโอรสเป็นวังหน้า เกิดขึ้นหลังจากสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศทรงขึ้นครองราชย์แล้วหลายปี คือ ทรงครองราชย์ตั้งแต่ พ.ศ. 2276 และการสถาปนาวังหน้าก็เกิดขึ้นหลังจากกรมขุนสุเรนทรพิทักษ์สิ้นพระชนม์เมื่อ พ.ศ. 2284 จึงสันนิษฐานได้ว่า อาจเป็นเพราะยังไม่ทรงไว้วางพระทัยในความประพฤติของพระราชโอรสก็เป็นได้

แม้จะทรงขึ้นเป็นวังหน้า แต่กรมพระราชวังบวรมหาเสนาพิทักษ์ยังต้องทรงเผชิญความขัดแย้งกับพระราชโอรสในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศอีกกลุ่มหนึ่งที่ประสูติแต่พระสนม ได้แก่ กรมหมื่นจิตรสุนทร กรมหมื่นสุนทรเทพ และ กรมหมื่นเสพภักดี หรือที่เรียกกันว่า “กลุ่มเจ้าสามกรม”

ความบาดหมางทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น กระทั่งกรมพระราชวังบวรมหาเสนาพิทักษ์ทรงพิจารณาลงโทษเจ้านายกลุ่มนี้ด้วยการโบยหลัง ในข้อหาว่า “เจ้ากรมเป็นแต่หมื่น จัดกันในกรมตั้งขึ้นเป็นขุน แล้วทำสูงกว่าศักดิ์”

แต่แล้ววันหนึ่ง วังหน้าก็ทรงเพลี่ยงพล้ำจนได้ เพราะทรงถูกเจ้านายในกลุ่มนี้กล่าวหาว่า “กรมพระราชวังบวรสถานมงคล เสด็จเข้ามาทำชู้ด้วยเจ้าฟ้านิ่ม เจ้าฟ้าสังวาร ถึงในพระราชวังหลวงเป็นหลายครั้ง” นำสู่การไต่สวนที่ได้ความตามข้อกล่าวหา สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศจึงทรงพิจารณาโทษถึงขั้นสิ้นพระชนม์

กรมพระราชวังบวรมหาเสนาพิทักษ์ (เจ้าฟ้าธรรมาธิเบศร์) จึงทรงเป็นวังหน้าองค์สุดท้ายสมัยอยุธยา เพราะรัชกาลต่อมาก็มิได้ทรงสถาปนาเจ้านายพระองค์ใดในตำแหน่งนี้อีกเลย

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

นนทพร อยู่มั่งมี. สถิตสายขัตติยราช: ธรรมเนียมการสืบราชสมบัติไทย. กรุงเทพฯ : มติชน, 2567

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 22 กรกฎาคม 2568

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : วังหน้าองค์สุดท้ายสมัยอยุธยา คือ “เจ้าฟ้า” พระองค์ใด?

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...