โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

กลุ่มบริษัทอิโตชูยักษ์ธุรกิจเทรดดิ้งดังระดับโลกจากญี่ปุ่นยุติการลงทุนในเครือของกลุ่มซีพี ปิดฉากลงทุนมานาน 10 ปี ขายหุ้นทั้งหมด 20% เก็บกำไรขายหุ้นกว่า 27,000 ล้านบาท อิโตชูยันเป็นดีลลงทุนยาวที่ดี แต่หลักการบริษัทชัดเจนยุติลงทุนเมื่อขาดทุนติดต่อกัน 3 ปี

BTimes

อัพเดต 25 พ.ค. 2568 เวลา 20.39 น. • เผยแพร่ 24 พ.ค. 2568 เวลา 04.28 น. • อัพเดตข่าวหุ้น ธุรกิจ การเงิน การลงทุน การตลาด การค้า สุขภาพ กับ บัญชา ชุมชัยเวทย์ - BTimes.Biz

นายสึโยชิ ฮาชิมูระ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน หรือซีเอฟโอ กลุ่มบริษัทอิโตชู (Itochu) ซึ่งเป็นกลุ่มบริษัทขนาดยักษ์ใหญ่ในธุรกิจซื้อขายสินค้าระหว่างประเทศ หรือเทรดดิ้งชั้นนำระดับโลกจากประเทศญี่ปุ่น เปิดเผยว่า กลุ่มอิโตชูยุติการลงทุนถือหุ้นข้ามบริษัทในเครือกลุ่มเจริญโภคภัณฑ์ หรือกลุ่มซีพีของประเทศไทย ที่ลงทุนมาเป็นเวลานานถึง 10 ปี การสิ้นสุดการลงทุนดังกล่าวจะมีขึ้นในช่วงฤดูใบไม้ผลิที่กำลังจะมาถึงนี้

การปิดฉากลงทุนอย่างยาวนานถึง 10 ปีดังกล่าว ส่งผลให้กลุ่มบริษัทอิโตชูได้รับผลกำไรจากการดำเนินงานรวมกับกำไรจากส่วนต่างการขายหุ้นทั้งหมดออกจากการลงทุน รวมสะสม 120,000 ล้านเยน หรือ 841 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 27,753 ล้านบาท ถือว่าเป็นการร่วมลงทุนที่ดีสำหรับอิโตชู

สาเหตุที่กลุ่มบริษัทอิโตชูยุติการลงทุนกับกลุ่มซีพีด้วยการขายหุ้นทั้ง 25% ทั้งหมดในบริษัทซีพี โภคภัณฑ์ หรือ CPP ซึ่งเป็นบริษัทแกนหลักของกลุ่มซีพีนั้น ซีเอฟโอ กลุ่มบริษัทอิโตชู กล่าวว่า เนื่องจากนับตั้งแต่เดือนเมษายนผ่านมา อิโตชูได้เงินสดประมาณ 170,000 ล้านเยน หรือกว่า 38,760 ล้านบาท มาจากเงินปันผลพิเศษ และการขายหุ้น การขายหุ้นทั้งหมด 25% ออกจากบริษัทซีพีพีในครั้งนี้จะส่งผลให้มีกําไรเพียงครั้งเดียวประมาณ 88,000 ล้านเยน หรือกว่า 20,064 ล้านบาทภายในปีสิ้นสุดปีงบประมาณเดือนมีนาคม 2026 นี้

อย่างไรก็ตาม กลุ่มอิโตชูยังคงลงทุนกับกลุ่มซีพีในธุรกิจเนื้อหมูในแคนาดาที่มีชื่อว่าฮายไลฟ์ แคนาเดียน และในธุรกิจอื่นๆ ด้วย บริษัทฯ มีธุรกรรมทางธุรกิจกับซีพีในธุรกิจอื่นๆ เช่น อาหาร โลหะ เคมีภัณฑ์ ซึ่งมียอดขายรวมปีละประมาณ 50,000 ล้านเยน หรือกว่า 11,400 ล้านบาท และสามารถจะให้ความร่วมมือกันได้ถึงแม้ว่ากลุ่มอิโตชูและกลุ่มซีพีจะไม่ได้ถือหุ้นลงทุนซึ่งกันและกันอีกต่อไป

อย่างไรก็ตาม รายได้ของกลุ่มอิโตชูที่ขาดทุนมาถึง 3 ปีติดต่อกันจากการลงทุนในบริษัทซีพี โภคภัณฑ์ หรือซีพีพี เมื่อนับถึงสิ้นสุดปีงบประมาณเมื่อเดือนมีนาคม 2024 ผ่านไป เป็นหนึ่งในปัจจัยของการตัดสินใจยุติการลงทุนทั้งหมดกับบริษัทซีพีพีหรือไม่นั้น ซีเอฟโอ กลุ่มบริษัทอิโตชู กล่าวว่า หลักการการลงทุนของกลุ่มบริษัทอิโตชูระบุชัดเจนว่า ธุรกิจใดก็ตามที่มีผลการดำเนินงานขาดทุนติดต่อกันถึง 3 ปี จะต้องยุติและถอนการลงทุนทั้งหมด

ซีเอฟโอ กลุ่มบริษัทอิโตชู กล่าวต่อไปว่า บริษัทซีพี โภคภัณฑ์ หรือซีพีพี มีผลการดำเนินงานขาดทุนมีสาเหตุจากความผันผวนของราคาหมูในประเทศจีน และเวียดนาม ดังนั้น เมื่อการลงทุนตกอยู่ในความเสี่ยงของภาวะผันผวนของตลาดหมูจึงไม่เป็นสิ่งที่ดีแน่ กลุ่มบริษัทอิโตชูจึงตัดสินใจดังกล่าว

ซีเอฟโอ กลุ่มบริษัทอิโตชู กล่าวต่อไปว่า แม้จะเป็นบริษัทใหญ่ทั้งคู่ก็ตาม ในแง่ความแตกต่างในนโยบายการบริหารจัดการธุรกิจกลายเป็นปัจจัยที่ทำให้กลุ่มบริษัทอิโตชูต้องยกเลิกการลงทุนทั้งหมดนั้น ต้องยอมรับว่าทั้ง 2 บริษัทเป็นพันธมิตรมานานกว่า 10 ปี และมีความสัมพันธ์ที่ไว้วางใจระหว่างผู้นำของทั้ง 2 บริษัท

กลุ่มซีพีก็ยังทําธุรกิจในประเทศแถบเอเชีย เช่น ร้านสะดวกซื้อในประเทศไทย และร้านค้าปลีกในอินเดีย แนวทางการทำธุรกิจดังกล่าวไม่ได้เป็นสถานการณ์ของมุมมองที่แตกต่างกันระหว่างกลุ่มบริษัทอิโตชู และกลุ่มซีพี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...