โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

SET ชี้หุ้นไทยเห็นแสงปลายอุโมงค์ หลังสถานการณ์โลกผ่อนคลาย พร้อมเปิดแผนร่วมมือ Nasdaq ยกระดับการกำกับดูแลรอบด้าน

Wealthy Thai

อัพเดต 14 ต.ค. 2568 เวลา 02.39 น. • เผยแพร่ 14 พ.ค. 2568 เวลา 07.25 น.

ตลาดหลักทรัพย์ฯ (SET) ชี้ตลาดหุ้นไทยส่งสัญญาณผ่านวิกฤติต้นเดือนเมษายน หลังการเจรจานโยบายการค้าโลกเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น พร้อมเผยแผนการร่วมมือกับ Nasdaq เพื่อยกระดับการกำกับดูแลรอบด้าน
นายศรพล ตุลยะเสถียร รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานวางแผนกลยุทธ์องค์กร ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือ SET เปิดเผยว่า ในช่วงปลายเดือนเมษายนจนถึงต้นเดือนพฤษภาคม ตลาดหุ้นไทยได้ส่งสัญญาณว่ากำลังจะเข้าสู่ช่วงฟื้นตัว โดยได้เห็นเงินทุนผู้ลงทุนต่างชาติที่ไหลออกจากตลาดหุ้นไทยน้อยลงเรื่อยๆ โดยนับตั้งแต่วันที่ 1-9 พฤษภาคม มีเงินไหลออกราว 400 ล้านบาท เทียบกับ 2.2 หมื่นล้านบาท และ 1.5 หมื่นล้านบาท ในช่วงเดือนมีนาคมและเมษายน ตามลำดับ สะท้อนให้เห็นว่าตลาดหุ้นไทยได้ผ่านจุดที่ต่ำที่สุดในช่วงต้นเดือนเมษายน ที่ความไม่แน่นอนทางการค้าโลกสู ไปแล้ว
สำหรับเดือนพฤษภาคมนี้ไปจนถึงระยะข้างหน้า มองว่าตลาดหุ้นไทยยังมีปัจจัยสนับสนุนหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น (1) สถานการณ์การค้าโลกที่ดูผ่อนคลายมากขึ้น หลังการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และประเทศใหญ่ๆ เช่น จีน หรือ อังกฤษ เป็นไปในทิศทางที่ดี (2) Valuation หุ้นไทยที่ยังอยู่ในระดับน่าสนใจเมื่อเทียบกับดอกเบี้ยที่ลดลง (3) กองทุน Thai ESGX ที่ได้เปิดขายไปเมื่อช่วงต้นเดือนพฤษภาคมนี้ ที่มีแนวโน้มดึงดูดเม็ดเงินเข้าตลาดหุ้นไทยมากขึ้น และ (4) มาตรการกระตุ้นจากภาครัฐที่คาดว่าจะมีความชัดเจนขึ้นในช่วงนี้
นอกจากนี้ SET ยังมีการร่วมมือกับตลาดหุ้น Nasdaq เพื่อยกระดับด้านกำกับดูแลการซื้อขายและการบริหารความเสี่ยง เพิ่มประสิทธิภาพโครงสร้างพื้นฐานให้ตลาดทุนไทยด้วย โดยแผนการหลักในการร่วมมือครั้งนี้ได้แก่ (1) เสริมสร้างศักยภาพ AI ในงานการกำกับดูแลการซื้อขาย เพื่อส่งเสริมความโปร่งใสของตลาด (2) นำเสนอ Nasdaq's Risk and Surveillance system ให้บริษัทสมาชิกร่วมใช้งาน เพื่อยกระดับการบริหารความเสี่ยงและการกำกับดูแลการซื้อขายหลักทรัพย์ของอุตสาหกรรมให้เป็นมาตรฐานสากล
และ (3) นำ Solutions ที่พัฒนาโดยทีม IT ของ SET ไปนำเสนอให้ลูกค้าของ Nasdaq โดยปัจจุบัน SET ได้มีการพัฒนาระบบที่สามารถทำงานร่วมกับระบบซื้อขายของ Nasdaq เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานของห้องค้าและการบริหารจัดการระบบ Nasdaq (เช่น ทำให้ trading hour ตลอดช่วง 9.00 น. - 3.00 น. ของ SET และ TFEX สามารถให้บริการซื้อขายได้อย่างราบรื่น) ซึ่งลูกค้ารายอื่นของ Nasdaq จะได้ประโยชน์จาก solutions ที่พัฒนานี้ด้วย
ด้านสภาะตลาดในเดือนเมษายนที่ผ่านมา ภาพรวมเศรษฐกิจและตลาดเงินโลกมีความอ่อนแอมากขึ้น โดยกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ได้ปรับลดคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลกในปี 2568 เหลือ 2.8% และ 3.0% ในปี 2569 ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลง สวนทางกับผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีที่ปรับขึ้นมาอยู่ที่ 4.0-4.5% เนื่องจากนักลงทุนเริ่มลดการถือครองพันธบัตรสหรัฐฯ ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย จากความกังวลต่อผลกระทบจากสงครามการค้า นอกจากนี้ ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้มีการคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 4.25-4.50% เป็นครั้งที่ 3 ติดต่อกัน
สำหรับตลาดพันธบัตรไทยในเดือนเมษายนที่ผ่านมา มีเงินลงทุนต่างชาติไหลเข้าสู่ตลาดพันธบัตรสูงสุดตั้งแต่กุมภาพันธ์ 2565 รวมประมาณ 60,000 ล้านบาท โดยสาเหตุหลักมาจาก (1) ความกังวลต่อเงินดอลลาร์ (2) ความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยที่เพิ่มขึ้น และ (3) แนวโน้มดอกเบี้ยไทยที่คาดว่าจะลดลงจากเศรษฐกิจที่โตต่ำกว่าคาด ด้านตลาดหุ้นไทย กลับมามีเสถียรภาพมากขึ้นหลังสหรัฐฯ เลื่อนเก็บ reciprocal tariff ไป 90 วัน บวกกับมาตรการดูแลเสถียรภาพของตลาดหลักทรัพย์ ที่ทำให้ SET Index มีความผันผวนน้อยกว่าตลาดอื่นๆในภูมิภาคและเริ่มปรับตัวดีขึ้นตั้งแต่กลางเดือนเมษายน โดยหุ้นในหลายกลุ่มอุตสาหกรรมเริ่มฟื้นตัว
สำหรับตัวเลขผลการดำเนินงานตลาดหลักทรัพย์ไทยในเดือนเมษายน 2568
• SET Index ปิดสิ้นเดือนที่ 1,197.26 จุด เพิ่มขึ้น 3.4% จากเดือนก่อนหน้า แม้ตั้งแต่ต้นปีจะลดลง 14.5%
• กลุ่มอุตสาหกรรมที่ดีกว่า SET Index ได้แก่ การเงิน, เกษตรและอาหาร, ทรัพยากร, และสินค้าอุปโภคบริโภค
• มูลค่าซื้อขายเฉลี่ยต่อวันรวมอยู่ที่ 39,410 ล้านบาท ลดลง 11.3% จากปีก่อน
• มีหุ้นใหม่เข้าตลาด mai 2 บริษัท ได้แก่ LTMH และ BKA
• Forward P/E ของตลาดหุ้นไทยอยู่ที่ 13.0 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ยเอเชียที่ 11.5 เท่า ขณะที่ Historical P/E อยู่ที่ 15.8 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ยเอเชียที่ 11.4 เท่า
• อัตราเงินปันผลตอบแทนอยู่ที่ 4.00% สูงกว่าค่าเฉลี่ยเอเชียที่ 3.40%
สำหรับตลาด TFEX
• ปริมาณซื้อขายเฉลี่ยต่อวันในเดือนเมษายนอยู่ที่ 433,408 สัญญา ลดลง 16.6% จากเดือนก่อน
• ปริมาณซื้อขายเฉลี่ยทั้งปี 2568 อยู่ที่ 456,561 สัญญา ลดลง 5.6% จากปีก่อน โดยการลดลงหลักมาจาก Single Stock Futures และ Gold Online Futures

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...