โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ครูจวง” ซัดรัฐบาลจัดงบ69 เละเทะ แนะเติมงบ กยศ. ห่วง ถังแตก เยาวชนเข้าไม่ถึงการศึกษา

The Better

อัพเดต 30 พ.ค. 2568 เวลา 06.49 น. • เผยแพร่ 30 พ.ค. 2568 เวลา 06.41 น. • THE BETTER
“ครูจวง”ซัดรัฐบาลจัดงบ ให้ กยศ.แบบนี้ถังแตกแน่นอน ชี้ รู้อยู่เต็มอก กยศ.รายได้ลด ปล่อยให้นักเรียน-นักศึกษาที่รอความหวังยืนอยู่บนปากเหวอย่างเดียวดาย

ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรสมัยวิสามัญ วาระการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2569 นายปารมี ไวจงเจริญ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายว่า การจัดงบประมาณปี69 ของรัฐบาลแบบนี้ตนไม่เห็นด้วยโดยงบกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เพราะถ้ารัฐบาลจัดงบประมาณแบบนี้กยศ. ถังแตกแน่นอน เพราะเมื่อต้นเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา มีข่าวใหญ่ กยศ จะหักเงิน 3 พันบาทกับผู้กู้ที่เคยค้างชำระหนี้ จนเกิดเสียงซุบซิบนินทาว่ารัฐบาลและกยศ.ถังแตก จนต้องมารีดเลือกกับปู ตนก็สงสัยว่ากยศ. กำลังจะถังแตกจริงหรือไม่ และเมื่อไปดูการจัดงบ69 แล้วบอกได้คำเดียวว่ารัฐบาลจัดงบแบบนี้ กยศ.จะยิ่งถังแตกหนักมากขึ้นไปอีก และยิ่งพิสูจน์ว่ารัฐบาลกำลังปล่อยให้นักเรียน นักศึกษาไทย ที่รอความหวังเงินกู้ กยศ.ยืนอยู่บนปากเหวเดียวดาย และเมื่อย้อนไปดูการจัดงบ กยศ.ในรอบ 2-3 ปีที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลไม่มีความจริงใจที่จะแก้ปัญหา กยศ.ที่ต้นเหตุแท้จริง

นายปารมี กล่าวต่อว่า กยศ.ของบ69 จำนวน 21,900 ล้านบาท แต่รัฐบาลจัดสรรให้แค่ 5,100 ล้านบาท จะพอได้อย่างไรกับนักเรียนนักศึกษาจำนวน 6.3 แสนกว่าคน ที่กำลังรอความหวังจากเงน กยศ. การที่รัฐบาลจัดงบ 69 ให้กยศ.แบบนี้สิ้นปี 69 กยศ.จะขาดสภาพคล่องรุนแรงแน่นอนแซงจะถังแตกแบบสุดๆ ซึ่งตนไม่ได้พูดลอยๆ แต่มีข้อมูลจากประมาณการเงินสดปี 67-72 ของกยศ.มีเงินสดน้อยลง โดยงบ67 มีเงินสดแค่ 12,774 ล้านบาท ปี68 มีเงินสดติดลบถึง 1,698 ล้านบาท ปี 69 รัฐบาลจัดงบซ้ำเติมกยศ.และดับความหวังนักเรียนนักศึกษา เพราะจัดให้แค่ 5,100 ล้านบาท ซึ่งจะทำให้ กยศ.มีเงินสดติดลบสูงถึง 16,708 ล้านบาท ต้นซึ่งตนเคยพูดไว้ตั้งแต่อภิปรายไม่ไว้วางใจว่ากยศ. กำลังจากถังแตกแต่นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง ออกมาปฏิเสธว่าไม่จริง กยศ.สภาพคล่องยังดีอยู่ แต่สุดท้ายก็ไปขอ แต่ญัตติได้งบมาเกือบ 4 พันล้านบาทต่อมาตอนอภิปรายงบ 68 วาระ2 ตนก็ถามนายจุลพันธ์อีก นายจุลพันธ์ก็พูดให้ตนเชื่อมั่นรัฐบาลในการ กลับดูแลกยศ. พูดเสร็จท่านก็ไปของบกลางอีก2,800 กว่าล้านบาท

นายปารมี กล่าวต่อว่า ปี 68 จะเป็นปีแรกที่กยศ. เปลี่ยนหลักเกณฑ์การกู้เงินของนักศึกษาใหม่ในสาขาวิทยาศาสตร์สุขภาพเช่นหมอ ทันตแพทย์ เภสัช พยาบาลจากเดิมที่สาขานี้เคยกู้ตามหลักเกณฑ์ผู้กู้ลักษณะที่สองคือสาขาหลักที่เป็นความต้องการของประเทศแต่กยศ. เปลี่ยนพวกเขาไปเป็นผู้กู้ลักษณะที่หนึ่งคือนักเรียนนักศึกษาที่ขาดแคนทุนทรัพย์ ซึ่งจะทำให้เกิดผลกระทบอย่างตามมาคือนักศึกษาวิทยาศาสตร์สุขภาพเหล่านี้จะต้องมีบางคนไม่สามารถกู้เงินจากกยศ. ในปีนี้ได้แน่นอนเพราะต่อไปนี้นักศึกษาสาขาวิทยาศาสตร์สุขภาพที่เป็นนักศึกษาใหม่ที่จะมากู้ตามหลักเกณฑ์ใหม่นี้เขาจะต้องยากจน ขาดแคลนทุนทรัพย์เท่านั้น ซึ่งตนสงสัยว่าสาขาวิทยาศาสตร์สุขภาพนี้ไม่ใช่สาขาวิชาที่เป็นความต้องการหลักของประเทศตรงไหน จะทำให้ผู้กู้ตกหล่นไม่ได้เงินกยศ.แน่นอน การที่รัฐบาลจัดงบให้กยศ.ที่มีผู้กู้ 6 แสนกว่าคนในปีนี้ แสดงว่ารัฐบาลไม่ได้ต้องการช่วยเหลือผู้ที่รอเงินกู้กยศ.เลย ตรงกันข้ามกับ ที่คณะรัฐมนตรี(ครม.)แถลงไว้ว่าเด็กทุกคนจะเติบโตอย่างเท่าเทียมและได้เข้าเรียนหนังสือเท่าเทียมกัน แต่จัดงบแบบนี้พวกเขาจะได้เรียนเท่าเทียมอย่างไร เหมือนรัฐบาลกำลังปล่อยให้พวกเขายืนลำพังบนปากเหว
" ขอฝากข้อเสนอไปยังรัฐบาล 3 ข้อคือ 1.รัฐบาลจะต้องจัดสรรงบให้กยศ. อย่างเพียงพอ กยศ.จะต้องปล่อยเงินให้ผู้กู้ปีละประมาณ 4.2 หมื่นล้านบาท จะได้จากผู้กู้กลับมาปีละ 2หมื่นล้านบาท ฉะนั้นรัฐบาลต้องจัดงบให้อย่างน้อยปีละ 2.2 หมื่นล้านบาท ขอให้รัฐบาลใส่งบประมาณที่จัดให้กยศ.เป็นงบฯประจำปีอย่างชัดเจน 2. กยศ.ต้องแก้ปัญหาบริหารจัดการระบบให้มีประสิทธิภาพ และ 3.กยศ ต้องเร่งปรับปรุงระบบกยศ.ดิจิทัล วางระบบ DSLให้เสร็จตามระบบภายในเดือนก.พ. 69 เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้กู้ทุกราย และกยศ.ต้องสร้างความเชื่อมั่นให้ได้ว่ามีประสิทธิภาพ เพราะเงินกู้กยศ.คือทางรอด คือการต่อลมหายใจเด็กได้เรียนหนังสือ ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ย่ำแย่และการศึกษาไทยที่ไม่ฟรีจริง " นายปารมี กล่าวทิ้งท้าย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...