โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

จีน เผชิญเงินฝืดลึกต่อเนื่อง นักวิเคราะห์หั่นเป้าหมายเงินเฟ้อต่ำสุดในรอบ 16 ปี

การเงินธนาคาร

อัพเดต 28 พ.ค. 2568 เวลา 16.59 น. • เผยแพร่ 28 พ.ค. 2568 เวลา 09.59 น.

แม้ "จีน" จะฟื้นตัวด้านส่งออกและการผลิตหลังข้อตกลงพักรบภาษีกับสหรัฐฯ แต่นักเศรษฐศาสตร์กลับหั่นคาดการณ์เงินเฟ้อผู้บริโภคในปี 2025 เหลือเพียง 0.3% ต่ำสุดตั้งแต่ปี 2009 สะท้อนภาวะเงินฝืดลึก

วันที่ 28 พฤษภาคม 2568 เวลา 15.34 น. เว็บไซต์ Yahoo Finance รายงานว่า นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ว่าแรงกดดันด้านเงินฝืดในจีนจะรุนแรงขึ้น แม้ว่าจะมีการปรับเพิ่มประมาณการการเติบโตทางเศรษฐกิจและการส่งออกในปีนี้ หลังจากที่จีนและสหรัฐบรรลุข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวในสงครามการค้า

ราคาผู้บริโภคในปี 2568 คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเพียง 0.3% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นตัวเลขที่ต่ำที่สุดนับตั้งแต่ Bloomberg เริ่มสำรวจคำถามนี้ในปี 2566 และต่ำกว่าคาดการณ์เมื่อเดือนเมษายนที่อยู่ที่ 0.4% ทั้งนี้ราคาทั่วทั้งระบบเศรษฐกิจจีนลดลงต่อเนื่องมา 2 ปี และเงินเฟ้อผู้บริโภคก็อยู่ในแดนลบตลอดช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา

แม้จะมีมุมมองที่เป็นบวกมากขึ้นต่อเศรษฐกิจจีน ซึ่งเป็นเศรษฐกิจใหญ่อันดับสองของโลก หลังจากจีนและสหรัฐตกลงชะลอการเก็บภาษีตอบโต้กันชั่วคราว แต่แนวโน้มราคายังคงแย่ลง โดยผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) คาดว่าจะเติบโต 4.5% ในปีนี้ จากผลสำรวจนักเศรษฐศาสตร์และนักวิเคราะห์ 67 คนในสัปดาห์ที่ผ่านมา เพิ่มขึ้นจากประมาณการครั้งก่อนที่ 4.2%

เดนนิส เชิน นักเศรษฐศาสตร์จาก Scope Ratings กล่าวว่า “ข้อมูลล่าสุด เช่น การผลิตภาคอุตสาหกรรมและการส่งออก บ่งชี้ถึงความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจท่ามกลางการเจรจาการค้าภาษี …แต่แรงกดดันเงินฝืดยังคงเป็นความท้าทายหลักด้านมหภาค”

แม้จะมีการลดภาษีลงชั่วคราว แต่ผลต่อเศรษฐกิจภายในประเทศยังค่อนข้างจำกัด เนื่องจากยังต้องเผชิญกับสงครามราคาสินค้าและวิกฤตอสังหาริมทรัพย์ที่ลากยาว ซึ่งทำให้ความต้องการภายในประเทศอ่อนแอ เงินฝืดกำลังกัดกินกำไรของภาคธุรกิจและรายได้ของแรงงาน ซึ่งอาจก่อให้เกิดวงจรลบที่ทำให้ราคายิ่งลดลง

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) คาดการณ์ว่าอัตราเงินเฟ้อของจีนในปีนี้จะเฉลี่ยอยู่ที่ 0% ซึ่งต่ำที่สุดในบรรดาเกือบ 200 ประเทศที่ IMF เฝ้าติดตาม และถือเป็นระดับที่ต่ำที่สุดของจีนตั้งแต่ปี 2009 ซึ่งเป็นช่วงวิกฤตการเงินโลก

ตัวอย่างล่าสุดของการแข่งขันราคาอย่างดุเดือดในจีน คือบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ BYD ที่ลดราคารถยนต์ไฟฟ้าและปลั๊กอินไฮบริดเกือบ 12 รุ่น ลงมากถึง 34% จุดกระแสวิตกว่าตลาด EV จะเกิดการแข่งขันตัดราคาอีกรอบ

อย่างไรก็ตามการหยุดเก็บภาษีชั่วคราว 90 วัน ได้กระตุ้นให้การค้าระหว่างจีนกับสหรัฐพุ่งขึ้น โดยบริษัทต่างๆ เร่งสั่งสินค้าล่วงหน้า ส่งผลให้นักเศรษฐศาสตร์ปรับประมาณการส่งออกปี 2025 เพิ่มขึ้น 1.1% จากปีก่อนหน้า เทียบกับการคาดการณ์ในเดือนเมษายนที่คาดว่าจะหดตัว 1%

นอกเหนือจากการค้า นักเศรษฐศาสตร์ที่ Bloomberg สำรวจยังปรับเพิ่มประมาณการการเติบโตของการผลิตภาคอุตสาหกรรมและยอดค้าปลีกในปีนี้ด้วย

ขณะที่ความเห็นจาก Bloomberg Economics โดยDavid Qu ระบุว่า “เงินเฟ้อผู้บริโภคและราคาผู้ผลิตที่ลดลง แสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจจีนยังอ่อนแอ ผลกระทบจากสงครามการค้าเริ่มกดดันอุปสงค์ภายนอก ขณะที่อุปทานมีมากเกินไป ผลักดันให้ราคาลดลง ความพยายามกระตุ้นการบริโภคที่ดำเนินมาตั้งแต่ไตรมาส 4 ปีที่แล้ว ยังไม่เห็นผลชัดเจน”

อย่างไรก็ตามฉากหลังด้านการค้าโลกที่ดีขึ้น หมายความว่ารัฐบาลจีนอาจใช้นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจน้อยกว่าที่ตลาดเคยคาดการณ์ไว้ โดยรวมถึงมาตรการการคลังและการเงินด้วย

ธนาคารกลางจีน (PBoC) คาดว่าจะลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายหลักลงเพียง 0.1% ในไตรมาสที่ 4 ของปีนี้ และลดอัตราส่วนเงินสำรอง (RRR) ลง 0.50% ในช่วงเวลาเดียวกัน

การใช้นโยบายแบบจำกัดเช่นนี้ ยิ่งเพิ่มข้อสงสัยเกี่ยวกับความสามารถของรัฐบาลในการกระตุ้นอุปสงค์ภายในประเทศ ขณะที่จีนกำลังเผชิญกับภาวะเงินเฟ้อที่ลดลงต่อเนื่องยาวนานที่สุดนับตั้งแต่ทศวรรษ 1960

ก่อนหน้านี้ธนาคารกลางจีนได้ลดอัตราดอกเบี้ยและอัตราส่วนเงินสำรองแล้วในช่วงที่ตึงเครียดกับสหรัฐเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา

ราคาผู้ผลิต (PPI) ซึ่งสะท้อนต้นทุนสินค้าในโรงงานก่อนถึงผู้บริโภค คาดว่าจะลดลง 2% ในปีนี้ แย่กว่าที่เคยประเมินไว้ที่ -1.8% ขณะที่เงินเฟ้อผู้บริโภค (CPI) ปี 2568 ติดลบแล้ว 0.1% จนถึงตอนนี้

เอริกา เทย์ นักเศรษฐศาสตร์จาก Maybank Securities ระบุว่า “ความอ่อนแอของราคาทั่วระบบเศรษฐกิจเริ่มฝังรากลึก …เมื่อความสามารถในการตั้งราคาของธุรกิจอ่อนแอ ก็จะกระทบต่อกำไร การจ้างงาน และการใช้จ่ายของผู้บริโภค หากต้องการกระตุ้นการบริโภค เรื่องราคาจำเป็นต้องได้รับการดูแลเชิงนโยบาย”

อ้างอิง : finance.yahoo.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจจีน ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...