โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ท่องเที่ยวฮาลาลทั่วโลกพุ่ง คาดปี’73 แตะ 245 ล้านคน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 19 มิ.ย. 2568 เวลา 10.06 น. • เผยแพร่ 20 มิ.ย. 2568 เวลา 00.08 น.
ท่องเที่ยวฮาลาล

การท่องเที่ยวฮาลาลทั่วโลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ ดัชนี Mastercard-Crescent Rating เผยนักท่องเที่ยวมุสลิมระหว่างประเทศต่อเนื่อง คาดปี’73 มีจำนวนแตะ 245 ล้านคน ชี้นักท่องเที่ยวมุสลิมหญิงเป็นพลังขับเคลื่อนสำคัญ “มาเลเซีย” ครองแชมป์อันดับ 1 ต่อเนื่อง ขณะที่ “ไทย” โดดเด่นด้านการต้อนรับและการขยายบริการอาหารฮาลาล

นายฟาซาล บาฮาร์ดีน ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของเครสเซนต์เรตติ้ง เปิดเผยว่า การท่องเที่ยวฮาลาลทั่วโลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่อย่างมีนัยสำคัญ โดยจากรายงานของ Mastercard-Crescent Rating Global Muslim Travel Index (GMTI) 2025 ฉบับล่าสุดระบุว่า จำนวนนักท่องเที่ยวมุสลิมระหว่างประเทศในปี 2567 แตะระดับ 176 ล้านคน เพิ่มขึ้น25% จากปีก่อนหน้า และคาดว่าจะเติบโตถึง 245 ล้านคนภายในปี 2573 โดยคาดว่านักท่องเที่ยวดังกล่าวนี้จะมีการใช้จ่ายถึง 230,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สะท้อนถึงพลังเศรษฐกิจของตลาดนักท่องเที่ยวมุสลิมที่ไม่ควรมองข้าม

โดยรายงาน GMTI ปีนี้จัดทำขึ้นในวาระครบรอบ 10 ปีของการร่วมมือระหว่าง Mastercard และ CrescentRating ชี้ให้เห็นถึง 5 แนวโน้มหลักที่กำลังกำหนดความต้องการของนักท่องเที่ยวมุสลิมยุคใหม่ ได้แก่ 1.แอปพลิเคชั่นอัจฉริยะเพื่อการเดินทางฮาลาล โดยเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามามีบทบาทในการมอบประสบการณ์ที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตมุสลิม เช่น แอปหามัสยิด ร้านอาหารฮาลาล และบริการเฉพาะบุคคล

2.นักท่องเที่ยวมุสลิมหญิงยุคใหม่ ผู้หญิงกำลังก้าวขึ้นมาเป็นพลังขับเคลื่อนสำคัญในอุตสาหกรรมนี้ ด้วยความต้องการพื้นที่ปลอดภัยและออกแบบมาอย่างมีความเข้าใจ 3.สิ่งอำนวยความสะดวกที่เป็นมิตรกับมุสลิม เช่น โรงแรมปลอดแอลกอฮอล์ ห้องละหมาด ร้านอาหารฮาลาล สระว่ายน้ำแยกชายหญิง ฯลฯ กำลังกลายเป็นปัจจัยบังคับ

4.กระแส Solo Travel นักท่องเที่ยวมุสลิมรุ่นใหม่โดยเฉพาะกลุ่มมิลเลนเนียล นิยมเดินทางคนเดียวมากขึ้น ต้องการความยืดหยุ่นและประสบการณ์เฉพาะตน และ 5.รีทรีตปลอดเทคโนโลยี การท่องเที่ยวแนว “Digital Detox” ที่เชื่อมโยงกับธรรมชาติ ศาสนา และความสงบทางจิตใจ กลายเป็นที่ต้องการมากขึ้น

ด้านนายซาฟดาร์ คาน ประธานฝ่ายภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มาสเตอร์การ์ด กล่าวว่า สำหรับจุดหมายปลายทางที่เป็นมิตรกับนักท่องเที่ยวมุสลิมนั้น รายงานของ GMTI 2025 ระบุว่า กลุ่มประเทศ OIC (องค์การความร่วมมืออิสลาม) มาเลเซีย ครองแชมป์อันดับ 1 ต่อเนื่อง โดยมี ตุรกี ซาอุดีอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ร่วมกันครองอันดับ 2

ขณะที่อินโดนีเซียยังคงโดดเด่นจากวัฒนธรรมเข้มข้นและบริการที่ตอบโจทย์ ขณะที่ กาตาร์ โอมาน และคูเวต ต่างก็เร่งปรับตัวเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวมุสลิมมากขึ้น

ส่วนกลุ่มประเทศนอก OIC สิงคโปร์ยังคงเป็นผู้นำด้านความหลากหลายทางวัฒนธรรมและบริการฮาลาล ขณะที่ไทยและฟิลิปปินส์กำลังมาแรง โดยประเทศไทยโดดเด่นด้านการต้อนรับและการขยายบริการอาหารฮาลาล ส่วนฟิลิปปินส์เพิ่มขีดความสามารถด้านอาหารฮาลาลและพื้นที่ละหมาด

นอกจากนี้ ฮ่องกงได้รับการยกย่องให้เป็น “จุดหมายปลายทางมุสลิมที่น่าจับตามองที่สุดแห่งปี” โดยมีโรงแรมที่ได้รับการรับรองจาก CrescentRating ถึง 61 แห่ง และร้านอาหารฮาลาลที่รับรองโดย Islamic Community Fund of Hong Kong ถึง 153 แห่ง

ขณะที่ไต้หวันก็เป็นอีกประเทศที่มีความมุ่งมั่นในการส่งเสริมการท่องเที่ยวฮาลาล โดยมีร้านอาหารและโรงแรมกว่า 230 แห่งได้รับการรับรองฮาลาลจาก Chinese Muslim Association พร้อมครัวแยกสำหรับบริการเฉพาะทาง

“รายงาน GMTI ปีนี้ไม่เพียงแค่ฉลองการเดินทาง 10 ปีร่วมกับ Mastercard แต่ยังเป็นตัวเร่งสำคัญในการกำหนดนโยบายท่องเที่ยวทั่วโลก เรามุ่งมั่นสร้างระบบนิเวศการท่องเที่ยวที่เข้าใจผู้บริโภค ยึดหลักความหลากหลาย และยกระดับคุณภาพบริการให้ครอบคลุมผู้คนทุกศาสนา” นายซาฟดาร์กล่าว

อย่างไรก็ตาม การท่องเที่ยวเป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งการสร้างงาน ส่งเสริมผู้ประกอบการท้องถิ่น และผลักดันนโยบายการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน เราพร้อมร่วมมือกับทุกภาคส่วนเพื่อผลักดันการเติบโตแบบมีส่วนร่วม ผ่านนวัตกรรมดิจิทัลและข้อมูลเชิงลึก

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ท่องเที่ยวฮาลาลทั่วโลกพุ่ง คาดปี’73 แตะ 245 ล้านคน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...