DTCENTรุกโมบาย เปิดตัวโปรดักต์ใหม่ ปักหมุดโตต่างแดน
#DTCENT #ทันหุ้น – DTCENT เล็งออกโปรดักต์ใหม่ ตีตลาดโมบาย คาดเปิดตัวในไตรมาส 2/2566 นี้ เผยปัจจุบันอยู่ระหว่างเจรจาพันธมิตรตั้งบริษัทย่อยแถบประเทศอาเซียนต่อยอด “ทศพล คุณะเพิ่มศิริ” วางเป้าปี 2566 รายได้แตะ 900 ล้านบาท เติบโต 10-15% ระบุปัจจุบันมีแบ็กล็อกประมาณ 300-400 ล้านบาท
นายทศพล คุณะเพิ่มศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ดี.ที.ซี. เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) หรือ DTCENT เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมออกโปรดักต์ใหม่ “Mobile Application Tracking” เจาะตลาดมือถือ คาดว่าจะเห็นความชัดเจนในไตรมาส 2/2566 หลังมองเป็นตลาดใหญ่ที่มีความต้องการใช้สูง ขณะที่ภาพรวมอุตสาหกรรมมีแนวโน้มการขยายตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่องจากปี 2565โดยเฉพาะสินค้าไอที โซลูชั่น (IoT Solution) ในภาคส่วนของธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับขนส่งและโลจิสติกส์ สะท้อนต่อความต้องการใช้งานระบบของบริษัทที่เพิ่มมากขึ้น
*รุกต่างแดนต่อยอด
นอกจากนี้บริษัทอยู่ระหว่างเจรจาพันธมิตรเพื่อตั้งบริษัทย่อยในต่างประเทศแถบอาเซียน คาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในปีนี้อย่างน้อย 1-2 ประเทศ หวังต่อยอดการให้บริการ GPS Tracking ในอนาคต
อย่างไรก็ดี ในปี 2566 บริษัทวางเป้ารายได้รวมไว้ที่ไม่ต่ำกว่า 10-15% หรือประมาณ 900 ล้านบาท จากปีก่อน จากการรับรู้รายได้จากสัญญาให้เช่า GPS Tracking ทำให้ค่าบริการรายเดือนเข้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันมีงานในมือ (Backlog) กว่า300-400 ล้านบาท ทั้งนี้ยังมีลูกค้าเดิมกลับมาใช้บริการเพิ่มขึ้นอีกด้วย
“ปีนี้จะเป็นปีที่ดีของบริษัทที่จะมีผลประกอบการที่เติบโตแบบก้าวกระโดด จากโอกาสทางธุรกิจที่เพิ่มขึ้น มีพันธมิตรที่ช่วยสนับสนุนยอดขายให้เพิ่มขึ้น และมีความแข็งแกร่งทางด้านการเงินหลังได้ระดมทุนผ่านการขายหุ้น IPO ที่ทำให้บริษัทพร้อมลงทุนใหม่ๆ ต่อเนื่อง” นายทศพล กล่าว
*รายได้โตโดดเด่น
บริษัทหลักทรัพย์ เอเอสแอล จำกัด ระบุถึง DTCENT ว่าแนวโน้มปี 2566-2567 ประเมินรายได้ 1,013.2 ล้านบาท (+42.9%YoY) และ 1,144.7 ล้านบาท (+13.0%YoY) รายได้จากการขายเติบโตโดดเด่นจากโครงการ และงาน IoT ทั้งจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน โดยจะเห็นการเติบโตอย่างมีนัยในปี 2566 ชดเชยกับรายได้จากการขาย GPS Tracking ที่เริ่มอิ่มตัว แต่ยังคงเป็นผู้นำกลุ่มบริษัทที่ให้บริการระบบอุปกรณ์ GPS
สำหรับรายได้จากการให้บริการมองว่าจะเป็นที่ช่วยสร้างความเสถียรแก่ธุรกิจ ขณะที่รายได้จากบริษัทย่อยจะเริ่มมีนัยในปี 2566 โดยเฉพาะจาก BAMS ผ่านบริษัทย่อย WS ที่เป็นระบบบริหารจัดการและติดตามกิจกรรมทางธุรกิจ ซึ่งตลาดในประเทศมีโอกาสเติบโตสูง ด้านอัตรากำไรขั้นต้นมองว่าจะกลับไปสู่ระดับที่เหนือกว่า 50% ส่วนกำไรสุทธิในปี 2566-2567คาดการณ์ที่ระดับ 157.2 ล้านบาท (+81.0%YoY) และ 201.6 ล้านบาท (+28.3%YoY) ตามลำดับ ด้านอัตรากำไรสุทธิ ปรับตัวขึ้นที่ระดับ 12.2%, 15.5% และ 17.6% ตามลำดับ
*ชูพื้นฐาน 3.24 บาท
ประเมินมูลค่าเหมาะสมสิ้นปี 2566 เท่ากับ 3.24 บาท อิง Justified P/E ที่ระดับ 25 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย P/E ของกลุ่ม SETTECH ที่ระดับ 26.54 เท่า ซึ่งมองว่ามีความน่าสนใจ เมื่อเทียบกับการเติบโตเฉลี่ย CAGR ของกำไรสุทธิในปี 2565–2566 ที่ระดับ 52.4%โดยมาจากแนวโน้มผลประกอบการที่ผ่านจุดต่ำสุดมาแล้วในปี 2564มาพร้อมกับแนวโน้มของธุรกิจที่เติบโต โดยเฉพาะการให้บริการ IoT ที่คาดว่าบริษัทจะสามารถได้รับการประมูลงานจากภาครัฐโดยจะเริ่มเห็นมูลค่าที่มีนัยตลอดปี 2566
รู้ทันเกม รู้ก่อนใคร ติดตาม "ทันหุ้น" ที่นี่
FACEBOOK คลิก https://www.facebook.com/Thunhoonofficial/
YOUTUBE คลิก https://www.youtube.com/channel/UCYizTVGMealUUalT6VdUdNA
Tiktok คลิก https://www.tiktok.com/@thunhoon_
LINE@ คลิก https://lin.ee/uFms4n5
TELEGRAM คลิก https://t.me/thunhoon_news
Twitter คลิก https://twitter.com/thunhoon1