โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

DTCENTรุกโมบาย เปิดตัวโปรดักต์ใหม่ ปักหมุดโตต่างแดน

ทันหุ้น

อัพเดต 14 ก.พ. 2566 เวลา 14.57 น. • เผยแพร่ 14 ก.พ. 2566 เวลา 14.57 น.

#DTCENT #ทันหุ้น – DTCENT เล็งออกโปรดักต์ใหม่ ตีตลาดโมบาย คาดเปิดตัวในไตรมาส 2/2566 นี้ เผยปัจจุบันอยู่ระหว่างเจรจาพันธมิตรตั้งบริษัทย่อยแถบประเทศอาเซียนต่อยอด “ทศพล คุณะเพิ่มศิริ” วางเป้าปี 2566 รายได้แตะ 900 ล้านบาท เติบโต 10-15% ระบุปัจจุบันมีแบ็กล็อกประมาณ 300-400 ล้านบาท

นายทศพล คุณะเพิ่มศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ดี.ที.ซี. เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) หรือ DTCENT เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมออกโปรดักต์ใหม่ “Mobile Application Tracking” เจาะตลาดมือถือ คาดว่าจะเห็นความชัดเจนในไตรมาส 2/2566 หลังมองเป็นตลาดใหญ่ที่มีความต้องการใช้สูง ขณะที่ภาพรวมอุตสาหกรรมมีแนวโน้มการขยายตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่องจากปี 2565โดยเฉพาะสินค้าไอที โซลูชั่น (IoT Solution) ในภาคส่วนของธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับขนส่งและโลจิสติกส์ สะท้อนต่อความต้องการใช้งานระบบของบริษัทที่เพิ่มมากขึ้น

*รุกต่างแดนต่อยอด

นอกจากนี้บริษัทอยู่ระหว่างเจรจาพันธมิตรเพื่อตั้งบริษัทย่อยในต่างประเทศแถบอาเซียน คาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในปีนี้อย่างน้อย 1-2 ประเทศ หวังต่อยอดการให้บริการ GPS Tracking ในอนาคต

อย่างไรก็ดี ในปี 2566 บริษัทวางเป้ารายได้รวมไว้ที่ไม่ต่ำกว่า 10-15% หรือประมาณ 900 ล้านบาท จากปีก่อน จากการรับรู้รายได้จากสัญญาให้เช่า GPS Tracking ทำให้ค่าบริการรายเดือนเข้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันมีงานในมือ (Backlog) กว่า300-400 ล้านบาท ทั้งนี้ยังมีลูกค้าเดิมกลับมาใช้บริการเพิ่มขึ้นอีกด้วย

“ปีนี้จะเป็นปีที่ดีของบริษัทที่จะมีผลประกอบการที่เติบโตแบบก้าวกระโดด จากโอกาสทางธุรกิจที่เพิ่มขึ้น มีพันธมิตรที่ช่วยสนับสนุนยอดขายให้เพิ่มขึ้น และมีความแข็งแกร่งทางด้านการเงินหลังได้ระดมทุนผ่านการขายหุ้น IPO ที่ทำให้บริษัทพร้อมลงทุนใหม่ๆ ต่อเนื่อง” นายทศพล กล่าว

*รายได้โตโดดเด่น

บริษัทหลักทรัพย์ เอเอสแอล จำกัด ระบุถึง DTCENT ว่าแนวโน้มปี 2566-2567 ประเมินรายได้ 1,013.2 ล้านบาท (+42.9%YoY) และ 1,144.7 ล้านบาท (+13.0%YoY) รายได้จากการขายเติบโตโดดเด่นจากโครงการ และงาน IoT ทั้งจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน โดยจะเห็นการเติบโตอย่างมีนัยในปี 2566 ชดเชยกับรายได้จากการขาย GPS Tracking ที่เริ่มอิ่มตัว แต่ยังคงเป็นผู้นำกลุ่มบริษัทที่ให้บริการระบบอุปกรณ์ GPS

สำหรับรายได้จากการให้บริการมองว่าจะเป็นที่ช่วยสร้างความเสถียรแก่ธุรกิจ ขณะที่รายได้จากบริษัทย่อยจะเริ่มมีนัยในปี 2566 โดยเฉพาะจาก BAMS ผ่านบริษัทย่อย WS ที่เป็นระบบบริหารจัดการและติดตามกิจกรรมทางธุรกิจ ซึ่งตลาดในประเทศมีโอกาสเติบโตสูง ด้านอัตรากำไรขั้นต้นมองว่าจะกลับไปสู่ระดับที่เหนือกว่า 50% ส่วนกำไรสุทธิในปี 2566-2567คาดการณ์ที่ระดับ 157.2 ล้านบาท (+81.0%YoY) และ 201.6 ล้านบาท (+28.3%YoY) ตามลำดับ ด้านอัตรากำไรสุทธิ ปรับตัวขึ้นที่ระดับ 12.2%, 15.5% และ 17.6% ตามลำดับ

*ชูพื้นฐาน 3.24 บาท

ประเมินมูลค่าเหมาะสมสิ้นปี 2566 เท่ากับ 3.24 บาท อิง Justified P/E ที่ระดับ 25 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย P/E ของกลุ่ม SETTECH ที่ระดับ 26.54 เท่า ซึ่งมองว่ามีความน่าสนใจ เมื่อเทียบกับการเติบโตเฉลี่ย CAGR ของกำไรสุทธิในปี 2565–2566 ที่ระดับ 52.4%โดยมาจากแนวโน้มผลประกอบการที่ผ่านจุดต่ำสุดมาแล้วในปี 2564มาพร้อมกับแนวโน้มของธุรกิจที่เติบโต โดยเฉพาะการให้บริการ IoT ที่คาดว่าบริษัทจะสามารถได้รับการประมูลงานจากภาครัฐโดยจะเริ่มเห็นมูลค่าที่มีนัยตลอดปี 2566

รู้ทันเกม รู้ก่อนใคร ติดตาม "ทันหุ้น" ที่นี่

FACEBOOK คลิก https://www.facebook.com/Thunhoonofficial/

YOUTUBE คลิก https://www.youtube.com/channel/UCYizTVGMealUUalT6VdUdNA

Tiktok คลิก https://www.tiktok.com/@thunhoon_

LINE@ คลิก https://lin.ee/uFms4n5

TELEGRAM คลิก https://t.me/thunhoon_news

Twitter คลิก https://twitter.com/thunhoon1

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...