กูลิโกะ แตกไลน์ธุรกิจเฮลท์ในไทยรอบ 52 ปี ส่ง “นมอัลมอนด์โคกะ” ขอขึ้นท็อป 3 ในปีเดียว
จากจุดเริ่มต้นโปรดักส์ขนมในตำนาน อาทิ ป๊อกกี้ พีจอย เพรทซ์ โคลลอน ในปี 2566 “กูลิโกะ” ยักษ์ขนมและไอศกรีมสัญชาติญี่ปุ่นกลับมาเขย่าตลาดไทย โดยการเปิดตัว “อัลมอนด์โคกะ” นมแพลนต์เบสครั้งแรกในอาเซียน หลังจากดันนมอัลมอนด์ขึ้นเบอร์ 1 ได้ทั้งในญี่ปุ่น จีน และไต้หวัน
นายเฉลิมพงษ์ ดรงค์สุวรรณ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทย กูลิโกะ จำกัด เปิดเผยว่า กูลิโกะดำเนินธุรกิจมา 101 ปี และขยายมาสู่ประเทศไทย 52 ปี ซึ่งปี 2566 บริษัทจะแตกไลน์ธุรกิจใหม่เป็นสินค้ากลุ่มสุขภาพ ประเดิมนมอัลมอนด์โคกะ (Almond Koka) ส่งผลให้ไทยกูลิโกะมี 3 ธุรกิจหลัก จากเดิมมี 2 ธุรกิจ ได้แก่
- ขนม อาทิ ป๊อกกี้ โคลลอน เพรทซ์
- ไอศกรีม อาทิ พาลิตเต้ ไจแอนท์โคน
- สุขภาพ อาทิ อัลมอนด์โคกะ
ปัจจุบันตลาดนมแพลนต์เบส หรือ Cereal Milk (ไม่รวมนมถั่วเหลือง) ปี 2565 (อ้างอิงข้อมูลนีลเส็นและยูโรมอนิเตอร์) มีมูลค่ากว่า 960 ล้านบาท แต่ละปีเติบโตระดับดับเบิลดิจิต และคาดว่าภายในปี 2569 จะขยายตัวก้าวกระโดดจนมีมูลค่า 3,000 ล้านบาท จากเทรนด์ผู้บริโภครักสุขภาพ หันมารับประทานนมแพลนต์เบสมากขึ้น รวมไปถึงนมจากพืชเป็นสินค้าทดแทนสำหรับกลุ่มคนแพ้นมวัว
ประกอบกับที่ผ่านมาบริษัทแม่กูลิโกะในประเทศญี่ปุ่น ได้ส่งเสริมสินค้าสุขภาพและนวัตกรรมมาหลายปี โดยเริ่มขยายสินค้ากลุ่มเดลี่โปรดักส์ (สินค้าที่ใช้หรือกินได้ทุกวัน) เปิดตัวนมอัลมอนด์โคกะในญี่ปุ่นไปเมื่อปี 2557 และสามารถขึ้นเบอร์ 1 ในญี่ปุ่นได้ภายใน 1 ปี ต่อมาจึงได้ขยายการจัดจำหน่ายไปยังประเทศจีนและไต้หวันเมื่อปี 2564 จนขึ้นเบอร์ 1 ได้เช่นเดียวกัน
สำหรับประเทศไทยเป็นตลาดสำคัญของกูลิโกะ จึงเลือกขยายสินค้านมอัลมอนด์ในไทยเป็นที่แรกในอาเซียน เริ่มจากอัลมอนด์โคกะ 3 รสชาติ ได้แก่ ออริจินอล, รสน้ำตาล 0% และรสช็อกโกแลต
โดยมีรูปแบบกล่อง ขนาด 180 มล. ราคา 25 บาท แบบแพ็ก 3 กล่อง ราคา 74 บาท เริ่มซอฟต์ลอนช์ไปเมื่อเดือนมกราคม 2566 ส่วนขวดลิตรเตรียมเกิดตัวในเดือนมิถุนายน 2566
เบื้องต้น บริษัทฯ ตั้งเป้าภายใน 1 ปี อัลมอนด์โคกะ ต้องขึ้นแท่นมียอดขายติดท็อป 3 ในไทยเมื่อเทียบกับสินค้ากลุ่มเดียวกัน
โดยแผนการตลาดจะทำหลายรูปแบบ เริ่มตั้งแต่การสื่อสารแบรนด์ผ่านพรีเซ็นเตอร์อย่าง “ใหม่ ดาวิกา โฮร์เน่” นักแสดงชื่อดังที่มีคาแรคเตอร์ดูแลตัวเอง และมีอิทธิพลต่อกลุ่มผู้บริโภค รวมถึงการทำตลาด KOL ผ่านอินฟลูเอนเซอร์ทำกิจกรรม 30-day-challenge เพื่อปลุกกระแสการเป็นเครื่องดื่มที่สามารถดื่มได้ทุกวัน และมีคาราวาลเจาะตามหัวเมืองใหญ่
ขณะเดียวกันจะมุ่งเน้นช่องทางการจัดจำหน่ายในไทยเพื่อเข้าถึงผู้บริโภค โดยส่งสินค้าเข้าซูเปอร์มาร์เก็ต โมเดิร์นเทรด ไปจนถึงร้านค้าที่เน้นความเป็นออแกนิกโดยเฉพาะ ซึ่งเชื่อว่าจะกระตุ้นยอดขายให้แก่กูลิโกะได้ โดยมีทาร์เก็ตหลักเป็นคนทั่วไปทุกเพศทุกวัย กลุ่มคนที่รักสุขภาพ โดยเฉพาะวัยทำงาน ตลอดจนผู้ที่แพ้นมวัว และแพ้น้ำตาลแลคโตสที่มีอยู่ในนมวัว