24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 25 ธันวาคม 2567
24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 25 ธันวาคม 2567
>> พ่อเครียด ปลิดชีพลูก 3 คนในห้องน้ำ ลูกคนโตดิ้นหลุด วิ่งขอความช่วยเหลือจากชาวบ้านแต่ไม่ทัน พ่อและน้องได้จากไปแล้ว
07.30 น. มูลนิธิสยามเชียงรายสำนักงานใหญ่ และ มูลนิธิสยามจุดแม่จัน ออกปฏิบัติหน้าที่ร่วมกับ พ.ต.อ.อานันท์จักร์ กนกนพวัชร์ ผกก.สภ. บ้านดู่ จ.เชียงราย
ได้รับแจ้งเหตุพบผู้แขวนคอตายในห้องน้ำของศาลาอเนกประสงค์บริเวณอ่างเก็บน้ำแม่ข้าวต้มท่าสุด พื้นที่บ้านแม่ข้าวต้มท่าสุด ม.10 ต.ท่าสุด อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย โดยพบว่ามีผู้เสียชีวิต 3 ราย จึงลงพื้นที่ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุร่วมกับ รตอ.ภาณุวัฒน์ โพธิ์ศรี รอง สว.(สอบสวน) สภ.บ้านดู่ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสายตรวจ ชุดสืบสวน และ แพทย์ พยาบาล
โดยที่เกิดเหตุอยู่ภายในห้องน้ำของอ่างเก็บน้ำน้ำแม่ข้าวต้มท่าสุด ซึ่งอยู่ห่างจากหมู่บ้านออกไปประมาณ 2-3 กิโลเมตร พบผู้เสียชีวิตเป็นผู้ใหญ่เพศชาย และเด็กหญิงและชาย รวม 3 ศพ ทราบชื่อผู้เสียชีวิตในภายหลังคือ
นายเทิดเกียรติ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 37 ปี (พ่อ) ที่อยู่ ม.10 ต.ท่าสุด อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย ด.ญ. กัญาญาภัทร อายุ 6 ปี (ลูกคนกลาง) และ ด.ช. เกียรติกร อายุ 3 ปี (ลูกคนเล็ก) เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ และมีผู้พบผู้รอดชีวิต 1 ราย คือ ด.ช. กานต์มีนา อายุ 8 ปี (ลูกคนโต) พบมีรอยเชือกบาดที่บริเวณลำคอ เจ้าหน้าที่ได้นำส่ง โรงพยาบาลศูนย์การแพทย์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง
จากการสอบสวนในเบื้องต้นทราบว่า นายเทิดเกียรติ ซึ่งเป็นพ่อของเด็กๆ ทั้ง 3 คน นั้นมีอาการเครียด ตั้งแต่ภรรยาขอเแยกทางและไปมีครอบครัวใหม่ โดยทิ้งลูกทั้ง 3 คน ให้นายเทิดเกียรติ ซึ่งเป็นพ่อของเด็กๆ ดูแล โดยนายเทิดเกียรติ อาศัยอยู่ที่บ้านร่วมกันกับแม่ หรือ ย่าของเด็กๆ และในวันนี้ลูกชายคนโต มีกิจกรรมทัศนศึกษากับทางโรงเรียน นายเทิดเกียรติ ได้บอกกับแม่ตัวเอง ว่า จะอาสาพาเด็กๆ ไปส่ง และออกมาจากบ้านตั้งแต่ช่วงเวลาประมาณ 06.30-07.00 น.
และต่อมาได้พาเด็กๆ ทั้ง 3 คน ไปที่จุดเกิดเหตุ โดยได้นำเชือกที่เตรียมมาด้วยแขวนคอลูกชายคนโต ตามด้วยลูกสาวคนกลาง และลูกชายคนเล็กตามลำดับ ก่อนจะแขวนคอตนเองเป็นคนสุดท้าย แต่เชือกที่ใช้รัดคอของลูกชายคนโตเป็นเชือกเส้นเล็ก ประกอบกับเด็กดิ้นเอาตัวรอดก่อนหมดลมหายใจ เชือกที่รัดคอจึงได้ขาด เด็กคนโตตกลงที่พื้นและรีบวิ่งออกมา ไปขอความช่วยเหลือกับชาวบ้านที่ผ่านมา จนนำมาสู่การช่วยเหลือในเวลาต่อมา ล่าสุดทางญาติได้รับทราบและมาดูที่เกิดเหตุแล้ว ส่วนลูกชายคนโต บาดเจ็บ ถูกปฐมพยาบาลและพาไปรักษา รพ.ที่อยู่ใกล้ที่เกิดเหตุ หากมีความคืบหน้าผู้สื่อข่าวจะติดตามมานำเสนอต่อไป
>> เด็กหญิง พลัดตกอาคารเรียน ขณะจัดงานคริสต์มาส บาดเจ็บหนักกู้ภัยเร่งช่วยเหลือและนำส่ง รพ.
09.30 น. สภ.บางปู รับแจ้งมีเเด็กตกอาคารเรียนได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดโรงเรียนย่านแพรกษา ต.แพรกษา อ.เมืองสมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ชีพเทศบาลตำบลแพรกษาเข้าตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุ บริเวณด้านข้าง ของอาคารโรงเรียน ซึ่งเป็นตึกสูง 4 ชั้น พบครูของโรงเรียนดังกล่าวอยู่ระหว่างช่วยเหลือ เด็กหญิง บี (นามสมมุติ) อายุ 14 ปี นักเรียนชั้น ม.1 ของโรงเรียนดังกล่าว อยู่ในอาการบาดเจ็บนอนร้องด้วยความเจ็บปวด เจ้าหน้าที่ปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนนำตัวไปรักรักษาที่ รพ.สมุทรปราการ
จากการสอบถามครูฝ่ายปกครองของโรงเรียน เผยว่าวันนี้ ที่โรงเรียนมีกิจกรรม วันคริสต์มาส มีนักเรียนบางส่วนที่ลงมาทำกิจกรรมที่สนามโรงเรียน และมีบางส่วนที่อยู่ในห้องเรียน ส่วนสาเหตุที่เด็กพลัดตกลงยังไม่แน่ใจว่าเกิดจากอะไร คาดว่า เด็กคงจะนั่งที่ขอบหน้าต่าง แล้วหงายท้องตกลงมาจากชั้นที่ 3 ของอาคารเรียนดังกล่าว ทางโรงเรียนจะทำการสอบเพื่อหาสาเหตุอีกครั้ง
>> นายกฯ คิกออฟ "30 บาท รักษาทุกที่" เดินหน้าดูแลสุขภาพคนไทย ครอบคลุมทั่วประเทศ 1 ม.ค. 68
10.00 น. นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดงาน “Kick off 30 บาท รักษาทุกที่ เพื่อคนไทย สุขภาพดีถ้วนหน้า ระยะที่ 4 ครอบคลุมทั่วประเทศ 1 มกราคม 2568” พร้อมยืนยันว่า ปีใหม่นี้ประชาชนจะสามารถใช้บริการ “30 บาทรักษาทุกที่” ได้อย่างเต็มรูปแบบในทุกจังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความสะดวกในการรักษาพยาบาล ให้ประชาชนได้รับบริการที่รวดเร็วยิ่งขึ้น ลดการเดินทาง ลดการรอคอย รวมถึงลดความแออัดในโรงพยาบาล
โดยในปี 2568 รัฐบาลมีแนวทางการพัฒนาระบบสาธารณสุข 6 ด้าน เพื่อยกระดับการดูแลประชาชนทุกจังหวัดทั่วประเทศ ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เช่น การพัฒนาระบบบริการสุขภาพผู้สูงอายุ จัดตั้งสถานชีวาภิบาลทั่วประเทศ การดูแลสุขภาพจิตของคนไทย ด้วยบริการจิตเวชครบวงจร และการบำบัดฟื้นฟูผู้ป่วยติดสารเสพติดกลับสู่สังคม เป็นต้น
โอกาสนี้ นายกฯ กล่าวอวยพรเนื่องในปีใหม่ 2568 ขอให้ทุกคนมีสุขภาพที่แข็งแรง มีความสุขทั้งสุขกายสบายใจ และขอให้ปีหน้าเป็นปีแห่งโอกาส ที่ทุกคนจะประสบความสำเร็จตามที่ตั้งใจ
>> สืบภาค 2 บุกค้นบ้านสาวแม่ค้าขายน้ำปั่นผันตัวปล่อยเงินกู้นอกระบบดอกเบี้ยร้อยละ 2 บาท/ต่อวัน ยึดปืน 1 กระบอกโพยรายชื่อลูกค้า
11.17 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน พล.ต.ต.ธีระชัย ชำนาญหมอ ผู้บังคับการสืบสวนภูธรภาค 2 นำกำลังชุดสืบสวนภาค2 เอาหมายค้นศาลจังหวัดพัทยา เข้าตรวจสอบบ้านหลังหนึ่ง ซึ่งเปิดลักษณะหน้าบ้านเป็นเปิดร้านขายน้ำปั่น ในพื้นที่ ม.7 ต.พลูตาหลวง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี หลังสืบทราบว่าเจ้าของบ้านพักลักลอบปล่อยเงินกู้นอกระบบ
โดยจากการตรวจค้นภายในตัวบ้านและรถยนต์ ตำรวจพบโพยสมุดบัญชี ระบุมีชื่อลูกค้า 34 คน เขียนยอดเงินต้น-ดอกเบี้ยจำนวน 2 เล่ม ไว้อย่างชัดเจน นอกจากนี้ สามารถยึดอาวุธปืน Glock 43 พร้อมเครื่องกระสุน 12 นัด ซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าสะพายสีดำ โดยมี น.ส.หญิง (นามสมมุติ) อายุ 40 ปี แสดงตัวเป็นเจ้าของบ้าน โดยอ้างปืนเป็นของแฟนหนุ่ม และมีทะเบียนถูกต้องตามกฏหมาย ส่วนโพยเงินกู้เป็นของเก่าในอดีต ซึ่งไม่ใช่เป็นนายทุนเงินกู้ เพียงแค่ปล่อยยืมในกลุ่มเพื่อนคนรู้จักและญาติพี่น้อง ส่วนเงินที่นำมาปล่อยกู้ได้มาจากการขายน้ำปั่นมานานกว่า 5 ปี
สำหรับแนวทางการสืบสวน ได้มีกลุ่มลูกหนี้ ทำหนังสือและแนบหลักฐานร้องเรียนยื่นเข้ามาที่ตำรวจภูธรภาค 2 ตำรวจชุดสืบสวน จึงทำการสืบสวนลงพื้นที่หาเบาะแสจนมั่นใจว่า น.ส.หญิง มีการปล่อยเงินกู้นอกระบบ และเรียกเก็บอัตราดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด (ร้อยละ 2 บาท/ต่อวัน) จึงรวบรวมพยานหลักฐาน ขอหมายศาลเข้าตรวจค้นจับกุมดังกล่าว พร้อมแจ้งข้อกล่าวหา 1.ปล่อยให้ผู้อื่นกู้ยืมเงิน และ เรียกเก็บดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด 2.ร่วมกันระดมทุนประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคล โดยไม่ได้รับอนุญาต
เบื้องต้น น.ส.หญิง ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ตำรวจจึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.พลูตาหลวง ดำเนินคดีตามกฏหมาย
>> แผ่นดินไหว ที่จังหวัดเชียงใหม่
11.46 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุแผ่นดินไหว ขนาด 1.9 ความลึก 3 กม. ภายในพื้นที่ของ ต.บ่อหลวง อ.ฮอด จ.เชียงใหม่ ไม่มีรายงานผลกระทบจากแรงสั่นสะเทือน
>> ไฟไหม้รถบัสที่ไม่ได้ใช้งาน ภายในลานจอดรถริมถนนกาญจนาภิเษก เสียหายวอดเกือบ 10 คัน
12.57 น. เจ้าหน้าที่สถานีดับเพลิงและกู้ภัยบางขุนนนท์ รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้รถยนต์ ใกล้เต็นท์รถ ริมถนนกาญจนาภิเษก เขตบางแค กรุงเทพมหานคร
ลักษณะที่เกิดเหตุ เป็นเพลิงลุกไหม้รถโดยสารไม่ประจำทางปรับอากาศ รถใช้น้ำมันดีเซลเป็นเชื้อเพลิง เสียหายรวมจำนวน 9 คัน โดยรถที่เสียหายหมดทั้งคัน มีจำนวน 5 คัน และ รถที่เสียหายบางส่วน มีจำนวน 4 คัน ซึ่งรถทั้งหมดไม่มีการใช้งาน และจอดทิ้งไว้บริเวณลานจอดรถเป็นเวลานานประมาณ 5 ปี รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ
ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้ไม่สามารถตรวจสอบได้ เนื่องจากเป็นรถที่ถูกจอดทิ้งไว้เป็นเวลานาน ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยบางขุนนนท์
>> บุกจับผัวหึงโหดยิงเมียดับ ขณะปิดล้อมเกิดยิงต่อสู้ตำรวจบาดเจ็บ 2 นาย ชุดจับกุมจึงตัดสินใจ วิสามัญ
13.01 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน จากกรณี นางจิตรา (สงวนนามสกุล) อายุ 46 ปี ถูก นายวสันต์ (สงวนนามสกุล) อายุ 51 ปี สามีใช้ปืนยิงเสียชีวิตในบ้าน พื้นที่ ม.4 ต.โคกข้าง อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา สาเหตุมาจากความหึงหวงนั้น
ความคืบหน้า พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผู้บังคับการตำรวจภูธร จว.พระนครศรีอยุธยา เผย ความคืบหน้าล่าสุดพนักงานสอบสวน สภ.บางไทร ขอศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยาออกหมายจับ นายวสันต์ อายุ 51 ปี ในข้อกล่าวหา ฆ่าคนตายโดยเจตนา
จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ พบเบาะแสคาดว่า นายวสันต์ ผู้ก่อเหตุ จะหลบซ่อนตัว ภายในบ้านหลังหนึ่ง พื้นที่ หมู่ 3 ต.โคกช้าง อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา ห่างจากจุดเกิดเหตุเพียง 600 เมตร จึงนำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.บางไทร สภ.ช้าง เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กว่า 50 นาย อาวุธครบมือ ปิดล้อม บ้านหลังดังกล่าว ที่คาดว่าผู้ก่อเหตุจะหลบซ่อนอยู่ด้านในและเกรงว่าจะเกิดการต่อสู้ เนื่องจากผู้ก่อเหตุมีอาวุธปืนติดตัวและขู่ฆ่าล้างครัว
ต่อมา พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เดินทางมาควบคุมสถานการณ์ที่เกิดเหตุพร้อมกับเปิดเผยว่า ขณะนี้เราสืบทราบว่าผู้ต้องหาซึ่งมีอาวุธปืนหลบซ่อนตัวอยู่ภายในบ้านทางดังกล่าว จึงทำการปิดล้อมเอาไว้อยู่ระหว่างการประเมินสถานการณ์เพื่อความปลอดภัยไม่ให้เกิดการสูญเสีย และจะเริ่มเจรจากับผู้ต้องหา และจะพยายามกันประชาชนบริเวณพื้นที่ใกล้เคียงกับบ้านหลังดังกล่าวให้ออกจากบ้านเพื่อความปลอดภัย
ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้โดรนบินเพื่อสำรวจพื้นที่ โดยใช้กำลังเข้าไปปิดล้อมบ้านหลังเก่า คนร้ายใช้ปืนยิงตอบโต้มาจึงเกิดการยิงต่อสู้กันเสียงปืนดังขึ้นประมาณ 30-40 นัด กระสุนถูกเจ้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บ 2 นาย เร่งช่วยเหลือนำส่งโรงพยาบาลบางไทร ส่วนนายวสันต์ ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้อาวุธปืนวิสามัญในจุดเกิดเหตุ
>> สาวจีนตกจากที่สูงย่านบางรัก พบเขียนจดหมายทิ้งไว้ลักษณะตัดพ้อความสัมพันธ์กับเพื่อน
13.38 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ยานนาวา พร้อม กองพิสูจน์หลักฐาน แพทย์นิติเวชโรงพยาบาลตำรวจ และ กู้ภัยมูลนิธิร่วมกตัญญู ได้รับแจ้ง หญิงตกจากที่สูง เสียชีวิต ณ.ที่เกิดเหตุ จึงรีบนำกำลัง เข้าตรวจสอบ บริเวณซอยเจริญกรุง 46 เขตบางรัก กรุงเทพฯ
ที่เกิดเหตุ พบร่างของหญิงชาวจีน เสียชีวิตในสภาพนอนหงายท้อง ข้อขาซ้ายและขวาหัก สะโพกหัก สวมเสื้อยืดสีดำแขนสั้นนุ่งกางเกงขาสั้นลายตรงสีน้ำเงินขาวชาวจีนไม่ทราบนาม ลักษณะตกลงมาจากชั้นที่ 11 ของอาคาร
จากการตรวจสอบ พบจดหมายที่มีการข้อความไว้ ลักษณะตัดพ้อเรื่องความสัมพันธ์กับเพื่อน ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงได้เก็บไว้เป็นหลักฐาน ก่อนจะมอบร่างให้กับเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู ส่งนิติเวชโรงพยาบาลตำรวจเพื่อหาสาเหตุ และติดต่อญาติมารับไปทำพิธีทางศาสนาต่อไป
>> ศาล จ.นครปฐม อนุมัติหมายค้น ฟาร์มชื่อดัง ปม สั่ง "ลูกกอริลลา" หลังสนามบินตุรกีตรวจยึดได้
15.13 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน จากกรณี สนามบินอิสตันบูล ประเทศตุรกี ทำการตรวจยึด "ลูกกอริลลา" สัตว์ที่ใกล้สูญพันธุ์ พบว่าถูกขังอยู่ภายในลังไม้ขนาดเล็ก หลังมีผู้ลักลอบนำเข้า เที่ยวบินจากประเทศไนจีเรีย ปลายทางไปยัง กทม.ประเทศไทย
ล่าสุด ศาลจังหวัดนครปฐม อนุมัติหมายค้นให้กับ กองกำกับการ 5 กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับส่วนอนุญาตการค้าสัตว์ป่าระหว่างประเทศ (ไซเตส) กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เข้าตรวจค้น ฟาร์มชื่อดังแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ ต.ตาก้อง อ.เมือง จ.นครปฐม โดยให้ค้นพร้อมสิ่งปลูกสร้างในบริเวณรั้วเดียวกัน ระหว่างเวลา 13.00น.-18.00 น. หรือ จนกว่าจะเสร็จสิ้นการตรวจค้น
>> พ่อลูกใช้อาวุธค้อนและปืนไล่ยิงญาติพี่น้องที่อยู่บ้านเรือนติดกัน ปมปัญหาเรื่องทำรั้วกั้นที่ดิน ที่ขัดแย้งกันมาก่อนและขู่ฆ่า
16.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางระกำ จ.พิษณุโลก ได้รับแจ้งเหตุมีคนร้ายใช้อาวุธปืนไล่ยิงและใช้ค้อนไล่ทำร้าย ทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย ที่บ้านบางกระทุ่มยอดน้ำ หมู่ที่ 2 ตำบลวังอิทก อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก
ที่เกิดเหตุ ภายในบ้านหลังหนึ่ง พบร่าง นางจิตตานันท์ อายุ 66 ปี เสียชีวิตข้างต้นกล้วย และมีบาดแผลถูกทุบด้วยค้อน และห่างจากจุดพบศพแรกไปประมาณ 150 เมตร พบผู้เสียชีวิต คือ นางชวัลรัตน์ อายุ 35 ปี (เป็นลูกสะใภ้ของนางจิตตานันท์ฯ) มีบาดแผลถูกยิงที่หน้าอกจนเสียชีวิต ใกล้กันพบเก๋งฮอนด้า ซีวิค สีดำ จอดอยู่บนถนนโดยภายในรถมีเด็กชายวัย 2 ขวบ ลูกของนางชวัลรัตน์ฯ อยู่ด้วย และสามี คือ นายศุภวัช อายุ 35 ปี (ลูกชายของนางจิตตานันท์ฯ และเป็นสามีของ นางชวัลรัตน์ฯ) ได้รับบาดเจ็บจากการถูกทำร้ายร่างกาย
สอบถาม นางสาวอัญชลี อายุ 44 ปีลูกสะใภ้อีกคน ของนางจิตตานันท์ฯ เล่าว่า คนก่อเหตุทั้ง 2 คน เป็นพ่อลูกกัน คนพ่อ คือ นายยศ (มือปืน) มีศักดิ์เป็นน้องชายของนางจิตตานันท์ฯ บ้านคนก่อเหตุอยู่ติดกันกับบ้านนางจิตตานันท์ฯ แล้วเมื่อวานมีปัญหาเรื่องจะสร้างรั้วกั้นแนวเขตที่ดิน พวกเขาได้ทะเลาะกับคนก่อเหตุปมสร้างรั้วจะทับที่กันอะไรประมาณนี้ตั้งเมื่อวาน โดยฝั่งผู้ก่อเหตุมีการขู่ฆ่า วันนี้นายศุภวัช ขับรถเก๋งมากับภรรยาและลูกชาย เห็นนางจิตตานันท์กำลังถูกนายแบงค์ ลูกชายของนายยศ ทำร้ายจึงลงไปช่วยและมีการต่อยกัน ส่วนนายยศ มีศักดิ์เป็นน้องชายของ นางจิตตานันทฯ เป็นคนเอาปืนไล่ยิง ก่อนจะไปจ่อยิงนางชวัลรัตน์ ภรรยาของนายศุภวัช ขณะที่กำลังพยายามขับรถหนี แต่รถเกิดอุบัติเหตุ จึงวิ่งหนีแต่ถูกยิงจนเสียชีวิตต่อหน้าลูกชายวัย 2 ขวบ
ส่วนตัวนายแบงค์ ลูกของชาย ของนายยศ เอาค้อนปอนด์ไล่ทุบ นางจิตตานันท์ฯ ซึ่งมีศักดิ์เป็นป้าจนเสียชีวิต รวมผู้เสียชีวิต 2 ราย จากนั้นคนก่อเหตุทั้ง 2 คน ได้ไปหลบอยู่ในบ้าน จนเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามมาจับกุมตัวได้ในที่สุด ก่อนจะควบคุมตัวไปสอบปากคำเพื่อคลี่คลายปมเหตุที่แท้จริงทั้งหมด พร้อมดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย โดยจะแจ้งข้อหาฆ่าคนตายเอาไว้ก่อน
>> ผบ.ตร.พร้อมเร่งรัดปราบปรามคดีต่างๆ ส่งท้ายปี เช่น กลุ่มผู้มีอิทธิพล และการดูแลประชาชนช่วงปีใหม่
17.00 น. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. กล่าวภายหลังเข้าพบ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี โดยนายกฯสั่งการคดีการปราบปรามผู้มีอิทธิพล โดยจะยกตัวเองจากคดี ที่จ.ปราจีนบุรี เป็นโมเดล โดยตนจะมอบหมายพล.ต.อ.ประจวบ วงศ์สุข รองผบ.ตร. และพล.ต.อ.อัครเดช พิมลศรี ผู้ช่วยผบ.ตร. เป็นรองหัวหน้าชุดปฏิบัติการ พร้อมประสานข้อมูลกับพล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก.
ส่วนการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ จากที่เคยเป็นผอ.ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เราได้พูดคุยกับทางกัมพูชา เมียนมา ลาว ถึงขบวนการที่อยู่ต่างประเทศ และตอนนี้ยังเดินหน้าเรื่องนี้ต่อ มีข้อมูลเรื่องหมายจับอยู่ในมือและยังประสานต่อเนื่อง ส่วนยุทธวิธีล้มเสาสัญญาณ ทางกสทช. ช่วยได้เยอะ
ทั้งนี้ กองบัญชาการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (สอท.) ได้สร้างแอปพลิเคชั่น Cyber Check ที่มีการพัฒนามาต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนโหลดเพื่อตรวจสอบข้อมูล ทั้งหมายเลขโทรศัพท์ เบอร์บัญชีของเรา ว่าถูกนำไปใช้หรือไม่ ขณะที่ตำรวจท่องเที่ยวก็มีแอปพลิเคชั่น Thailand Tourist Police ไว้ให้ข้อมูลกับนักท่องเที่ยวในช่วงปีใหม่ เพื่อป้องกันการถูกหลอก และเตือนภัยพื้นที่อันตรายด้วย
>> นายสุรพงษ์ ตรวจเช็คความพร้อมเดินทางปีใหม่ 2568 กำชับ บขส. จัดรถให้เพียงพอ ไม่ตกค้าง พนักงานขับรถปลอดภัย
17.16 น. นายสุรพงษ์ ปิยะโชติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการให้บริการและอำนวยความสะดวกประชาชนในการเดินทางช่วงเทศกาลปีใหม่ 2568 ภายใต้การบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในกระทรวงคมนาคม ณ สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (จตุจักร) หรือ หมอชิต 2 ปัจจุบันพบว่าการเตรียมพร้อมในพื้นที่สถานีขนส่งฯ พร้อมบริการ 100% เช่น ปรับปรุงพื้นที่ชานชาลาใหม่ มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ชาร์จแบตเตอรี่โทรศัพท์มือถือฟรี มีห้องน้ำบริการ เก้าอี้พักคอย มีจุดเชื่อมต่อการเดินทางกับรถแท็กซี่ รถโดยสารขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) รวมถึงการเชื่อมต่อระหว่างรถโดยสาร บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) กับรถเมล์, รถไฟ และรถไฟฟ้าที่สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ ให้สะดวก รวดเร็ว และไร้รอยต่อ ตามนโยบายกระทรวงคมนาคม
อย่างไรก็ดี ขณะนี้ประชาชนทยอยเดินทางกลับภูมิลำเนาอย่างต่อเนื่อง คาดว่าจะใช้บริการมากสุด วันที่ 27 – 28 ธันวาคม 2567 จำนวน 120,000 คน และจะส่งคนสุดท้ายเดินทางกลับภูมิลำเนาได้ไม่เกินเวลา 24.00 น. ซึ่งได้กำชับ บขส. จัดรถโดยสารให้เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน ไม่มีผู้โดยสารตกค้าง ตรวจเข้มความพร้อมด้านความปลอดภัยรถโดยสาร และพนักงานขับรถก่อนออกให้บริการ พักผ่อนให้เพียงพอ มีชั่วโมงการทำงานไม่เกินตามกฎหมายกำหนด
>> ตำรวจขอหมายแดงจับ "หมอบุญ" แล้ว มั่นใจได้ตัวแน่นอน
17.23 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. เปิดเผยถึงความคืบหน้า คดี นพ.บุญ วนาสิน ผู้ต้องหาคดีร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ว่า คดีนี้เป็นคดีที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติส่งเรื่องให้ดีเอสไอ และอธิบดีดีเอสไอ อนุมัติให้เป็นคดีพิเศษเรียบร้อยแล้ว ซึ่งขณะนี้กำลังติดตามตัวอย่างใกล้ชิด
โดยขณะนี้เรื่องที่อยู่ดีเอสไอ และได้ประสานไปยังตำรวจสากล ออกหมายแดงเรียบร้อยแล้ว ซึ่งมีการประสานงานกับปลายทางอย่างต่อเนื่อง มั่นใจว่าจะได้ตัวแน่นอน ตอนนี้เรื่องอยู่ที่ดีเอสไอแล้ว และอธิบดีดีเอสไอ ส่วนเรื่องการจับกุมดีเอสไอ ต้องประสานมายังตำรวจในเรื่องการติดตามสืบสวนจับกุม และดำเนินการให้หมด เพราะเป็นเรื่องที่ฉ้อโกงประชาชนที่มีมูลค่าความเสียหายหลายหมื่นล้านบาท
สำหรับการตรวจเส้นเงิน ขณะนี้ได้สืบสวนไปเยอะมาก และส่งให้ดีเอสไอหมดแล้ว ไม่ว่าจะเอาจากผู้เสียหายไปแล้วเข้าไปยังบริษัท หรือตัวบุคคลที่สาม ซึ่งมีข้อมูลให้ดีเอสไอหมดแล้ว
>> รวบอดีตวิศวกรวัย 26 ปี ตระเวนลักทรัพย์ทั่วเมืองหาดใหญ่ อ้างตกงาน ไม่มีเงินใช้
18.00 น. ตำรวจชุดสืบสวน สภ.หาดใหญ่ ร่วมกันจับกุม นายมูอาช อายุ 26 ปี ได้ที่ห้องเช่าแห่งหนึ่งใน ซ.โชคสมาน 4 เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ จ.สงขลา หลังเจ้าหน้าที่สืบทราบว่า นายมูอาช ออกตระเวนลักทรัพย์ในพื้นที่ต่างๆ ในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่หลายครั้ง โดยเฉพาะตามรีสอร์ตและโรงพยาบาล ล่าสุดก่อนเข้าจับกุม เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งว่า นายมูอาช ได้เข้าไปลักทรัพย์ในโรงแรมแห่งหนึ่งในเมืองหาดใหญ่ และได้เงินไปจำนวนหนึ่ง เจ้าหน้าที่จึงสืบสวนจนทราบตัวคนร้าย และวางแผนเข้าจับกุม จนสามารถควบคุมตัวได้ พร้อมรถจักรยานยนต์ ที่ขโมยมาจากมัสยิดปากีสถาน ในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่
จากการสอบสวน นายมูอาช รับสารภาพว่า ตนเข้าไปก่อเหตุตามสถานที่ต่างๆ เช่น โรงแรม รีสอร์ต โรงพยาบาล และสถานที่ต่างๆ หลายครั้ง โดยอาศัยจังหวะที่พนักงานหรือตอนไม่มีคนเฝ้าทรัพย์สินหรือสิ่งของ หยิบฉวยเอามา ได้เงินสดบ้าง ได้เสื้อผ้าสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ บ้าง รวมทั้งได้ขโมยรถจักรยานยนต์มาด้วย 1 คัน ขณะเจ้าของจอดละหมาดที่หน้ามัสยิดมัสยิด โดยของบางอย่างได้มาก็แอบเอาไว้ในห้องพัก ทั้งนี้ตนเป็นอดีตวิศวกร และยังเป็นผู้นำสวด นำละหมาดในมัสยิดปากีสถาน แต่พักหลังตกงาน ไม่มีเงินใช้ จึงออกตระเวนลักทรัพย์ไปตามสถานที่ต่างๆ ในเมืองหาดใหญ่ เพื่อหาเงินมาใช้จ่าย ก่อนถูกจับกุมได้ดังกล่าว
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งข้อหา "ลักทรัพย์หรือรับของโจร" ก่อนคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.หาดใหญ่ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
>> เพลิงไหม้ร้านอาหารย่านตลิ่งชัน เสียหายวอดและลุกลามหลังข้างเคียง
21.24 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ซอยชัยพฤกษ์ 4 ถนนชัยพฤกษ์ แขวงตลิ่งชัน เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร
ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้ 2 ชั้น ประกอบกิจการร้านอาหาร ( ปิดกิจการแล้ว ) ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่บ้านเลขที่ 19/35 เพลิงลุกไหม้บ้านเลขที่ 19/34 และ 19/30 เสียหายทั้งหมด พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 200 ตารางเมตร รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ
ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้ไม่สามารถตรวจสอบได้ เนื่องจากเพลิงลุกไหม้เสียหายทั้งหมด ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยบางขุนนนท์
>> รถจักรยานยนต์ชนกับรถไม่ทราบคู่กรณี มีผู้เสียชีวิต
02.46 น. รับแจ้งจากมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ สีแดง - ดำ ป้ายทะเบียน 811 กทม. เฉี่ยวชนกับรถไม่ทราบคู่กรณี และมีผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นผู้ชาย อายุประมาณ 20 - 25 ปี มีบาดแผลเปิดศีรษะ บนถนนพหลโยธิน ขาเข้า เยื้องๆ บริษัทบริสโตน ในช่องทางหลัก เลนซ้าย พื้นที่ สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์
>> รถจักรยานยนต์ชนกับรถบรรทุก เสียชีวิต
03.00 น. มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มีอุบัติเหตุ ถนนรังสิต - นครนายก ช่วงสะพานข้ามคลอง 8 ในพื้นที่ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี
ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ สีแดง ป้ายทะเบียน 7640 อุทัยธานี ชนท้ายรถบรรทุก 6 ล้อ ฮีโน่ สีขาว ป้ายทะเบียน 8610 กทม. มีผู้เสียชีวิต 1 รายทราบชื่อต่อมา นายพงศกร อายุ 36 ปี พื้นที่ สภ.ธัญบุรี