โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กรมคุกแจงยิบพักโทษ “เสี่ยเปี๋ยง” ป่วยโรครุมยึดกม.

INN News

อัพเดต 06 ธ.ค. 2567 เวลา 14.36 น. • เผยแพร่ 06 ธ.ค. 2567 เวลา 07.36 น. • INN News

กรมคุก โร่ ชี้แจง หลังบุญทรง-ผู้ต้องหาคดีจำนำข้าวได้พักโทษ ยัน ทุกอย่างเป็นไปตามระเบียบ ไม่ได้เอื้อประโยชน์ให้ฝ่ายใด

วันนี้ (6 ธ.ค. 67) นายสมบูรณ์ ม่วงกล่ำ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมทีมผู้บริหารกรมราชทัณฑ์ ได้ร่วมกันแถลงข่าวกรณีการปล่อยตัวพักการลงโทษของ นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และนายอภิชาติ จันทร์สกุลพร หรือ เสี่ยเปี๋ยง ผู้ต้องหากรณีคดีจำนำข้าวในรัฐบาลของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ซึ่งดำรงค์ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น โดยมีนายวัชระ เพชรทอง อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ ร่วมฟังการแถลงข่าวครั้งนี้ด้วย

นายสมบูรณ์ กล่าวว่า หลักการบริหารโทษของกรมราชทัณฑ์หลังจากที่ศาลได้พิพากษาแล้วนั้น ไม่ได้อยู่เหนืออำนาจกฎหมาย หรืออยู่เหนืออำนาจศาล แต่ทุกอย่างดำเนินการตามระเบียบขั้นตอนที่กำหนดไว้อย่างชัดเจน ซึ่งการพักโทษมี 2 กรณี คือ พักโทษกรณีปกติ และพักโทษกรณีพิเศษ รวมเฉลี่ยแต่ละปีมีการพักโทษให้ผู้ต้องขังมากกว่า 20,000 ราย แต่ไม่ได้เปิดเผยต่อสาธารณะ เนื่องจากจะขัดต่อหลักศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ แต่ในกรณีบุคลที่มีชื่อเสียงนั้น ทางสื่อมวลชนได้มีการนำเสนอข่าว ทำให้การพักโทษของบุคคลที่มีชื่อเสียงปรากฏต่อสาธารณะ

นายสมบูรณ์ กล่าวอีกว่า การพักโทษนั้น ไม่ใช่การพ้นโทษ ผู้ได้รับการพักโทษยังคงอยู่ระหว่างการต้องโทษ แต่กฎหมายต้องการให้ผู้ถูกคุมขังมีโอกาสใช้ชีวิต เพื่อปรับตัวเข้าสู่ในสังคม โดยมีคณะกรรมการเป็นผู้พิจารณา รวมถึงกำหนดเงื่อนไขต่าง ๆในการพักโทษ เช่น ต้องมารายงานตัวต่อกรมควบคุมประพฤติ เป็นต้น แต่หากผู้ได้รับการพักโทษไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไข ก็จะต้องกลับสู่สถานที่คุมขัง ซึ่งในแต่ละปีมีผู้ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไข จนต้องกลับสู่สถานที่คุมขังเฉลี่ย 5%

โดยในส่วนของนายบุญทรงนั้น ได้รับการพักโทษกรณีปกติ หลังได้รับการอภัยโทษรวม 4 ครั้ง ซึ่งครั้งสุดท้ายเหลือโทษจำคุก 10 ปี 8 เดือน แต่นายบุญทรงได้จำคุกมาแล้วเป็นเวลา 7 ปี 3 เดือน 10 วัน หรือรับโทษมาแล้ว 2 ใน 3 ทำให้เข้าเกณฑ์ได้รับการพักโทษ

ด้านนายสมบูรณ์ ศิลา ผู้บัญชาการเรือนจำกลางคลองเปรม กล่าวว่า ในส่วนกรณีของเสี่ยเปี๋ยงนั้น จัดเป็นผู้ป่วยกลุ่ม 608 หรือมีอาการเจ็บป่วย 8 โรคร้ายแรง ได้แก่ โรคไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย โรคความดันโลหิตสูง โรคหยุดหายใจขณะนอนหลับชนิดรุนแรง โรคต่อมลูกหมากโต โรคดูกสันหลังทับเส้นประสาท โรคฮอร์โมนไทรอยด์ต่ำ โรคเบาหวาน และโรคหลอดเลือดสมองตีบ ซึ่งแพทย์วินิจฉัยว่า โรคเหล่านี้ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อและเสียชีวิตสูง ซึ่งเข้าเกณฑ์ได้รับพักโทษเป็นกรณีพิเศษ

อีกทั้งเสี่ยเปี๊ยงยังรับโทษมาแล้ว 1 ใน 3 หลังได้รับอภัยโทษมา 4 ครั้ง เหลือโทษ 21 ปี 11 เดือน 38 วัน จึงมีการนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของอนุกรรมการเรือนจำ ซึ่งที่ประชุมมีมติ 8 ต่อ 0 เห็นว่า เสี่ยเปี๋ยงควรได้รับการพักโทษเป็นกรณีพิเศษจากการเจ็บป่วยร้ายแรง โดยเฉพาะโรคไตวายเรื้อรังเป็นระยะสุดท้าย ที่เสี่ยเปี๋ยงมีอาการผิดปกติมาตั้งแต่ปี 2565 จนแพทย์โรงพยาบาลราชทัณฑ์ มีความเห็นว่าควรย้ายเสี่ยเปี๋ยงไปรักษาในโรงพยาบาลที่มีศักยภาพมากกว่า นั้นคือ โรงพยาบาลรามาธิบดี แต่เสี่ยเปี๋ยงยังมีอาการติดเชื้อเป็นระยะ จนแพทย์โรงพยาบาลรามาธิบดีเห็นว่าเสี่ยเปี๋ยงควรได้รับการปลูกถ่ายไต ซึ่งเข้าเกณฑ์การพักโทษชัดเจน ก่อนจะส่งต่อให้คณะอนุกรรมการของกรมราชทัณฑ์ ซึ่งมีทั้งหมด 19 คน เป็นบุคคลทั้งจากกรมราชทัณฑ์ ตำรวจ ศาล และกรมควบคุมความประพฤติ เป็นผู้พิจารณาต่อไป

ด้านนายแพทย์วัฒน์ชัย มิ่งบรรเจิดสุข ผู้อำนวยกทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ให้ข้อมูล ว่า ปัจจุบันโรงพยาบาลราชทัณฑ์มีผู้ป่วยที่ได้รับการฟอกไตอยู่ 120 ราย แต่เป็นผู้ป่วยไตวายเรื้อรัง 15 ราย ซึ่งหากได้รับโทษครบ 1 ใน 3 ก็มีโอกาสได้รับการพิจารณาพักโทษเช่นกัน

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook: https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...