โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ยกระดับสินค้าเกษตรมูลค่าสูง เป้ารายได้เพิ่ม 3 เท่าภายในปี’70

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 09 ม.ค. 2568 เวลา 03.29 น. • เผยแพร่ 09 ม.ค. 2568 เวลา 03.29 น.

รัฐบาลมุ่งเป้ายกระดับการทำเกษตรแบบดั้งเดิมให้เป็นเกษตรทันสมัย เน้นการนำเทคโนโลยีด้านการเกษตร มาใช้พัฒนาอาชีพเพื่อตอบสนองความต้องการของโลกด้านความมั่นคงทางอาหาร รวมทั้งยกระดับรายได้ของเกษตรกร

นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ขับเคลื่อนนโยบายด้วยแนวคิด “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้” ยึดหลักการทำงาน สานต่อ 9 นโยบายสำคัญให้ประสบผลสำเร็จตามเป้าหมาย หนึ่งในนั้นคือ การยกระดับสินค้าเกษตร และบริการมูลค่าสูง ด้วยการสร้าง Brand หรือ Story ของจังหวัด อำเภอ เน้นการผลิตสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพ รวมถึงส่งเสริมการสร้างอาชีพเสริมเพื่อเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกร การขับเคลื่อนโครงการ มีกรอบระยะเวลาดำเนินการ 4 ปี (ปีงบประมาณ พ.ศ. 2567-2570)

ทั้งนี้ วางเป้าหมายสร้างสินค้าเกษตรและบริการมูลค่าสูงด้านพืช แมลงเศรษฐกิจ และบริการ เชิงสร้างสรรค์ รวมทั้งด้านปศุสัตว์ และด้านประมง ได้ไม่น้อยกว่า 500 ตำบล เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น 3 เท่าภายในปี 2570 สามารถลดปัญหาสินค้าเกษตรล้นตลาดได้ในระยะยาว กลุ่มเกษตรกรสามารถพึ่งพาตนเอง และขยายผลสู่เกษตรกรกลุ่มอื่นได้ อีกทั้งในปี 2568 จะต้องดำเนินการทำแปลงใหญ่ให้ได้ 200 แปลง เพิ่มกลุ่มเป้าหมาย ประกอบด้วย กลุ่มแปลงใหญ่ วิสาหกิจชุมชน Young Smart Farmer

ผลักดันสินค้าเกษตรมูลค่าสูง

นายพีรพันธ์ คอทอง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า จากปัญหาโลกร้อน สภาพแวดล้อมที่มีการเปลี่ยนแปลงหรือโรคระบาดที่เกิดขึ้นมีผลกระทบต่อรายได้และรายจ่ายของเกษตรกร การส่งเสริมและเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรและบริการจึงเป็นส่วนสำคัญ โดยการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ การส่งเสริมนวัตกรรม การสร้าง Young Smart Farmer ที่จะตั้งรับได้ดีกว่า โดยในปี 2567 กรมได้ดำเนินการเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร ผ่านโครงการส่งเสริมแปลงใหญ่ 46 แปลง แบ่งเป็น 5 กลุ่มสินค้า 14 ชนิดพืชเพื่อดันให้เป็นสินค้าเกษตรมูลค่าสูง โดยตั้งเป้าเพิ่มมูลค่า 3 เท่าภายใน 4 ปี เช่น ลำไย เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตเป็น 1,480 กก.ต่อไร่ ขยายตัว 148% สามารถเพิ่มรายได้ต่อปีจากเดิม 35,000 บาท เป็น 83,280 บาท

นอกจากนี้ ยังมีกล้วยหอมทอง สามารถยกระดับผลผลิตได้ 4,191 กก.ต่อไร่ ขยายตัว 137% สร้างรายได้จากเดิม 42,000 บาทต่อปี เป็น 122,510 บาทต่อปี เพื่อยกระดับให้เป็นสินค้าเกษตรมูลค่าสูง และกลุ่มไม้ยืนต้น เช่น มะพร้าวน้ำหอม สามารถสร้างรายได้เพิ่มถึง 56,533 บาทต่อปี จากก่อนหน้านี้อยู่ที่ 32,000 บาทต่อปี และกลุ่มพืชผัก สามารถสร้างรายได้ถึง 238,165 บาทต่อปี จากเดิม 149,688 บาทต่อปี

ตั้งธง 1 ท้องถิ่น 1 สินค้า

ใน 2568 กรมดำเนินการส่งเสริมและสนับสนุนต่อเนื่องในกลุ่มสินค้าดังกล่าว เพื่อให้เกิดความเข้มแข็ง และมีเป้าหมายเพิ่มรวม 200 แปลง โดยจะมีการวิเคราะห์ คัดเลือกเพื่อวางแผนให้เหมาะสมกับสินค้าเกษตรและพื้นที่ เพราะเราเห็นว่าปัจจัยเสี่ยงทั้งภายในและภายนอก ที่จะมีผลกระทบต่อสินค้าเกษตร การขายสินค้าในรูปแบบเดิมจะไม่สามารถเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าเกษตรไทยได้ ดังนั้น กรมจะคัดและดึงกลุ่มวิสาหกิจ 50 แปลง, กลุ่ม Young Smart Farmer 50 แปลง และกลุ่มแปลงใหญ่ 100 แปลง เพื่อจะได้เรียนรู้ว่าแต่ละกลุ่มสามารถที่จะรับนโยบายได้มากน้อยเพียงใด เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

กรมจะนำเทคโนโลยี นวัตกรรมต่าง ๆ เข้ามาใช้กับการดำเนินงานในการส่งเสริมสินค้าเกษตรมูลค่าสูงให้เต็มที่ ดังนั้น โครงการสินค้าเกษตรและบริการมูลค่าสูง “1 ท้องถิ่น 1 สินค้าเกษตรมูลค่าสูง” จะตอบโจทย์ และเป็นทางออกที่จะทำให้จีดีพีภาคเกษตร และรายได้เกษตรกรปรับตัวสูงขึ้น และสิ่งที่ต้องทำควบคู่ คือ การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้จากการจำหน่ายสินค้าคาร์บอนตํ่า ทำเกษตรอย่างเท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และสามารถสร้างรายได้

ยกระดับสินค้าจีไอสร้างรายได้

นายพีรพันธ์กล่าวอีกว่า กรมยังมีแผนยกระดับสินค้าเกษตรเพื่อเข้าสู่การรับรองมาตรฐานสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Geographical Indications : GI) โดยการสร้างอัตลักษณ์ บอกเล่าเรื่องราวในตัวสินค้า ซึ่งส่วนใหญ่ที่ดำเนินการเป็นไม้ผลประมาณ 20-30 ชนิด โดยจะสามารถระบุได้ว่าผลไม้แต่ละพื้นที่ต่างกันอย่างไร เช่น มะม่วงแปดริ้วกับมะม่วงพิษณุโลก สามารถระบุได้ถึงรสชาติและคุณสมบัติ โภชนาการ ทั้งนี้ เพื่อสร้างความแตกต่างให้กับสินค้าและเพิ่มมูลค่าให้ได้มากขึ้น และกรมยังจะมีแผนเปิดตัวกิจกรรมส่งเสริมสินค้าอัตลักษณ์ในช่วงฤดูกาลผลไม้ประมาณเดือนมีนาคม 2568 นี้ เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับรู้ถึงคุณภาพ คุณสมบัติของสินค้าผลไม้ให้กับทั้งผู้บริโภคไทยและต่างชาติ

นอกจากนี้ กรมจะมีเป้าหมายดำเนินการพัฒนาแปลงต้นแบบเกษตรมูลค่าสูงใน 500 ตำบล ภายในปี 2570 จากที่ได้คัดเลือก 14 พืชเกษตรมูลค่าสูง และนำร่องจาก 46 กลุ่มแปลงใหญ่ ใน 46 ตำบล 42 อำเภอ 26 จังหวัด ได้แก่ กล้วยไม้ กาแฟ มะพร้าวนํ้าหอม สับปะรด หน่อไม้ฝรั่ง ลำไย มะม่วงมะขามหวาน กล้วยหอม มังคุด ส้มโอ ลิ้นจี่ ทุเรียน และส้มเขียวหวาน ไปแล้วก็ยังคงเดินหน้าต่อไป พร้อมจะมุ่งเน้นให้เกษตรกรสามารถลดต้นทุนการผลิต และมีผลผลิตต่อหน่วยเพิ่มขึ้น ผลิตสินค้าที่มีคุณภาพได้มาตรฐาน สร้างรายได้ที่มั่นคง นำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากของประเทศให้เข้มแข็งตามนโยบาย “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริมเพิ่มรายได้” อย่างยั่งยืนให้ได้

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ยกระดับสินค้าเกษตรมูลค่าสูง เป้ารายได้เพิ่ม 3 เท่าภายในปี’70

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...