ตร.แจ้ง 2 ข้อหาการ์ด VIP หัวร้อนชก รปภ.สนามบินสุวรรณภูมิ
ข่าวเวิร์คพอยท์ 23
อัพเดต 07 พ.ย. 2567 เวลา 03.26 น. • เผยแพร่ 07 พ.ย. 2567 เวลา 03.26 น. • AdminNewsจากเหตุการณ์ที่มีนาย วรวิทย์ อายุ 41 ปี เป็นการ์ดมาทำหน้าที่รับแขก VIP ที่อาคารผู้โดยสารขาเข้าชั้นสองประตู 4 แล้วถูกเจ้าหน้าที่รปภ.ของสนามบินไปเตือนให้เคลื่อนรถออกเพราะการจราจรหนาแน่น ทำให้ นายวรวิทย์ ไม่พอใจ จนเกิดการโต้เถียงกันและนายวรวิทย์ ได้ชกเข้าที่ใบหน้าของรปภอย่างจังถึงสองครั้ง ทำให้ฝ่ายของรปภ.ไปแจ้งความเอาผิดกับนายวรวิทย์
ความคืบหน้าล่าสุดวันนี้ 7 พ.ย.67 ผู้สื่อข่าวรายงาน พ.ต.อ. จักรพงศ์ นุชผดุง ผู้กำกับการสภ. ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เปิดเผยกับทีมข่าวว่า ในส่วนของคดีนี้ เกิดขึ้นวันนี้ 6 พฤศจิกายน 2567 เวลาประมาณ 14.25 น. นายวรวิทย์ ได้นั่งรถยนต์โตโยต้า อัลพาร์ด สีดำ มาจอดที่ชานชาลา ชั้น 2 ประตู 4 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จ่าอากาศเอก ธนกฤต ได้เข้าไปแนะนำว่า “ถ้ายังไม่พร้อมที่จะจอดรับผู้โดยสาร ให้ขยับรถออกไปก่อน” นายวรวิทย์ฯไม่พอใจจึงเปิดประตูรถยนต์คันดังกล่าว แล้วต่อว่านายธนกฤตฯว่า “ไอ้เ_ย กูจอดรถไม่ได้เหรอ” นายวรวิทย์ฯ จึงลงจากรถคันดังกล่าว เพื่อมารับผู้โดยสาร นายธนกฤตฯ จึงเดินไปถามนายวรวิทย์ฯว่า “ทำไมพูดจาไม่สุภาพ” นายวรวิทย์ฯจึงเดินเข้ามาหานายธนกฤตฯ และชกไปที่กรามด้านซ้ายของใบหน้านายธนกฤตฯ 1 ครั้ง ทำให้นายธนกฤตฯได้รับบาดเจ็บ กรามด้านซ้ายของใบหน้าบวม
ต่อมานายธนกฤตฯ จึงมาพบพนักงานสอบสวนเพื่อแจ้งความร้องทุกข์ ให้ดำเนินคดีกับ นายวรวิทย์ ผู้ต้องหา ในข้อหาทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่ , ดูหมิ่นเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่ จนกว่าคดีอาญาจะถึงที่สุด
จากการสอบสวน นายวรวิทย์ฯผู้ต้องหาให้การรับสารภาพในข้อหาทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่ แต่ปฏิเสธในข้อหาดูหมิ่นเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่ นายวรวิทย์ฯผู้ต้องหาให้การว่าตนจบหลักสูตรอารักขาบุคคลสำคัญ ไม่มีบริษัทเป็นของตนเอง ทำเป็นฟรีแลนซ์ ได้รับหนังสือรับรองสมรรถนะ สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) เข้ามารับลูกค้าซึ่งเป็นดาราศิลปินชาวจีน ไปเมืองทองธานีเพื่อร่วมงานกิจกรรมรถไฟฟ้าแบรนด์หนึ่ง
ซึ่งนายวรวิทย์ ได้ขอประกันตัวไปในวงเงิน 10,000 บาท พร้อมแจ้งความกลับอีกฝ่ายในข้อหา ทำให้เสียทรัพย์ เนื่องจากเสื้อสูทขาด ซึ่งพนักงานสอบสวนได้รับแจ้งความไว้แล้วเช่นกัน หลังจากนี้พนักงานสอบสวนจะได้รวบรวมพยานหลักฐานและสอบปากคำพยานบุคคลเพื่อสรุปสำนวนส่งฟ้องศาลจังหวัดสมุทรปราการต่อไป