โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

องคมนตรี เชิญถุงพระราชทานไปมอบแก่ราษฎรและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน พร้อมติดตามการดำเนินงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน

JS100 - Post&Share

อัพเดต 17 ม.ค. 2568 เวลา 12.17 น. • เผยแพร่ 17 ม.ค. 2568 เวลา 12.13 น. • JS100:จส.100
องคมนตรี เชิญถุงพระราชทานไปมอบแก่ราษฎรและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน พร้อมติดตามการดำเนินงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน

นพฤหัสบดีที่ 16 มกราคม 2568 เวลาประมาณ 10.30 น. นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี ประธานอนุกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพื้นที่ภาคเหนือ พร้อมด้วย นายวัชระ หัศภาค ที่ปรึกษาด้านการพัฒนา สำนักงาน กปร. และคณะอนุกรรมการฯ เดินทางไปยังโครงการจัดตั้งหมู่บ้านยามชายแดนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ บ้านปางคอง อำเภอปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อเชิญสิ่งของพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ไปมอบแก่ราษฎรและผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่โครงการจัดตั้งหมู่บ้านยามชายแดนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ บ้านปางคอง และโครงการจัดตั้งหมู่บ้านยามชายแดนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ บ้านแม่ส่วยอู ประกอบด้วย เสื้อกันหนาวเด็ก จำนวนรวม 53 ตัว และถุงพระราชทาน จำนวน 139 ถุง สร้างความปลื้มปีติในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงห่วงใยราษฎรและผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่เสมอมา โอกาสนี้ องคมนตรีและคณะเยี่ยมชมบอร์ดนิทรรศการผลการดำเนินงานของหน่วยงานร่วมโครงการฯ รับฟังการบรรยายสรุปผลการดำเนินงานโครงการฯ และการบริหารจัดการน้ำของโครงการอ่างเก็บน้ำปางคองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎรบ้านรวมไทยพัฒนาที่ 1 ตำบลรวมไทยพัฒนา อำเภอพบพระ จังหวัดตาก เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2542 มีพระราชดำริความว่า “ให้หาราษฎรชาวไทยภูเขาที่สมัครใจไปเป็นยาม ตามแนวชายแดน ตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” ต่อมาเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2542 มีพระราชดำริเพิ่มเติม ดังนี้ 1) ให้หมู่บ้านยามชายแดน เป็นหมู่บ้านที่จัดตั้งขึ้นใหม่บนภูเขาเพราะชาวเขามีความคุ้นเคยกับการอยู่บนภูเขามากกว่าพื้นราบและเป็นพื้นที่ที่มีความปลอดภัยพอสมควร
2) พื้นที่จัดตั้งหมู่บ้านยามชายแดนเป็นพื้นที่ที่สามารถทำการเกษตรได้เหมือนดังดอยอ่างขาง มีแหล่งน้ำ มีพื้นที่เพียงพอ สำหรับหมู่บ้านประมาณ 40 - 50 ครอบครัว
3) ขอให้ทหารช่วยฝึกอบรมระบบป้องกันภัยและฝึกการรายงานข่าว เพื่อให้ราษฎรได้ช่วยเป็นหูเป็นตาให้กับทางราชการ
4) มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ จะช่วยสนับสนุนอาชีพ และขอแรงงานทหารช่วยในการจัดตั้งหมู่บ้าน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินงานสนองพระราชดำริอย่างต่อเนื่อง ราษฎรเป็นชนเผ่าลาหู่จำนวน 40 หลังคาเรือน ประชากรรวม 145 คน มีรายได้จากการรับจ้างทั่วไป ทำการเกษตร อาทิ ข้าวโพด, ถั่ว, กระเทียม และเลี้ยงสัตว์ อาทิ สุกร, โค, กระบือ โดยในปี 2567 ราษฎรมีรายได้ต่อครัวเรือน/ปี 187,480 บาท คิดเป็น รายได้ต่อรายคน/ปี เฉลี่ย 51,718 บาท นอกจากนี้ มีการพัฒนาด้านสาธารณูปโภคต่าง ๆ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของราษฎรให้ดีขึ้น อาทิ ด้านการคมนาคม ด้านระบบประปา (น้ำอุปโภคและบริโภค) ด้านระบบไฟฟ้า (ระบบไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์) และด้านการติดต่อสื่อสาร (ระบบโทรศัพท์ทางไกลผ่านดาวเทียม) เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงและเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ราษฎรในพื้นที่

ช่วงบ่าย องคมนตรีและคณะ เดินทางไปยังโครงการจัดตั้งหมู่บ้านยามชายแดนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ บ้านอาโจ้ อำเภอปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชิญสิ่งของพระราชทานไปมอบแก่ราษฎรและผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่โครงการจัดตั้งหมู่บ้านยามชายแดนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ บ้านอาโจ้ และโครงการจัดตั้งหมู่บ้านยามชายแดนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ บ้านดอยผักกูด ประกอบด้วย เสื้อกันหนาวเด็ก จำนวนรวม 27 ตัว และถุงพระราชทาน จำนวน 113 ถุง ราษฎรและผู้ปฏิบัติงานต่างซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณครั้งนี้ โอกาสนี้ องคมนตรีและคณะเยี่ยมชมบอร์ดนิทรรศการผลการดำเนินงานของหน่วยงานร่วมโครงการฯ และรับฟังการบรรยายสรุปผลการดำเนินงานโครงการฯ

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎรบ้านเมืองแพม หมู่ที่ 5 ตำบลถ้ำลอด อำเภอปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน เมื่อ 4 มีนาคม 2549 ทรงติดตามความก้าวหน้าโครงการจัดตั้งหมู่บ้านยามชายแดนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ บ้านปางคอง ตำบลนาปู่ป้อม อำเภอปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน มีพระราชดำริความว่า “ให้พิจารณาพื้นที่ตั้งแต่หมู่บ้านปางคาม ตำบลปางมะผ้า อำเภอปางมะผ้า ถึง หมู่บ้านปายสองแง่ ตำบลเวียงเหนือ อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นหมู่บ้านโครงการจัดตั้งหมู่บ้านยามชายแดน เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของราษฎร และเพื่อประโยชน์ด้านความมั่นคงของประเทศชาติต่อไป” หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินงานสนองพระราชดำริอย่างต่อเนื่อง ราษฎรเป็นชนเผ่าลาหู่จำนวน 41 หลังคาเรือน ประชากรรวม 101 คน มีรายได้จากการรับจ้างทั่วไป ทำการเกษตร อาทิ ข้าวโพด, ถั่วลิสง, กระเทียม และเลี้ยงสัตว์ อาทิ สุกร, โค, กระบือ โดยในปี 2567 ราษฎรมีรายได้ต่อครัวเรือน/ปี 96,222 บาท คิดเป็น รายได้ต่อรายคน/ปี เฉลี่ย 39,060 บาท อีกทั้ง มีการพัฒนาด้านสาธารณูปโภคต่าง ๆ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของราษฎร อาทิ ด้านการคมนาคม ด้านระบบประปา (น้ำอุปโภคและบริโภค) ด้านระบบไฟฟ้า (ระบบไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์) และด้านการติดต่อสื่อสาร (ระบบโทรศัพท์ทางไกลผ่านดาวเทียม) อีกด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...