ธปท. คาดนโยบายทรัมป์ กระทบ เศรษฐกิจไทย 3 ด้าน
ธปท. เตือนปี 68 เศรษฐกิจโลกปั่นป่วน ฉุด เศรษฐกิจไทย โตไม่ถึง 3 % ย้ำนโยบายการเงินยังยืดหยุ่น ประเมินผลกระทบจากนโยบายทรัมป์อาจส่งผลต่อเศรษฐกิจไทย 3 ด้าน
6 ม.ค. 2568นายสักกะภพ พันธ์ยานุกูล ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยในงาน Monetary Policy Forum ว่า เศรษฐกิจในปีนี้มีความไม่แน่นอนสูงขึ้น ทั้งจากปัจจัยเรื่องภูมิรัฐศาสตร์ที่มีความรุนแรงขึ้น รวมถึงนโยบายของประเทศคู่ค้าหลักที่มีความไม่แน่นอนสูงขึ้นมาก โดยเฉพาะนโยบายของเศรษฐกิจสหรัฐ โดยในการประมาณการยังไม่ได้รวมเรื่องนี้ จากความไม่แน่นอนมีอยู่สูงด้วย
ทั้งนี้ คาดการณ์ว่า ไตรมาส 4/67 จะเติบโตได้ไม่ต่ำกว่า 3% และปัจจัยที่ขับเคลื่อนจะมาจากการส่งออกและภาคบริการยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ ส่วนผลของนโยบายสหรัฐ ในแง่ของช่วงแรกอาจยังไม่ได้เห็นชัดเจน ต้องรอครึ่งหลังของปีที่นโยบายจะมีผลกระทบเริ่มเข้ามา และผลต่อไทยจะมีมากน้อยแค่ไหน
ด้านนโยบายการเงินในระยะข้างหน้า เศรษฐกิจไทย ยังฟื้นตัวได้แต่ยังมีการฟื้นตัวที่ไม่เท่าเทียมกัน และมีความไม่แน่นอนในระยะข้างหน้าที่ยังสูงขึ้น โดยเฉพาะครึ่งหลังของปีนี้ ดังนั้นการดำเนินนโยบายการเงินจะต้องมีความยืดหยุ่น และสามารถรองรับกับสถานการณ์ที่มีความหลากหลาย และให้ความสำคัญกับการรักษา Policy buffer ในแง่ต่างๆไว้ด้วย รวมถึงพิจารณาผสมผสานเครื่องมือในเชิงนโยบายให้เหมาะสมกับพัฒนาการที่จะเกิดขึ้น
ด้านทิศทางค่าเงินบาทปีนี้ มองว่า ยังมีความผันผวนจากนโยบายเศรษฐกิจที่มีความท้าทายและคาดเดาได้ยาก ส่งผลให้ต้นทุนทางการเงิน หรือ อัตราแลกเปลี่ยนมีความผันผวนไปด้วย
นางปราณี สุทธศรี ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธปท. กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยปีนี้คาดว่าจะขยายตัวได้ 2.9% โดยแรงขับเคลื่อนหลักจากอุปสงค์ในประเทศและต่างประเทศ ขณะที่การท่องเที่ยวปีนี้คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างประเทศ 39.5 ล้านคน ทั้งนี้ เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวใกล้เคียงกับระดับศักยภาพ โดยแรงส่งสำคัญมาจากการส่งออกสินค้าที่ปีนี้คาดว่าจะขยายตัวได้ 2.7% ด้านการนำเข้าขยายตัวได้ 1.7% การท่องเที่ยวและอุปสงค์ในประเทศ
อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจไทยปีนี้ยังมี ปัจจัยบวก จาก มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ เช่น มาตรการเงินโอนเฟส 2 และ เฟส 3 มาตรการ Easy e-receipt ที่จะต้องติดตามว่าจะมีผลต่อเศรษฐกิจมากน้อยแค่ไหน ขณะที่ ปัจจัยลบ ต้องติดตาม ความรุนแรงของนโยบายกีดกันทางการค้าของสหรัฐที่จะส่งผลต่อเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไป
“ครึ่งแรกของปีจะเห็นการเร่งส่งออกสินค้า แต่ในระยะต่อไปจะมีความไม่แน่นอนของนโยบายกีดกันทางการค้าของสหรัฐ ที่จะทำให้ครึ่งปีหลังแผ่วลง แม้เศรษฐกิจจะขยายตัวได้ใกล้เคียงระดับศักยภาพ แต่การฟื้นตัวยังมีความแตกต่างกัน โดยกลุ่มที่ฟื้นตัวดีคือ ภาคการท่องเที่ยวและบริการอื่นๆ ขณะที่กลุ่มที่ฟื้นตัวช้า คือ อิเล็กทรอนิกส์และยานยนต์ ยังเป็นกลุ่มที่มีพัฒนาการแย่ลง โดยการผลิตยานยนต์ปีที่ผ่านมาลดลง จากวัฏจักรเชิงโครงสร้าง เป็นต้น”
นางปราณี กล่าวว่า สำหรับผลกระทบจากนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลทรัมป์ ยังมีความไม่แน่นอนสูง โดยผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย อาจเกิดได้ 3 ช่องทาง คือ
- ช่องทางการค้า (ที่ไทยส่งออกไปจีนได้น้อยลง - สินค้าไทยต้องแข่งขันกับจีนมากขึ้น (China flooding) ไทยส่งออกไปสหรัฐแทนจีน)
- ช่องทางการลงทุน (อาจมีการย้ายฐานการผลิตออกจากจีนมาไทย หรือ อาเซียน แต่ทั้งนี้อาจเกิดการชะลอการลงทุนได้จากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก)
- ช่องทางความเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจจีน (เศรษฐกิจจีนชะลอผลกระทบอาจเกิดกับการส่งออกและการท่องเที่ยวของไทย)
“มาตรการกีดกันทางการค้าของสหรัฐ ยังอาจทำให้มีการทะลักของสินค้าจีนเข้ามาไทยมากขึ้น ซึ่งจะสร้างแรงกดดันเพิ่มเติมต่อการฟื้นตัวของภาคอุตสาหกรรมที่เดิมช้าอยู่แล้ว”