วุฒิสภา ลงมติรับรอง “สก็อตต์ เบสเซนต์” นั่งรัฐมนตรีคลังสหรัฐ คนที่ 79
วุฒิสภา ลงมติรับรอง "สก็อตต์ เบสเซนต์" นั่งรัฐมนตรีคลังสหรัฐ คนที่ 79 จับตานโยบายภาษีศุลกากร งบดุลงบประมาณสหรัฐ พระราชบัญญัติลดหย่อนภาษีและการจ้างงาน
วันที่ 28 มกราคม 2568 สำนักข่าว CNBC รายงานว่า วุฒิสภาสหรัฐ ลงมติเมื่อวันที่ 27 ม.ค.68 ยืนยัน สก็อตต์ เบสเซนต์ ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในรัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์
โดยวุฒิสภาลงมติ 68 ต่อ 29 เสียง รับรองอดีตรัฐมนตรีวอลล์สตรีทผู้นี้ โดยมีสมาชิกพรรคเดโมแครต 16 คน เข้าร่วมกับสมาชิกพรรครีพับลิกันทั้งหมดเลือกสก็อตต์ เบสเซนต์ ให้ดำรงตำแหน่งนี้ โดยเบสเซนต์จะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงการคลังคนที่ 79
สก็อตต์ เบสเซนต์ ผู้ก่อตั้งคีย์สแควร์ กรุ๊ป จะมีบทบาทสำคัญในการช่วยให้ทรัมป์ดำเนินการตามวาระทางเศรษฐกิจของเขา รวมไปถึงการมีข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับนโยบายภาษี โดยกำลังได้รับการรับรองในขณะที่รัฐบาลสหรัฐกำลังดิ้นรนกับหนี้สินและการขาดดุล รัฐบาลกลางได้ใช้จ่ายเงินมากกว่าที่จัดเก็บได้ในปีงบประมาณ 2568 ประมาณ 7.11 แสนล้านดอลลาร์ ตามเว็บไซต์ข้อมูลการคลัง ในขณะเดียวกันหนี้สาธารณะก็พุ่งสูงขึ้นเป็นมากกว่า 36.2 ล้านล้านดอลลาร์
รัฐมนตรีกระทรวงการคลังคนใหม่สนับสนุนการขึ้นภาษีศุลกากรแบบค่อยเป็นค่อยไป ซึ่งจะกลับมาเป็นที่สนใจอีกครั้ง เนื่องจากประธานาธิบดีทรัมป์ขู่ว่าจะขึ้นภาษีสินค้าจากจีนแคนาดาและเม็กซิโกเมื่อวันที่ 26 ม.ค.68 ทรัมป์โพสต์บนโซเชียลมีเดียว่าจะขึ้นภาษี 25% สำหรับสินค้าที่นำเข้าจากโคลอมเบียมายังสหรัฐ
นอกจากนี้ประเด็นสำคัญอีกประการหนึ่งสำหรับ สก็อตต์ เบสเซนต์ ก็คือพระราชบัญญัติลดหย่อนภาษีและการจ้างงาน ซึ่งเป็นการปฏิรูปภาษีที่มีผลบังคับใช้ในปี 2561 บทบัญญัติบางประการในประมวลรัษฎากรจะสิ้นสุดลงในสิ้นปี 2568 และรัฐสภาจะต้องดำเนินการเพื่อขยายเวลาการยกเว้นภาษีดังกล่าว
อ้างอิง : cnbc.com