โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ตร.รุดตรวจจุดเกิดเหตุ หนุ่มขี่ จยย.ชนกองข้าวเปลือกตากบนถนนบาดเจ็บ

ข่าวเวิร์คพอยท์ 23

อัพเดต 22 พ.ย. 2567 เวลา 06.00 น. • เผยแพร่ 22 พ.ย. 2567 เวลา 06.00 น. • ข่าวเวิร์คพอยท์

ความคืบหน้ากรณีนายธนกฤต หรือเต้ย อายุ 17 ปี ขับขี่รถจักรยานยนต์ จะไปหาแฟนสาวในพื้นที่ อ.เฉลิมพระเกียรติ แต่พอขี่ จยย.ไปถึงถนนสายบ้านประดาจะบก - บ้านโคกศรีละคร ต.เจริญสุข อ.เฉลิมพระเกียรติ ได้พุ่งชนกองข้าวเปลือกที่มีการเทกองและตากไว้บนถนนเต็ม 1 ช่องจราจรหรือ 1 เลน เมื่อคืนที่ผ่านมา (21 พ.ย.67) จนได้รับบาดเจ็บถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล เนื่องจากถนนสายดังกล่าวไม่มีไฟส่องสว่างประกอบกับจุดที่ชาวนานำข้าวเปลือกมาตากไม่มีการติดตั้งสัญญาณไฟหรือป้ายเตือนผู้ขับขี่ จนทำให้เกิดอุบัติเหตุ

(22 พ.ย.67) ล่าสุด พ.ต.อ.วิศิษฏ์ บัวสง่าวงศ์ ผู้กำกับการ สภ.เฉลิมพระเกียรติ จ.บุรีรัมย์ ได้มอบหมายให้ พ.ต.ต.ศิววงศ์ สุดาปั่น สวป.ฯ สภ.เฉลิมพระเกียรติ พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ และชุดสืบสวน สภ.เฉลิมพระเกียรติ ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุ ยังพบข้าวเปลือกตากอยู่บนถนนบริเวณจุดเกิดเหตุ แต่วันนี้เจ้าของข้าวได้นำกรวยยางสะท้อนแสง และธงแดงมาติดตั้งเป็นสัญลักษณ์ให้ผู้ขับขี่ได้เห็น

ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้ประชาสัมพันธ์แนะนำให้เกษตรกร นำข้าวเปลือกไปตากที่หน้าที่ว่าการอำเภอ ลานหน้าโรงพัก หรือลานโล่งในชุมชน เพื่อความปลอดภัยและป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ แต่นายสุรินทร์ และนางจิ๋ว สองสามีภรรยาเจ้าของข้าวเปลือก ขอความเห็นใจจากเจ้าหน้าที่และผู้ใช้รถใช้ถนนขอเวลาอีกแค่ 2 วันจะตากข้าวแห้งแล้วก็จะเก็บ เพราะหากย้ายสถานที่ตากตอนนี้ก็จะต้องจ้างคนช่วยขนย้ายทำให้มีภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นอีก แต่รับปากว่าช่วงกลางคืนจะรวบกองข้าวเปลือกไปไว้ริมถนนมากที่สุด และจะติดตั้งสัญญาณไฟและกรวยสะท้อนแสงให้ผู้ขับขี่มองเห็นชัดเจนมากขึ้น

จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมทั้งสองสามีภรรยา เจ้าของข้าวเปลือก ได้เดินทางไปเยี่ยมนายธนกฤต หรือเต้ย ผู้บาดเจ็บซึ่งพักรักษาตัวอยู่ที่บ้านแฟนสาว พร้อมรับปากจะเยียวยาทั้งค่าเสียเวลาที่ไม่ได้ไปทำงาน และอาการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นด้วย

พ.ต.ต.ศิววงศ์ สุดาปั่น สวป.ฯ สภ.เฉลิมพระเกียรติ กล่าวว่า ปกติช่วงฤดูเก็บเกี่ยวทาง สภ.เฉลิมพระเกียรติ จะออกมาประชาสัมพันธ์ทุกปีว่าให้ชาวนานำข้าวไปตากที่หน้าที่ว่าการอำเภอ หน้าโรงพัก หรือตามลานของชุมชน เพื่อไม่ให้เกิดอุบัติเหตุกับผู้สัญจร ซึ่งทุกปีก็จะตากกันอยู่ราว 2 เดือน คือ ช่วง ต.ค.- พ.ย.

ซึ่งการตากข้าวบนถนนจริงแล้วเป็นความผิดตามกฎหมาย ตามพระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ. 2535 มาตรา 38 วรรคหนึ่ง ซึ่งบัญญัติว่า “ห้ามมิให้ผู้ใดติดตั้ง แขวน วางหรือกองสิ่งใดในเขตทางหลวงในลักษณะที่เป็นการกีดขวางหรืออาจเป็นอันตรายแก่ยานพาหนะ หรือในลักษณะที่จะทำให้เกิดความเสียหายแก่ทางหลวงหรือความไม่สะดวกแก่งานทาง”เพราะหากตากบนถนนแล้วเกิดอุบัติเหตุขึ้น เจ้าของข้าวต้องรับผิดชอบทั้งคดีแพ่งและอาญา ส่วนเคสนี้ก็จะมีการสอบปากคำทั้งสองฝ่ายและดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

ด้านนายสุรินทร์ บอกว่า ทุกปีที่ผ่านมาก็จะนำข้าวเปลือกที่เก็บเกี่ยวแล้วไปตากตามลานวัดลานชุมชนบ้าง แต่ปีนี้เห็นชาวนาเอามาตากตามถนนกันเยอะตนก็มาตากเหมือนกับคนอื่นๆ เพราะการตากบนถนนลาดยางจะแห้งเร็วกว่าตากตามลานหญ้า แต่ช่วงที่เก็บเกี่ยวแรกๆ ลานวัด หรือลานชุมชนที่เป็นปูนจะไม่ว่างเพราะเก็บเกี่ยวพร้อมกัน

ซึ่งปีนี้เป็นปีแรกที่ตนนำมาตากบนถนน ก็มีการนำธงแดงหรือกรวยมาวางเอาไว้ แต่ไม่คิดว่าจะเกิดอุบัติเหตุขึ้น ซึ่งหลังจากตำรวจมาแนะนำว่าจริงแล้วไม่สามารถตากบนถนนได้เพราะผิดกฎหมาย พร้อมแนะให้นำข้าวไปตากหน้าอำเภอ หน้าโรงพัก หรือลานในชุมชนแทน ตนก็ขอเวลาอีก 2 วันตากให้เสร็จแล้วจะเก็บ ปีหน้าก็จะไม่ตากตามถนน ส่วนตัวก็รู้ว่าผิดกฎหมายแต่ช่วงที่เกี่ยวพร้อมกันลานมันไม่พอ และตากบนถนนจะแห้งเร็วกว่า

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...