โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เล่าต่างกัน! ความจริงในศึกคราวเสีย “สมเด็จพระสุริโยทัย” ใครสิ้นพระชนม์กันแน่?

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 15 พ.ย. 2567 เวลา 12.16 น. • เผยแพร่ 15 พ.ย. 2567 เวลา 06.57 น.
พระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระศรีสุริโยทัย ทุ่งมะขามหย่อง (ภาพโดย ธนกฤต ก้องเวหา)

ช่วงนี้ถ้าใครเป็นสายนางงาม คงจะเห็นชุดประจำชาติของประเทศไทย สวมใส่โดย “โอปอล สุชาตา” ในเวทีสาวงามระดับโลกอย่าง “Miss Universe 2024” ซึ่งชุดที่นางงามไทยสวมใส่ ชื่อว่า “Siam Manustree” สื่อถึงวีรสตรีสยามและยกย่องถึงความกล้าหาญของสมเด็จพระสุริโยทัยในสงคราม เพื่อปกป้องพระราชสวามี และปกปักษ์รักษาแผ่นดินกรุงศรีอยุธยา

บทความนี้จึงอยากชวนทุกคนมาทบทวนเรื่องราวพระราชวีรกรรมอันห้าวหาญของพระองค์ว่า มีการเล่าผ่านหลักฐานทางประวัติศาสตร์ชิ้นต่าง ๆ ไว้อย่างไรบ้าง

สงคราม พ.ศ. 2091 คราวเสียสมเด็จพระสุริโยทัย

เรื่องราวคราวสงครามอยุธยา-หงสาวดี พ.ศ. 2091 ซึ่งเป็นสงครามที่เสียสมเด็จพระสุริโยทัยนั้น เกิดขึ้นหลัง “สมเด็จพระมหาจักรพรรดิ” ซึ่งเป็นพระราชสวามี เสวยราชย์ได้ 7 เดือน “พระเจ้าหงสาวดีตเบ็งชเวตี้” ยกทัพลงมาทางเมืองกาญจนบุรีเก่า ตั้งทัพอยู่ริมเขาชนไก่ พระเจ้าแผ่นดินอยุธยาแต่งกองทัพออกไปต่อสู้ ปะทะกันที่แขวงเมืองสุพรรณบุรี กองทัพอยุธยาต้านทานกองทัพพระเจ้าหงสาวดีไม่ได้ จึงถอยกลับมาตั้งรับที่พระนคร

หลังจากนั้น พระเจ้าหงสาวดียกกองทัพเข้ามาตั้งล้อมพระนคร สมเด็จพระมหาจักรพรรดิจึงเสด็จยกกองทัพออกไปตรวจกำลังศึก พร้อมพระสุริโยทัยพระอัครมเหสี และสมเด็จพระราชโอรส พระราชธิดา ได้รบพุ่งกับพระเจ้าแปร ซึ่งเป็นกองทัพหน้าของพระเจ้าหงสาวดี สมเด็จพระมหาจักรพรรดิเสียที พระสุริโยทัยเข้ามาช่วยแก้ ต้องอาวุธข้าศึกทิวงคต

สำหรับเหตุการณ์โดยละเอียด หลักฐานแต่ละชิ้นเล่าต่างกันอยู่บ้าง เริ่มจาก พระราชพงศาวดารฉบับพระราชหัตถเลขา ซึ่งเล่าไว้อย่างพิสดาร ดังนี้

“สมเด็จพระมหาจักรพรรดิราชาธิราชเจ้าก็ขับพระคชาธารเข้าชนช้างกองหน้าพระเจ้าหงสาวดี พระคชาธารเสียทีให้หลังข้าศึกเอาไว้ไม่อยู่ พระเจ้าแปรได้ท้ายข้าศึก ดังนั้น ก็ชับพระคชธารตามไล่ช้างพระมหาจักรพรรดิ พระสุริโยทัยเห็นพระราชสวามีเสียทีไม่พ้นข้าศึก ทรงพระกตัญญูภาพก็ขับพระคชาธารพลายทรงสุริยกษัตริย์สะอึกออกรับ

พระคชาธารพระเจ้าแปรได้ล่างแบกถนัด พระคชาธารพระสุริโยทัยแหงนหงายเสียที พระเจ้าแปรจ้วงฟันด้วยพระแสงของ้าวต้องพระอังสาพระสุริโยทัยขาดกระทั่งถึงราวพระถันประเทศ พระราเมศวรกับพระมหินทราธิราชก็ขับพระคชาธารถบันจะเข้าแก้พระราชมาดราไม่ทันที

พอพระชนนีสิ้นพระชนม์กับคอช้างพระที่นั่งทั้งสองพระองค์ถอยรอรับข้าศึกกันพระศพสมเด็จพระราชมารดาเข้าพระนครได้”

ด้าน พระราชพงศาวดารฉบับหลวงประเสริฐอักษรนิติ์ เล่าว่า “พญาหงศาปังเสวกิยกพลมายังพระนครศรีอยุธยาในเดิอน ๔ นั้น เมื่อสมเดจพระมหาจักรพรรดิเจ้าเสดจออกไปรบศึกหงษานั้น สมเดจพระอรรคมเหษี สมเดจพระเจ้าลูกเธอพระราชบุตรี เสดจทรงช้างออกไปโดยเสดจด้วย

แลเมิ่อได้รบศึกหงษานั้น ทับหน้าแตกมาปะทับหลวงเปนโกลาหลใหญ่ แลสมเดจพระอรรคมเหษี แลสมเดจพระเจ้าลูกเธอพระราชบุตรีนั้นได้รบด้วยข้าศึกถึงสิ้นพระชนมกับคอช้างนั้น”

แต่ หนังสือคำให้การชาวกรุงเก่า เล่าต่างออกไปว่า เมื่อพม่ายกมาประชิดพระนคร เพื่อไม่ให้เสียไพร่พลทั้งสองฝ่าย สมเด็จพระมหาจักรพรรดิได้รับคำท้าประลองกันเฉพาะพระองค์ในการทำยุทธหัตถี ครั้นถึงวันประลอง พระเจ้าแผ่นดินอยุธยากลับประชวรออกรบไม่ได้

“ฝ่ายพระมหาเทวีผู้เป็นพระอัครมเหสีพระมหาจักรพรรดิ จึงให้ประชุมพระราชวงศานุวงศ์ และข้าราชการทั้งปวงทรงปรึกษากันว่า บัดนี้ถึงวันสัญญาที่จะทำยุทธหัตถีแล้ว พระราชสวามีของเราก็ทรงพระประชวรมาก พระราชโอรสก็ยังทรงพระเยาว์นัก จะหาใครออกทำยุทธหัตถี ต่อสู้กับข้าศึกแทน…จะต้องยอมเสียพระราชสมบัติให้แก่ข้าศึกตามสัญญา…

พระบรมดิลกซึ่งเป็นพระราชธิดา มีพระชันษาได้ ๑๖ ปี จึงกราบทูลว่า…ไม่มีใครที่ออกสู้ด้วยข้าศึกแล้วกระหม่อมฉันจะขอรับอาสาออกไปชนช้างกับพระเจ้าหงสาวดี ฉลองพระเดชพระคุณสมเด็จพระราชบิดา…

พระมหาเทวีจะห้ามอย่างไร พระบรมดิลกก็ไม่ทรงเชื่อฟัง ถึงวันนัดทรงแต่งพระองค์เป็นชาย ทรงช้างต้นบรมฉัททันต์ที่กำลังตกมันออกไป

…ครั้งกองทัพมาถึงพร้อมกันทั้ง ๒ ฝ่ายแล้ว ก็ยกธงขึ้นเป็นสัญญา แล้วต่างก็เข้าทำยุทธหัตถีชนช้างกัน พระบรมดิลกเป็นสตรีไม่ชำนาญการขับขี่พระคชาธาร ก็เสียทีแก่พระเจ้าหงสาวดี ช้างต้นบรมฉัททันต์เบนท้ายให้ท่าแก่พระเจ้าหงสาวดี พระเจ้าหงสาวดีก็ทรงพระแสงง้าวฟันถูกพระบรมดิลกตกจากช้างทรง พระบรมดิลกร้องได้คำเดียวก็สิ้นพระชนม์ พระเจ้าหงสาวดีได้ทรงฟังเสียง จึงทราบชัดว่าเป็นสตรีปลอมออกมาทำยุทธหัตถีกับพระองค์ก็เสียพระทัย ทั้งละอายแก่ไพร่พลทั้งปวง…”

จะเห็นว่าเอกสารทั้ง 3 เล่าแตกต่างกัน ฉบับแรกเล่าถึงการเสียสมเด็จพระสุริโยทัย ฉบับที่สองระบุว่าสมเด็จพระมหาจักรพรรดิสูญเสียทั้งพระมเหสีและพระราชบุตรี ส่วนฉบับท้ายสุด พระมหาเทวี (พระสุริโยทัย) ยังมีพระชนม์อยู่ ส่วนคนที่สิ้นพระชนม์คือ “พระบรมดิลก” พระราชบุตรี

ทั้งนี้ จากเหตุผลหลาย ๆ อย่างและการวิพากษ์ความน่าเชื่อถือของหลักฐาน นักประวัติศาสตร์ค่อนข้างเชื่อถือหลักฐานฉบับที่สองมากที่สุด แม้จะไม่ได้บรรยายไว้อย่างละเอียด นั่นคือพระราชพงศาวดารฉบับหลวงประเสริฐอักษรนิติ์

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

พิเศษ เจียจันทร์พงษ์. (2544). พระสุริโยทัย เป็นใคร? มาจากไหน?.กรุงเทพฯ : มติชน.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 15 พฤศจิกายน 2567

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เล่าต่างกัน! ความจริงในศึกคราวเสีย “สมเด็จพระสุริโยทัย” ใครสิ้นพระชนม์กันแน่?

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...