โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

สาวร้อง สามีชาวต่างชาติหอบเงินกว่า 15 ล้าน ซื้อบ้านจัดสรรชื่อดัง แต่กลับถูกบริษัทบ่ายเบี่ยงไม่ยอมโอนบ้านพร้อมที่ดินให้

สยามนิวส์

เผยแพร่ 03 ก.พ. 2568 เวลา 06.54 น. • สยามนิวส์
สาวร้อง สามีชาวต่างชาติหอบเงินกว่า 15 ล้าน ซื้อบ้านจัดสรรชื่อดัง แต่กลับถูกบริษัทบ่ายเบี่ยงไม่ยอมโอนบ้านพร้อมที่ดินให้

วันนี้ 3 กุมภาพันธ์ 2568 นางสาววิภาณี ภรรยา ภรรยานักธุรกิจชาวอเมริกัน ร้อง นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเขตสายไหมที่ต้องรอด หลัง สามีนำเงินเก็บ 15 ล้านบาท ซื้อบ้านพร้อมที่ดิน กับโครงการก่อสร้างบ้านดัง ( Hybrid Hill) ในพื้นที่อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เมื่อ ปี 2566 จำนวน 2 แปลงเนื้อที่แปลงละ 200 ตารางวา รวม 1 ไร่เศษ ผ่อนจ่ายเดือนละ 1 ล้านบาท ผ่อนหมดในเดือนพฤษภาคม 2567 หลังผ่อนหมดได้ติดต่อโครงการเพื่อขอทำการโอนบ้านหลังดังกล่าว

แต่ปรากฏว่าทางโครงการบ่ายเบี่ยง ระบุไม่สามารถโอนบ้านให้ได้ เนื่องจากติดปัญหาบางประการ จึงตัดสินใจนำสำเนาโฉนดที่ทางโครงการให้ไว้กับสามีไปตรวจสอบกับที่ดิน อำเภอหัวหิน คำตอบที่ได้ทำเอาสามีช็อก ที่ดินแปลงดังกล่าว ถูกทางโครงการนำไปขายฝากกับนายทุนเอกชนรายหนึ่งตั้งแต่ปี 2564 ก่อนนำมาขายให้กับสามีชาวอเมริกันของตนอีก ที่สำคัญทำโครงการยังขาดผ่อนชำระกับนายทุนโฉนด จนตกเป็นของนายทุนตั้งแต่เดือนเมษายนปี 2567 แต่ในเดือนเมษายนและพฤษภาคมสามีของตนยังผ่อนชำระกับโครงการตามปกติ

เมื่อตนและสามีไปติดตามที่โครงการ ทางโครงการจึงขอชดใช้เงินคืนให้กับสามีโดยไร้ดอกเบี้ย โดยจ่ายเช็คล่วงหน้าจำนวน 3 ฉบับ ปรากฏว่า เช็ค 2 ฉบับแรก เป็นเช็คเด้ง ส่วนอีก 1 ฉบับ ใกล้ครบกำหนดซึ่งคาดว่าน่าจะเด้งอีกเช่นกัน เมื่อติดต่อโครงการไปพบว่าโครงการดังกล่าวปิดตัวไปแล้วถาวร จึงเข้าแจ้งความที่สภ.หัวหิน ตามพรบ.เช็ค ฐานจ่ายเช็คที่ไม่มีอยู่จริง พร้อมร้องขอความช่วยเหลือจากสายไหมต้องรอด ช่วยประสานหน่วยงานของรัฐเข้าทำการตรวจสอบโครงการดังกล่าว ว่า โครงการดังกล่าว มีพฤติกรรมฉ่อฉลหรือไม่ ซึ่งจากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าโครงการนี้ มีบ้านในโครงการรวม 34 หลัง ผู้ซื้อ เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์เป็นชาวต่างชาติ

ด้านนายเอกภพ ระบุว่า จากพฤติการณ์ ของโครงการ มีลักษณะหลอกลวงตั้งแต่เริ่มต้นและทำผิดต่อผู้เสียหายซ้ำซากทั้งที่ผู้เสียหายไม่มีเจตนาจะดำเนินคดีอาญากับเจ้าของโครงการเลย ดังนั้นควรนำเงินมาชดใช้ให้ผู้เสียหายเสียซึ่งหลังจากนี้ตนจะประสานไปยังกระทรวงมหาดไทยให้ดำเนินการตรวจสอบโครงการดังกล่าวว่ามีผู้เสียหายรายอื่นๆ อีกหรือไม่

ผู้สื่อข่าวนครบาล ทีมข่าวสยามนิวส์ รายงาน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...