สรุปข่าวต่างประเทศ ประจำวันอังคารที่ 6 กุมภาพันธ์ 2567
สรุปข่าวต่างประเทศ ประจำวันอังคารที่ 6 กุมภาพันธ์ 2567
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -6 ก.พ. 67 7:46: น.
*** สัญญาน้ำมันดิบเวสต์ เท็กซัส (WTI) งวดส่งมอบเดือนมี.ค. ปิดที่ 72.78 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 50 เซนต์ หรือ 0.7%
สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ทะเลเหนือ (BRENT) งวดส่งมอบเดือนเม.ย. ปิดที่ 78.22 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 66 เซนต์ หรือ 0.9%
ราคาน้ำมันปรับตัวเพิ่มขึ้น จากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง หลังสหรัฐฯและอังกฤษใช้ปฏิบัติการทางอากาศโจมตีหลายพื้นที่ของเยเมน ที่อยู่ภายใต้การควบคุมของกลุ่มกบฏฮูตี รวมถึงกองทัพยูเครนโจมตีโรงกลั่นน้ำมันขนาดใหญ่ที่สุดของรัสเซีย
*** สถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐฯ (ISM) รายงานว่า ดัชนีภาคบริการของสหรัฐฯ ปรับตัวเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 53.4 ในเดือนม.ค. จากระดับ 50.5 ในเดือนธ.ค. สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 52.0 โดยได้แรงหนุนจากการเพิ่มขึ้นของการจ้างงานและคำสั่งซื้อใหม่ ขณะที่ภาคธุรกิจมีความเชื่อมั่นต่อแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ ซึ่งดัชนียังคงอยู่สูงกว่าระดับ 50 บ่งชี้ว่าภาคบริการของสหรัฐฯ ยังคงมีการขยายตัว และนับเป็นการขยายตัวเป็นเดือนที่ 13 ติดต่อกัน
*** นายแอนโทนี บลิงเกน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ เดินทางถึงกรุงริยาด ของซาอุดีอาระเบีย เพื่อผลักดันการเจรจาพักรบครั้งใหม่ ระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮามาส โดยคาดว่าจะเข้าพบเจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซาลมาน มกุฎราชกุมารซาอุดีอาระเบีย รวมทั้งเจ้าชายไฟซาล บิน ฟาร์ฮาน อัล ซาอุด รัฐมนตรีต่างประเทศซาอุดีอาระเบีย ซึ่งการเดินทางครั้งนี้ นับเป็นการเยือนตะวันออกกลางเป็นครั้งที่ 5 และคาดว่าจะหารือกับผู้นำในภูมิภาคเกี่ยวกับการทำข้อตกลงหลังสิ้นสุดสงครามในฉนวนกาซา รวมถึงการฟื้นฟูความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างอิสราเอลและซาอุดีอาระเบีย
*** เอสแอนด์พี โกลบอล เผยผลสำรวจว่า ภาคบริการของฝรั่งเศส หดตัวเป็นเดือนที่ 8 ติดต่อกัน ในเดือนม.ค. ฉุดโดยอุปสงค์ที่อ่อนแอ ซึ่งถือเป็นภาวะตกต่ำที่ยาวนานที่สุดในรอบกว่าหนึ่งทศวรรษ โดยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการขั้นสุดท้ายของฝรั่งเศส แตะระดับ 45.4 ในเดือนม.ค. 2567 ลดลงจากระดับ 45.7 ในเดือนธ.ค. แต่ดีกว่าตัวเลขประมาณการที่ 45.0
ทั้งนี้ ดัชนี PMI ที่ระดับสูงกว่า 50 บ่งชี้ว่ากิจกรรมธุรกิจอยู่ในภาวะขยายตัว ส่วนดัชนีที่ต่ำกว่า 50 บ่งชี้ว่าอยู่ในภาวะหดตัว
*** ธนาคารกลางตุรกี รายงานว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เพิ่มขึ้นแตะระดับ 64.86% ในเดือนม.ค. เมื่อเทียบรายปี จากระดับ 64.77% ในเดือนธ.ค. โดยภาคส่วนที่มีการปรับตัวขึ้นของราคามากที่สุดเมื่อเทียบรายเดือน ได้แก่ สุขภาพ ที่เพิ่มขึ้น 17.7% โรงแรม คาเฟ่ และร้านอาหาร เพิ่มขึ้น 12% ส่วนเสื้อผ้าและรองเท้าเป็นภาคส่วนเดียวที่ลดลงเมื่อเทียบรายเดือน โดยลดลง 1.61%
ปัจจุบัน ธนาคารกลางตุรกีกำลังทำภารกิจปรับลดอัตราเงินเฟ้อที่พุ่งสูง ด้วยการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 8 ครั้งติดต่อกัน นับตั้งแต่เดือนพ.ค. 2566 โดยการขึ้นดอกเบี้ยครั้งล่าสุด เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 25 ม.ค. สู่ระดับ 45%
*** แมคโดนัลด์ คอร์ป รายงานตัวเลขรายได้ในไตรมาส 4/2566 ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ โดยได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ในตะวันออกกลาง
โดยแมคโดนัลด์ระบุว่า บริษัทมีกำไร 2.95 ดอลลาร์สหรัฐต่อหุ้น สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่ระดับ 2.82 ดอลลาร์สหรัฐต่อหุ้น อย่างไรก็ตาม บริษัทมีรายได้ 6.41 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 6.45 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
*** บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์จีนบางราย ต้องติดตั้งอุปกรณ์ตรวจสอบในโครงการของตน ภายใต้มาตรการอย่างเป็นทางการของรัฐบาลจีน ซึ่งมีผลบังคับใช้ในเดือนนี้ โดยกฎระเบียบดังกล่าวมีผลบังคับใช้กับบริษัท ที่ได้รับเงินทุนจากรัฐบาลจีนอย่างน้อย 30 ล้านหยวน (4.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) โดยทางการจีนเริ่มบังคับใช้กฎระเบียบดังกล่าว ในขณะที่ทางการจีนต้องการส่งเสริมเสริมอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ที่กำลังซบเซา
*** สแน็พแชท(Snap Chat) แอปดังระดับโลก สั่งปลดพนักงานเพิ่ม 500 คน เป็นครั้งที่ 3 ในรอบ 6 เดือนา สะท้อนธุรกิจเทคโนโลยียังเผชิญรายได้โฆษณาตกต่ำ สำหรับพนักงานที่เข้าข่ายถูกปลดเป็นพนักงานประจำทั้งหมด และจะทำให้มีค่าใช้จ่ายในการปรับโครงสร้างจำนวนพนักงาน 55-75 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
*** เอสเต้ ลอเดอร์ (Estee Lauder) เจ้าของแบรนด์เครื่องสำอางระดับหรูหรา และลิปสติกชื่อดังอย่างแม็ค (MAC) จากสหรัฐฯ ประกาศแผนปรับโครงสร้างพนักงาน โดยตั้งเป้าหมายปลดพนักงานครั้งใหญ่ระหว่าง 3% ถึง 5% ของจำนวนพนักงานทั้งหมดในปัจจุบัน หรือราว 1,860 ถึง 3,100 คน จากพนักงานทั้งหมด 62,000 คน
*** สมาคมรถยนต์นั่งส่วนบุคคลของจีน (CPCA) รายงานตัวเลขสัดส่วนการครองตลาดของผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในจีน สิ้นสุดเดือนธ.ค.ปีที่แล้ว พบมีสัดส่วนมากถึง 63.5% และกำลังเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ขณะที่สัดส่วนของผู้ผลิตจากยุโรปปรับตัวลดลงมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดย CPCA คาดว่ารถยนต์ไฟฟ้าของจีน จะมียอดขายเกิน 11 ล้านคันในปีนี้ เติบโตจากปี 2566 ราว 20%
*** Yandex NV ทำข้อตกลงมูลค่า 5.21 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อขายสิ่งที่เรียกว่า "Google แห่งรัสเซีย" ให้กับกลุ่มนักลงทุนชาวรัสเซีย ซึ่งถือเป็นการเลิกทำธุรกิจในรัสเซีย นับตั้งแต่กองทัพรัสเซียบุกยูเครนเมื่อเกือบ 2 ปีที่แล้ว โดยข้อตกลงครั้งนี้ จะทำให้ Yandex NV ซึ่งเป็นบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ที่สุดของรัสเซีย อยู่ภายใต้การบริหารของรัสเซียทั้งหมด
*** สมาคมอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ รายงานว่า อุตสาหกรรมชิปทั่วโลกมีแนวโน้มฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญในปีนี้ โดยคาดว่ายอดขายจะเพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ซึ่งคาดว่ายอดขายจะเพิ่มขึ้น 13% ในปีนี้เป็นเกือบ 6 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยได้แรงหนุนจากความต้องการส่วนประกอบไฟฟ้าจากธุรกิจที่หลากหลายมากขึ้น หลังปีที่แล้ว ยอดขายทั่วโลกลดลง 8.2% เหลือ 5.268 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ
รายงาน โดย สิริพงศ์ สิริชุมศรี เรียบเรียง โดย สิริพงศ์ สิริชุมศรี
อีเมล์. siripong@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ