โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แร่ไพไรต์ “ทองคนโง่” สินแร่สำคัญ คล้ายทองคำจนหลายคนเข้าใจผิด

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 13 ส.ค. 2568 เวลา 06.37 น. • เผยแพร่ 13 ส.ค. 2568 เวลา 06.31 น.
แร่ไพไรต์ (ภาพโดย PollyDot จาก Pixabay)

แร่ไพไรต์ “ทองคนโง่” สินแร่สำคัญ คล้ายทองคำจนหลายคนเข้าใจผิด

ทองคนโง่(Foolish Gold / Fool’s Gold) คือแร่ชนิดหนึ่งเรียกว่า ไพไรต์(Pyrite) หรือเหล็กซัลไฟต์ ไทยเราเรียกว่า “เพชรหน้าทั่ง” เพราะมีรูปผลึกเป็นเหลี่ยมลูกบาศก์ ส่วนใหญ่จะเห็นหน้าผลึกเป็นรูป 5 เหลี่ยม จำนวน 12 หน้า ทำให้ดูคล้ายเหลี่ยมผลึกเพชร

คำว่า “ไพไรต์” มาจากภาษากรีก คือ “Pyr” หมายถึง ไฟ เพราะชาวกรีกโบราณเห็นว่าเมื่อนำแร่ชนิดนี้ไปตีกระทบกับเหล็กกล้าจะเกิดประกายไฟ ใช้สำหรับจุดไฟได้ ต่อมายังถูกนำมาใช้เป็นวัสดุจุดระเบิดของปืนสมัยแรกด้วยการกระทบกับหินฟลินท์

ไพไรต์เป็นแร่ประกอบของเหล็กและกำมะถัน มีผลึกเป็นเหลี่ยมลูกเต๋า ผิวเรียบมันสีทองเหลืองหน้าผลึกชัดเจน ในไทยพบได้มากทางภาคใต้ตามแหล่งแร่ดีบุก เป็นแร่ที่พบได้ทั่วไปในหลายจังหวัด เช่น สงขลา ฉะเชิงเทรา นครราชสีมา เพชรบูรณ์ แพร่ ฯลฯ

แหล่งแร่ไพไรต์ใหญ่ ๆ ของไทยคือ อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช และอำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา

อันที่จริงไพไรต์ไม่ใช่โลหะมีค่าหายากอะไร บางแหล่งทำเหมืองแร่ชนิดนี้เพื่อเอาทองคำกับทองแดงที่เกิดปะปนกันอยู่ด้วยซ้ำ ส่วนมากใช้ประโยชน์จากแร่นี้ด้วยการนำมาทำกรดกำมะถัน กรดตั้งต้นสำหรับผลิตกรดอื่น ๆ อีกที เพื่อใช้ในการทำสีย้อม หมึก ยารักษาเนื้อไม้ และยาฆ่าเชื้อโรค หรือทำเป็นรัตนชาติขายในชื่อ “มาร์คาไซต์”

สำหรับวงการพระเครื่อง พระเครื่องหลวงปู่ทวดเนื้อผงด้านหลังจะโรยด้วยไพไรต์ เมื่อทำปฏิกิริยากับออกซิเจนในอากาศจะเห็นเป็นสีทองเปล่งปลั่งคล้ายทองคำ ทำให้ผู้พบเห็นเกิดความเข้าใจผิดอยู่บ่อยครั้ง รวมถึงยุคตื่นทอง (The Gold Rush) คนจำนวนไม่น้อยสับสนระหว่างไพไรต์กับทองคำ เป็นที่มาของฉายา Foolish Gold หรือ “ทองคนโง่” นั่นเอง

ไพไรต์ยังเป็นส่วนหนึ่งของตำนานและความเชื่อมากมายในหลายชนชาติ ในละตินอเมริกา ชาวอินคาและแอซแท็กจะนำไพไรต์ชิ้นใหญ่มาขัดให้เป็นแผ่น มีด้านเรียบหนึ่งด้าน ส่วนอีกด้านจะสลักเสลาเป็นสัญลักษณ์ศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อ ใช้จ้องมองด้านเรียบที่เป็นมันเงาเหมือนกระจกเพื่อทำนายอนาคต

พวกเขายังเชื่อว่าการพกพาแร่นี้จะเพิ่มเสน่ห์หรือแรงดึงดูดทางเพศในเพศชายได้ แต่หากพกติดตัวนานเกินไป พลังของหินจะทำให้เกิดความผิดปกติทางจิตใจ และการวางไพไรต์ไม่ห่างตัวหญิงเพิ่งคลอดบุตรจะช่วยบรรเทาอาการปวดหรือเหนื่อยล้าได้

ชาวอินเดียนในอเมริกาเหนือเชื่อว่าไพไรต์คือ ศิลาแห่งอำนาจและเวทมนตร์ หมอผีชาวอินเดียนจึงใช้แร่นี้เป็นเครื่องรางทำนายโรค หรือแม้แต่ประดับชุดในพิธีกรรมปัดเป่าโรคร้าย

ชาวจีนเชื่อว่าหากวางรูปสลักหรือตุ๊กตาไพไรต์ไว้ใกล้หน้าต่างจะให้คุณเรื่องการทำมาค้าขายรุ่งเรือง หากวางไว้ข้างประตูจะช่วยป้องกันสิ่งร้าย ๆ ที่จะเข้ามาในบ้าน

คนไทยสมัยโบราณเองเชื่อว่าไพไรต์ หรือ “เพชรหน้าทั่ง” เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์เช่นกัน ในสมัยกรุงศรีอยุธยา มีการนำไพไรต์มาประดับหัวแหวนเพื่อเป็นเครื่องรางของขลัง จัดอยู่ในกลุ่มเดียวกับเหล็กไหล แต่อาจมีค่าไม่เท่าเหล็กไหล (เพราะไพไรต์หาได้ง่ายกว่า) และเครื่องรางจากไพไรต์สามารถป้องกันเสนียดจัญไร และคมมีดคมหอกในสงครามได้

ไพไรต์จึงอยู่ในการรับรู้ของคนโบราณนานมากแล้ว เพียงแต่ไม่เป็นที่รู้จักมากนัก เพราะหากเห็นก็คิดว่าเป็นทองคำ ดังฉายา “ทองคนโง่” นั่นเอง

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

ภักดิ์ ทรงเจริญ. (ไม่ระบุปี). ทองน่ารู้.สำนักงานเลขานุการกรม กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่. (Online PDF)

กรมทรัพยากรธรณี. ไพไรต์ (Pyrite). สืบค้นเมื่อ 29 กุมภาพันธ์ 2567. จาก https://www.dmr.go.th/pyrite/

Kseniia Pavlova. This stone might drive you crazy.Retrieved February 29, 2024. From https://forpost-sz.ru/en/museum/stone-stories/pyrite

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 29 กุมภาพันธ์ 2567

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : แร่ไพไรต์ “ทองคนโง่” สินแร่สำคัญ คล้ายทองคำจนหลายคนเข้าใจผิด

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...