ลอบสังหาร‘โดนัลด์ ทรัมป์’ ปลุก‘การเมือง-ชิงปธน.สหรัฐ’เดือด
ลอบสังหาร‘โดนัลด์ ทรัมป์’ ปลุก‘การเมือง-ชิงปธน.สหรัฐ’เดือด
หมายเหตุ – ความเห็น ผศ.ดร.ประพีร์ อภิชาติสกล อาจารย์ประจำหลักสูตรนิติศาสตบัณฑิต คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ในฐานะอุปนายกสมาคมอเมริกาศึกษาในประเทศไทยกรณีเหตุการณ์ลอบยิงนายโดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐ และผู้สมัครเลือกตั้งชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐจากพรรครีพับลิกัน ได้รับบาดเจ็บ กลางเวทีหาเสียงในรัฐเพนซิลเวเนีย เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคมที่ผ่านมา มีนัยและสะท้อนภาพอะไรบ้างในการเมืองสหรัฐที่กำลังจะมีการเลือกตั้งประธานาธิบดีคนใหม่ในวันที่ 5 พฤศจิกายนนี้
เคยมีคนทำนายไว้แล้วว่าการลอบสังหาร หรือการใช้ความรุนแรงทางการเมืองของสหรัฐอาจจะเกิดขึ้น ในช่วงที่ โดนัลด์ ทรัมป์ กำลังมีกระแสมาแรงเป็นอย่างมากว่า สิ่งที่อาจจะหยุดความร้อนแรงของ โดนัลด์ ทรัมป์ ได้คือการใช้ความรุนแรง จนทำให้แนวโน้มความรุนแรงทางการเมืองของอเมริกาจะรุนแรงขึ้นไปเรื่อยๆ ซึ่งจริงๆ แล้วเหตุการณ์ในการลอบสังหารในสหรัฐนั้นมีมาตั้งแต่สมัยอดีตแล้วไม่ว่าจะเป็น ประธานาธิบดี จอห์น เอฟ. เคนเนดี ที่ถูกรอบสังหารระหว่างการดำรงตำแหน่ง หรือจะเป็น โรเบิร์ต เอฟ. เคนเนดี ซึ่งเป็นน้องชายก็ถูกลอบสังหารเช่นเดียวกัน รวมไปถึงกรณีของ มาร์ติน ลูเธอร์ คิง จูเนียร์ ที่เป็นนักต่อสู้เพื่อสิทธิพลเมืองของคนผิวดำก็ถูกลอบสังหาร แสดงให้เห็นว่าเรื่องแบบนี้ไม่ใช่ไม่เคยเกิดขึ้นเลยในสหรัฐ แต่ถึงแม้ว่าเหตุการณ์เหล่านี้จะไม่ได้เกิดขึ้นมานานมากแล้ว และเมื่อกลับมาเกิดขึ้นอีกครั้งได้สร้างความตกใจว่าทำไมหน่วยรักษาความปลอดภัยที่ต้องทำหน้าที่ปกป้องบุคคลที่ทำการหาเสียงและอาจได้ขึ้นเป็นประธานาธิบดีคนต่อไปของสหรัฐ จึงปล่อยให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้ และจากข้อเท็จจริงที่เห็นผ่านตามามีผู้พบเห็น นายโธมัส แมทธิว ครุกส์ ชายวัย 20 ปี หรือมือปืนรอบสังหารในเหตุการณ์นี้ทำการโชว์อาวุธปืนของเขา และได้มีการแจ้งไปยังหน่วยรักษาความปลอดภัยแล้วแต่ก็ไม่แน่ใจว่าทำไมเหตุการณ์นี้ถึงยังเกิดขึ้นได้และเฉียดฉิวมากๆ ที่อาจจะทำให้อดีตประธานาธิบดีของสหรัฐรายนี้ เสียชีวิตได้ ซึ่งในวันที่ 15 กรกฎาคมที่จะถึงนี้จะเป็นวันที่ทางพรรครีพับลิกันจะจัดการประชุมใหญ่ของพรรคเพื่อที่จะประกาศว่า โดนัลด์ ทรัมป์ จะได้เป็นตัวแทนของพรรคอย่างเป็นทางการ พอเกิดเหตุการณ์ในการพยายามลอบสังหารเกิดขึ้นเพียง 1 วัน จึงมีผู้คนพยายามตั้งคำถามสำคัญว่าทำไมถึงเกิดได้พอเหมาะพอเจาะขนาดนี้และหมายถึงอะไรหรือไม่
เหตุการณ์ลอบยิงทรัมป์ในมุมมองส่วนตัวมองว่าเหตุการณ์นี้มีนัยยะที่แสดงให้เห็นว่า การเมืองของสหรัฐอาจจะทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้น และจริงๆ แล้วมีการพยายามคาดการณ์ในเรื่องนี้มาตั้งแต่สมัยที่ โดนัลด์ ทรัมป์ ยังดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีอยู่ อย่างเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ ที่มีกลุ่มผู้สนับสนุน โดนัลด์ ทรัมป์ ทำการบุกเข้าไปใน ‘แคปปิตอล ฮิลล์’ รัฐสภาสหรัฐในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี.เนื่องจากไม่พอใจที่ โจ ไบเดน ได้รับคะแนนเสียงที่มากกว่า ซึ่งเหตุการณ์นี้ทำให้เกิดการตั้งคำถามว่า ประชาธิปไตยของสหรัฐยังมีอยู่หรือไม่ หรือว่าได้เปลี่ยนไปแล้วเพราะการใช้ความรุนแรงที่ไม่ยอมรับผลคะแนนเสียง ซึ่งหลังจากนี้จะต้องจับตามองดูว่าการเมืองของสหรัฐจะรุนแรงขึ้นอีกหรือไม่ โดยแนวโน้มที่ออกมาก็เหมือนจะเป็นแบบนั้น
สำหรับประเด็นที่ว่า หลังจากเหตุการณ์นี้ โดนัลด์ ทรัมป์ จะได้รับการเทคะแนนเสียงที่มากขึ้นหรือไม่นั้นต้องบอกว่า โดนัลด์ ทรัมป์ เป็นบุคคลที่เก่งในเรื่องของการพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสและสามารถนำเหตุการณ์แบบนี้มาเป็นผลประโยชน์ต่อตัวเขาเองได้ ซึ่งในตอนนี้ตัวของ ทรัมป์ อาจจะต้องเล่นบทในการเป็นผู้เสียสละพลีชีพลักษณะของการเป็นเหยื่อทางการเมืองที่รุนแรง จนทำให้ผู้คนในสหรัฐอาจจะมองในแง่ของความสงสารและอยากมาสนับสนุนทรัมป์และอีกหนึ่งประเด็นคือก่อนหน้านี้กระแสการเมืองในสหรัฐนั้นไปลงที่ โจ ไบเดน หลังจากที่มีการดีเบตจนหลายคนตั้งคำถาม เช่น อายุเยอะแล้วจะไหวหรือเปล่า เป็นต้น แต่ตอนนี้ไม่ใช่แล้วกระแสนั้นได้เปลี่ยนมาเป็นเรื่องของ โดนัลด์ ทรัมป์ ที่ถูกลอบสังหารและไม่ใช่เป็นกระแสเพียงแค่ในสหรัฐเท่านั้นตอนนี้ทั่วโลกต่างติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด และอาจจะถูกนำมาพูดถึงมากขึ้นเรื่อยๆ
ในเรื่องนี้อาจจะมีใครอยู่เบื้องหลังหรือไม่นั้น ในตอนนี้คงจะยังระบุอะไรมากไม่ได้ เราจะรู้เพียงแค่ว่าใครคือมือปืนซึ่งก็คือ นายโธมัส แมทธิว ครุกส์ ที่ถูกสังหารจากหน่วยรักษาความปลอดภัย และได้เสียชีวิตไปแล้วทำให้ไม่ทราบถึงแรงจูงใจหรือว่ามีใครสั่งการให้เขามาทำแบบนี้หรือไม่ แต่ยังไงก็ตามตรงนี้เป็นสิ่งที่ทางการของสหรัฐจะสืบสวนต่อไป ฉะนั้นช่วงนี้จะเป็นช่วงที่อึมครึมและไม่รู้ว่ามีใครอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์นี้หรือไม่ รวมไปถึงว่าประเด็นนี้คงจะถูกหยิบมาวิเคราะห์และพูดถึงอย่างแน่นอนในระหว่างการสืบสวน
สุดท้ายแล้วใครที่ได้รับประโยชน์จากเรื่องนี้คงจะพูดไม่ได้ชัดเจนว่าได้รับประโยชน์หรือไม่ แต่ในตอนนี้ทุกคนคงจับจ้องไปที่ โดนัลด์ ทรัมป์ จากที่กระแสหลักเคยเป็นเรื่องของโจ ไบเดน จนกระทั่งตอนนี้ที่กระแสได้เปลี่ยนไปแล้ว และตัวทรัมป์เองอาจจะใช้เหตุการณ์นี้ในการหาเสียง ซึ่งในตอนนี้ได้มีการรายงานข่าวออกมาว่าทรัมป์ได้ส่งอีเมล์ไปหาผู้สนับสนุนของเขาว่าถึงแม้จะถูกลอบสังหารเขาก็จะไม่มีวันที่จะยอมแพ้ ฉะนั้นจะเห็นได้ว่าทรัมป์คงจะเอาตรงนี้ขึ้นมาเป็นจุดยืนสู้ต่อไปในศึกแย่งเก้าอี้ประธานาธิบดีของสหรัฐ และเหตุการณ์นี้อาจจะทำให้ทีมงานของ โจ ไบเดน และโดนัลด์ ทรัมป์ รวมไปถึงทางการของสหรัฐได้ทบทวนในเรื่องการรักษาความปลอดภัยอีกครั้ง
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ลอบสังหาร‘โดนัลด์ ทรัมป์’ ปลุก‘การเมือง-ชิงปธน.สหรัฐ’เดือด
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th