เจาะประเด็นร้อน การเมืองสหรัฐ : แฮร์ริสจ่อเป็นแคนดิเดต คืบหน้าปมลอบสังหารทรัมป์
สถานการณ์ในวงการ การเมืองสหรัฐ ขณะนี้กำลังดุเดือดอย่างมาก หลังจากที่นายโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐ ประกาศถอนตัวจากการเป็นแคนดิเดตพรรคเดโมแครต ในการลงเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ 2567 และส่งไม้ต่อให้กับ นางคามาลา แฮร์ริส รองประธานาธิบดีสหรัฐแทน
ขณะที่ทาง ฝั่งพรรครีพับลิกัน นายเจดี แวนซ์ คู่หูเลือกตั้งของนายโดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐ และแคนดิเดตพรรครีพับลิกัน ก็เริ่มเดินสายหาเสียงแล้ว เพิ่มเรียกคะแนนเสียงให้นายทรัมป์ พร้อมกับโจมตีคู่แข่งในทันที
สำหรับประเด็นร้อนในแวดวง การเมืองสหรัฐ ในขณะนี้ "การเงินการธนาคาร" ได้สรุปมาให้แล้ว ดังต่อไปนี้
คามาลา แฮร์ริส ว่าแคนดิเดตพรรคเดโมแครต คนใหม่
แม้นายไบเดนจะประกาศส่งต่อหน้าในแคนดิเดตพรรคเดโมแครตให้กับนางแฮร์ริส แต่ก็จะยังไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการ จนกว่าจะถึงวันประชุมใหญ่ของพรรคเดโมแครต (Democratic National Convention) ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 19 ส.ค. อย่างไรก็ตาม สำนักข่าวเอพีรายงานโดยอ้างอิงแหล่งข่าวว่า สมาชิกในพรรคเดโมแครตให้การสนับสนุนนางแฮร์ริสมากเพียงพอที่เธอจะได้เป็นแคนดิเดต ด้วยคะแนนโหวต 2,668 เสียง จากคะแนนเสียงขั้นต่ำ 1,976 เสียง
นอกจากนี้แล้ว สำนักข่าวเอพีรายงานอีกว่า พรรคเดโมแครตจะจัดการประชุมทางออนไลน์เพื่อเลือกแคนดิเดต ในวันที่ 24 ก.ค. เนื่องจากสถานการณ์ในขณะนี้เป็นไปอย่างวุ่นวายและไม่แน่นอนอย่างไม่เคยมีมาก่อน และพรรคต้องการจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อยอย่างจริงจังและโปร่งใสที่สุด อย่างไรก็ตาม นายเจมี แฮร์ริสสัน ประธานคณะกรรมการการประชุมใหญ่พรรคเดโมแครต กล่าวว่า คาดว่าการประชุมจะได้ข้อสรุปในวันที่ 7 ส.ค.
หญิงแกร่งที่ได้รับความเชื่อมั่น
นางแฮร์ริสประกาศท้าชนกับนายทรัมป์ และสานต่อเจตนารมย์ของนายไบเดน แม้เธอมีประสบการณ์น้อยกว่ามาก เมื่อเทียบกับนายไบเดนซึ่งอยู่ในวงการเมืองสหรัฐมานานร่วม 30 ปี อย่างไรก็ตาม อดีตเจ้าหน้าที่คณะบริหารของนายไบเดนกล่าวกับเดอะการ์เดียนว่า พวกเขาเชื่อมั่นว่านางแฮร์ริสจะสามารถดำเนินนโยบายต่าง ๆ ได้ด้วยมุมมองของเธอ รวมถึงนโยบายต่างประเทศ และมองว่าเธอเด็ดเดี่ยว แตกต่างจากนายไบเดน เช่น สถานการณ์ในกาซา ซึ่งเธอได้ออกมากล่าวเรียกร้องให้หยุดยิง ก่อนหน้าที่นายไบเดนจะตัดสินใจประกาศต่อสาธารณะ
ยิ่งไปกว่านั้น นางแฮร์ริสยังทำได้รับเงินระดมทุนมากถึง 81 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเงิน 24.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ถูกบริจาคให้กับแคมเปญหาเสียง ภายในระยะเวลา 5 ชั่วโมง หลังจากที่นายไบเดนประกาศถอนตัว นั่นแสดงให้เห็นถึงมุมมองเชิงบวกที่พวกเขามีต่อนางแฮร์ริส รวมถึงแรงสนับสนุนจากประชาชน โดยเฉพาะผู้หญิง และกลุ่มรณรงค์ของผู้หญิงผิวดำที่มีสมาชิกกว่า 44,000 คน ที่กล่าวว่าพวกเธอสนับสนุนนางแฮร์ริส และระดมทุนได้มากถึง 1.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายใน 3 ชั่วโมง เพื่อสนับสนุนแคมเปญเลือกตั้งของเธอ
ใครจะเป็น Running Mate
จากเดิม นางแฮร์ริสคือ running mate หรือคู่หูเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการของนายไบเดน เมื่อนายไบเดนถอนตัวและนางแฮร์ริสกำลังจะมาเป็นแคนดิเดต หลายฝ่ายก็คาดการณ์กันว่าเธอจะเลือกใครเป็นคู่หูเลือกตั้ง ในการประชุมใหญ่ของพรรคเดโมแครต แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น มีสมาชิกระดับสูงหลายคนในพรรคเดโมแครตที่มีสิทธิ์ได้รับเลือก
ผู้ที่น่าจะได้เป็น ประกอบด้วย นายจอช ชาปิโร ผู้ว่าการรัฐนอร์ทเพนซิลเวลเนีย นายรอย คูเปอร์ ผู้ว่าการรัฐนอร์ทแคโรไลนา นายแอนดี บีเชียร์ ผู้ว่าการรัฐแคนทักกี นาย เจบี พริตซ์เกอร์ ผู้ว่าการรัฐอิลลินอยส์ นางเกทเชน วิทเมอร์ ผู้ว่าการรัฐมิชิแกน นายเกวิน นิวซอม ผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนีย รวมถึงนาย มาร์ค เคลลี สมาชิกวุฒิสภารัฐแอริโซนา และนายพีท บูตีเจจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐ
รีพับลิกันโจมตี
พรรครีพับลิกันมองว่า นางแฮร์ริสไม่ใช่คู่แข่งที่น่ากลัว และจุดยืนของเธออ่อนแอกว่านายไบเดนอีกด้วย พวกเขายังคงยึดมั่นในโครงการและนโยบายของนายทรัมป์ แม้ว่าพรรคเดโมแครตจะมีการเปลี่ยนแปลงแคนดิเดตก็ตาม ขณะที่นายแวนซ์ วุฒิสมาชิกรัฐโอไฮโอ และคู่หูเลือกตั้งของนายทรัมป์ กล่าวว่า นายทรัมป์จะทำให้ยุคแห่งสันติภาพและความรุ่งโรจน์กลับคืนสู่สหรัฐอีกครั้ง
นายแวนซ์ยังกล่าวโจมตีนายไบเดนและนางแฮร์ริสในการปราศรัยที่รัฐเวอร์จิเนียว่า พวกเขาหลงลืมชุมชนขนาดเล็กที่ ท่ามกลางเงินเฟ้อและจำนวนผู้อพยพที่มากเป็นประวัติการณ์ พร้อมนายไบเดนคือประธานาธิบดีสหรัฐที่แย่ที่สุดในประวัติศาสตร์ อีกทั้งหัวดื้อ และล้มเหลว แต่นางแฮร์ริสแย่ยิ่งกว่า เพราะเธอเป็นคนที่ยอมรับความล้มเหลวของนายไบเดน และยังโกหกประชาชนเกี่ยวกับสุขภาพจิตของนายไบเดนระหว่างดำรงตำแหน่ง
ความล้มเหลวในการคุ้มครองทรัมป์
นางคิมเบอร์ลี ชีทเทิล ผู้อำนวยการหน่วยอารักขาประธานาธิบดีและอดีตประธานาธิบดีสหรัฐ (Secret Service) ยอมรับว่า หน่วยงานปฏิบัติหน้าที่ล้มเหลวในระหว่างเหตุพยายามลอบสังหารนายทรัมป์ โดยกล่าวว่า Secret Service ได้รับแจ้ง 5 ครั้งว่ามีผู้พบเห็นบุคคลต้องสงสัยในพื้นที่ปราศรัย และตระหนักว่าด้วยว่าหลังคาที่มือสังหารปีนขึ้นไปยิงนายทรัมป์ คือจุดที่เป็นความเสี่ยง ตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุ และเธอได้ขอโทษนายทรัมป์โดยตรงผ่านทางโทรศัพท์แล้ว
นางชีทเทิลยอมรับว่าหน่วยงานประมาท แต่ยืนกรานว่าจะไม่มีปล่อยให้นายทรัมป์ขึ้นเวที หากประเมินแล้วว่ามีภัยคุกคามที่ร้ายแรง อย่างไรก็ตาม เธอยอมรับข้อบกพร่องและความผิดพลาด แต่ปฏิเสธที่จะลาออก แม้ว่าจะโดนกดดันอย่างหนักจากสมาชิกสภาจากทั้งพรรครีพับลิกันและพรรคเดโมแครต โดยเธอกล่าวว่าตนเองคือผู้ที่เหมาะสมที่สุดในการดำรงตำแหน่งนี้ต่อไป
อ้างอิง :
edition.cnn.com , apnews.com , apnews.com , bbc.com , theguardian.com , reuters.com
📌 อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจสหรัฐฯ ทั้งหมด ได้ที่นี่ 📌