โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กมธ.อุตฯ ถอดบทเรียนกรณีไฟไหม้ถังเก็บสารเคมี จ.ระยอง

The Reporters

อัพเดต 03 ก.ค. 2567 เวลา 10.05 น. • เผยแพร่ 03 ก.ค. 2567 เวลา 10.05 น.

กมธ.อุตฯ ถอดบทเรียนกรณีไฟไหม้ถังเก็บสารเคมี จ.ระยอง ให้ทบทวนแผนรับมือเพลิงไหม้เสนออีกครั้ง พร้อมเสนอเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบต่อเนื่อง

วันนี้ (3 ก.ค. 67) นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สส.ราชบุรี พรรครวมไทยสร้างชาติ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการอุตสาหกรรม คณะผู้แทนราษฎร เปิดเผยถึงกรณีเพลิงไหม้ถังเก็บสารเคมี บริษัท มาบตาพุด แทงค์ เทอร์มินัล จำกัด เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม ที่ผ่านมาว่า คณะกรรมาธิการเล็งเห็นถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นจากเหตุไฟไหม้ และความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียง ควรต้องทบทวนและถอดบทเรียนจากเหตุการณ์ไฟไหม้ดังกล่าว เพื่อป้องกันเหตุและลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

ในวันนี้คณะกรรมาธิการจึงเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับกรณีไฟไหม้ถังเก็บสารเคมี บริษัท มาบตาพุด แทงค์ เทอร์มินัล จำกัด คือ กรมควบคุมมลพิษ จ.ระยอง สำนักงานอุตสาหกรรม จ.ระยอง การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สํานักงานสาธารณสุข จ.ระยอง สํานักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.ระยอง สํานักงานเทศบาลเมืองมาบตาพุด และบริษัท มาบตาพุด แทงค์ เทอร์มินัล จํากัด มาให้ข้อมูลแก่คณะกรรมาธิการ โดยคณะกรรมาธิการพิจารณาใน 2 ประเด็น คือ

ประเด็นที่ 1 แผนการเผชิญเหตุเพลิงไหม้สารเคมีในพื้นที่โรงงานอุตสาหกรรม เบื้องต้นได้ให้ความเห็นว่า การดำเนินการดับเพลิงล่าช้ากว่าที่ควรจะเป็น จึงมอบหมายให้สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.ระยอง และการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ทบทวนแผนการดำเนินการดับเพลิงที่ต้องใช้สารเคมีในการดับเพลิงในพื้นที่โรงงานอุตสาหกรรม โดยให้ทบทวนถึงจำนวนรถดับเพลิงที่บรรจุสารเคมี บุคลากรที่มีความชำนาญในการดับเพลิงที่ใช้สารเคมีว่ามีความจำนวนเหมาะสมกับความเสี่ยงหรือไม่

แม้สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระยองชี้แจงว่า มีแผนดำเนินงานระหว่าง พ.ศ.2564-2570 อยู่แล้ว และทางการนิคมอุตสาหกรรมจะชี้แจงว่าปัจจุบันมีรถดับเพลิงที่ใช้สำหรับกรณีเกิดจากสารเคมีโดยเฉพาะอยู่แล้ว แต่ยังไม่สามารถพิจารณาถึงการนำมาใช้ที่ความเหมาะสมได้ จึงมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กลับไปพิจารณาทบทวนแผนการเผชิญเหตุ เพื่อให้จังหวัดระยองเป็นจังหวัดต้นแบบในการเผชิญเหตุเพลิงไหม้ในอุตสาหกรรมหนักที่ไม่สามารถใช้น้ำในการดับเพลิงได้ และจะชี้แจงต่อ กมธ.อุตสาหกรรมอีกครั้งหนึ่ง

ประเด็นที่ 2 คือ ประเด็นผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ แบ่งออกเป็น ผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน กรมควบคุมมลพิษร่วมกับสาธารณสุข จ.ระยอง ดูแลช่วยเหลือประชาชนเป็นอย่างดี และไม่พบปัญหาใด ส่วนด้านสิ่งแวดล้อม กรมควบคุมมลพิษตรวจวัดความปนเปื้อนในน้ำทะเล อากาศ และสิ่งแวดล้อมอื่น ๆ โดยรอบพบว่า ช่วงแรกของเหตุการณ์มีการปนเปื้อน แต่กลับเข้าสู่ภาวะปกติในเวลาต่อมา ขณะที่การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยให้ข้อมูลว่า เบื้องต้นได้เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบไปแล้วประมาณ 10 ล้านบาท กมธ.อุตสาหกรรม จึงเสนอให้เยียวยาอย่างต่อเนื่องจนกว่าจะกลับเข้าสู่สถานการณ์ปกติ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...