โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รวม 10 เรื่องสำคัญ ที่ #dek68 ควรต้องรู้ ก่อนเจอ TCAS ของจริง!

Dek-D.com

อัพเดต 28 มิ.ย. 2567 เวลา 07.42 น. • เผยแพร่ 28 มิ.ย. 2567 เวลา 03.10 น. • DEK-D.com
รวมกฎกติกา-เงื่อนไขสำคัญในระบบ TCAS ที่ #dek68 + ผู้ปกครอง ควรจะรู้

สวัสดีค่ะน้องๆ แม้ว่าตอนนี้ ทปอ. ยังไม่มีการแถลงข่าวเรื่องการรับสมัคร TCAS68 ออกมาอย่างเป็นทางการ แต่บางมหาวิทยาลัยก็เริ่มทยอยประกาศข้อมูล หรือเกณฑ์การคัดเลือกบางคณะ บางสาขาวิชาออกมาให้ #dek68 ได้ติดตามกัน แต่เหนือสิ่งอื่นใด ก่อนที่น้องๆ จะเริ่มลงสนาม TCAS ของจริง น้องๆ จะต้องศึกษา และทำความเข้าใจตัวระบบก่อน ซึ่งวันนี้พี่แนนนี่รวบรวมเรื่องสำคัญๆ ที่ควรจะต้องรู้ และเตรียมตัวมาฝาก 10 เรื่องด้วยกัน

รวม 10 เรื่องสำคัญ ที่ #dek68 ควรต้องรู้ ก่อนเจอ TCAS ของจริง!

1) รู้จักระบบ TCAS

ระบบ TCAS (ที-แคส) แบ่งการรับสมัครออกเป็น 4 รอบ ได้แก่ รอบที่ 1 Portfolio, รอบที่ 2 Quota, รอบที่ 3 Admission และรอบที่ 4 Direct Admission โดยแต่ละรอบมีรายละเอียดที่แตกต่างกันออกไป

รอบที่ 1 Portfolio: เป็นรอบที่เน้นการใช้ Portfolio หรือความสามารถพิเศษต่างๆ แต่ะอาจจะมีบางมหาวิทยาลัยที่กำหนดใช้คะแนน TGAT/TPAT ควบคู่ไปด้วย โดยแต่ละมหาวิทยาลัย จะดำเนินการรับสมัครเอง ตั้งแต่ประกาศรับสมัคร, คัดเลือก และประกาศผล ซึ่งน้องๆ จะสามารถติดตามข้อมูลได้จากมหาวิทยาลัยโดยตรง ในส่วนของการยื่นสมัครนั้น จะยื่นสมัครกี่มหาวิทยาลัยก็ได้ จะผ่านการคัดเลือกกี่มหาวิทยาลัยก็ได้ แต่จะเลือกยืนยันสิทธิ์ได้เพียงแค่ที่เดียวเท่านั้น (ใน 1 มหาวิทยาลัยจะยื่นได้กี่โครงการ/สาขา/อันดับ ขึ้นอยู่แต่ละมหาวิทยาลัยเลย)

รอบที่ 2 Quota: เป็นรอบที่ใช้คะแนน TGAT/TPAT A-Level และวิชาเฉพาะมหาวิทยาลัยในการคัดเลือก แต่จะเน้นเปิดรับนักเรียนในพื้นที่ที่กำหนดไว้ (โครงการอื่นๆ ไม่กำหนดพื้นที่ก็มี) โดยติดตามข้อมูล และการรับสมัครได้จากทางมหาวิทยาลัย และในส่วนของการยื่นสมัครเหมือนกับในรอบ Portfolio เลย

รอบที่ 3 Admission: เป็นรอบที่ใช้คะแนน TGAT/TPAT A-Level และวิชาเฉพาะมหาวิทยาลัยในการคัดเลือกเช่นกัน แต่จะทุกมหาวิทยาลัยจะเปิดรับสมัครผ่านหน่วยงานกลางอย่าง ทปอ. ที่เว็บไซต์ mytcas พร้อมกัน โดยจะยื่นสมัครได้สูงสุด 10 อันดับ

รอบที่ 4 Direct Admission: รอบสุดท้าย เป็นรอบที่คาดเดาอะไรไม่ได้ ทั้งมหาวิทยาลัยที่จะเปิดรับสมัคร สาขาวิชา จำนวนรับ และเกณฑ์การคัดเลือก ซึ่งในปีที่ผ่านๆ มา มีทั้งมหาวิทยาลัยที่ใช้คะแนน TGAT/TPAT A-Level วิชาเฉพาะมหาวิทยาลัยในการคัดเลือก และมหาวิทยาลัยที่ไม่ใช้คะแนนสอบเลยเหมือนกัน โดยระเบียบการของแต่ละมหาวิทยาลัยจะประกาศออกมาหลังจากกระบวนการรอบ 3 เสร็จสิ้นแล้ว

2) หน่วยงานที่ดูแลระบบสอบเข้ามหาวิทยาลัย

1) ทปอ.: หน่วยงานกลางที่ดูแลทั้งระบบ TCAS-เว็บไซต์ mytcas โดยมีหน้าที่รวบรวมข้อมูลผู้สมัคร และข้อมูลการรับสมัครแต่ละมหาวิทยาลัย, รับสมัครสอบข้อเขียน TGAT/TPAT 2 - 5 และ A-Level, จัดการประสานงานข้อมูล และผลการสมัครต่างๆ กับมหาวิทยาลัย, รับสมัคร TCAS รอบ 3 Admission, ประกาศผลการคัดเลือกแต่ละรอบ และบริหารจัดการสิทธิ์ของผู้สมัครแต่ละคน

2) กสพท: หน่วยงานที่ดูแลการรับสมัคร และจัดสอบ TPAT1 วิชาเฉพาะ กสพท และดำเนินการคัดเลือก 4 กลุ่มวิชาชีพอย่าง คณะแพทยศาสตร์, คณะทันตแพทยศาสตร์, คณะสัตวแพทยศาสตร์ และคณะเภสัชศาสตร์โดยเฉพาะ

3) มหาวิทยาลัยต่างๆ : แต่ละมหาวิทยาลัยทำหน้าที่กำหนดคุณสมบัติ และเกณฑ์การคัดเลือก แต่ละสาขาวิชา ที่เปิดรับใน TCAS แต่ละรอบ และดำเนินการรับสมัคร TCAS รอบ 1 Portfolio, รอบ 2 Quota และรอบ 4 Direct Admission

3) mytcas เว็บหลักที่ต้องรู้จัก

นักเรียนม.6 ที่จะสอบเข้ามหาวิทยาลัย ต้องจำชื่อเว็บไซต์นี้ให้ขึ้นใจ "www.mytcas.com" เพราะไม่ว่าจะสมัครสอบข้อเขียน, การบริหารจัดการสิทธิ์ หรือการยื่นสมัคร TCAS รอบ 3 Admission ก็เบ็ดเสร็จในเว็บไซต์นี้ โดยน้องๆ จะต้องลงทะเบียน และจดจำรหัสผ่านในการเข้าระบบให้ดี เราจะได้เข้าเว็บไซต์นี้ตั้งแต่ต้น จนจบกระบวนการเข้ามหาวิทยาลัยเลย

4) คุณสมบัติ-เกณฑ์การคัดเลือกแต่ละสาขาวิชา

ก่อนที่จะยื่นสมัคร TCAS ไม่ว่าจะเป็นรอบไหน มหาวิทยาลัยอะไร น้องๆ จะต้องเช็กระเบียบการรับสมัครในปีที่ยื่นสมัครให้ละเอียดรอบคอบ ทั้งคุณสมบัติ, เกณฑ์การคัดเลือก และจำนวนรับ เพราะในแต่ละปีอาจมีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้ หรือแม้แต่ในปีเดียวกัน ระหว่างการรับสมัครอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้ ดังนั้นต้องหมั่นตรวจเช็กระเบียบการอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งแต่ละมหาวิทยาลัยจะอัปโหลดระเบียบการผ่านหน้าเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยเอง และภายในเว็บไซต์ mytcas

แจกเว็บไซต์รับสมัครแต่ละมหาวิทยาลัย

5) TCAS ไม่ใช่วิชาสอบ ข้อสอบมีแต่ TGAT/TPAT และ A-Level

หลายคนมักเข้าใจว่าจะเข้ามหาวิทยาลัยจะต้องสอบ TCAS แต่จริงๆ แล้ว TCAS เป็นชื่อระบบคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัย ไม่ใช้สนามสอบข้อเขียน แต่จะมีใช้การคะแนนจากสนามสอบข้อเขียน อย่าง TGAT/TPAT และ A-Level ในการคัดเลือกของระบบ TCAS โดยน้องๆ จะต้องสมัคร และเข้าสอบในรายวิชาที่ต้องการใช้คะแนน จากนั้นก็นำผลคะแนนไปใช้คัดเลือกมหาวิทยาลัยที่สนใจ

สำหรับสนามสอบ TGAT, TPAT 2 - 5 และ A-Level จะดำเนินรับสมัคร และจัดสอบโดยทปอ. ที่เว็บไซต์ mytcas แต่ถ้าเป็นสนามสอบ TPAT1 วิชาเฉพาะ กสพท จะรับสมัครและจัดสอบโดย กสพท ที่เว็บไซต์ https://www9.si.mahidol.ac.th/เท่านั้น

นอกจากนี้ยังมีบางมหาวิทยาลัยที่กำหนดให้มีการวิชาเฉพาะของบางคณะ/สาขาวิชาด้วย ซึ่งในส่วนนี้รายละเอียดและการดำเนินการต่างๆ จะอยู่ที่แต่ละมหาวิทยาลัยเลย

6) ยืนยันสิทธิ์อยู่ ไปต่อรอบอื่นไม่ได้

กฎสำคัญของระบบ TCAS คือ 1 คน = 1 สิทธิ์ ผู้ที่ผ่านการคัดเลือกในแต่ละรอบจะต้องจัดการสิทธิ์ให้เรียบร้อย ว่าจะ "ยืนยันสิทธิ์" หรือ "ไม่ใช้สิทธิ์" ในรอบนั้นๆ และเมื่อไหร่ที่ยืนยันสิทธิ์ผ่าน mytcas รอบใดรอบหนึ่งไปแล้ว จะไม่สามารถสมัครรอบต่อไปได้ แต่ระบบอนุญาตให้สละสิทธิ์ได้ 1 ครั้ง ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผ่าน mytcas เท่านั้น หากยังไม่ได้สละสิทธิ์ในระบบ mytcas สถานะก็จะยังคงเป็นผู้ที่ยืนยันสิทธิ์อยู่ แม้ว่าสละสิทธิ์กับมหาวิทยาลัยแล้วก็ตาม ก็จะยังไม่สามารถสมัครรอบถัดไปได้

7) ไม่ใช้สิทธิ์ ไม่เท่ากับ สละสิทธิ์

จำไว้ให้ดีในระบบ TCAS "ไม่ใช้สิทธิ์" กับ "สละสิทธิ์" ความหมายไม่เหมือนกัน หลายคนมักจะชินว่า ถ้าไม่ต้องการมหาวิทยาลัยที่ผ่านการคัดเลือกจะเรียกว่า สละสิทธิ์ แต่ในระบบ TCAS นั้น คำว่า "สละสิทธิ์" จะหมายถึง การยกเลิกสาขาวิชาที่ได้ยืนยันสิทธิ์ไปแล้วเท่านั้น ซึ่งจะมีวันให้ดำเนินการสละสิทธิ์โดยเฉพาะ (ใน 1 ปี จะมีเปิดระบบให้สละสิทธิ์ได้ไม่กี่วัน)

แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่ยังไม่ได้ยืนยันสิทธิ์ ถ้าไม่ต้องการสาขาวิชาที่ผ่านการคัดเลือกแล้ว ในระบบ TCAS จะใช้คำว่า "ไม่ใช้สิทธิ์" ซึ่งการไม่ใช้สิทธิ์นี้จะทำได้ 2 รูปแบบ คือ 1. กดปุ่มไม่ใช้สิทธิ์ในวันจัดการสิทธิ์ หรือ 2. ไม่เข้าไปทำอะไรในระบบเลยในวันจัดการสิทธิ์

8) ค่าใช้จ่ายในการสมัคร

ในการเข้ามหาวิทยาลัยผ่านระบบ TCAS สามารถแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ 1) ค่าสมัครสอบข้อเขียน และ 2) ค่าสมัครมหาวิทยาลัย โดยแต่ละค่าสมัครก็จะแตกต่างกันไป ตามรายวิชา/สาขาวิชาที่ยื่นสมัคร

1) ค่าสมัครสอบข้อเขียน : ถ้าเป็น TGAT/TPAT 2 - 5 วิชาละ 140 บาท, A-Level วิชาละ 100 บาท TPAT1 800 บาท น้องๆ ลงสมัครกี่วิชาก็จ่ายตามจำนวนนั้นไป

2) ค่าสมัครมหาวิทยาลัย: ขึ้นอยู่กับรอบ/โครงการ/มหาวิทยาลัยเลยค่ะ ถ้าเป็นรอบ 1, 2, 4 ก็มีตั้งแต่ฟรี! 100, 200, 300, 500 ถึง 1,500 บาท เลยค่ะ ตรงนี้ต้องตรวจเช็กกับมหาวิทยาลัยให้รอบคอบ แต่ถ้าเป็นรอบ 3 Admission ก็มารอลุ้นกันว่า dek68 จะได้รับเงินสนับสนุนเหมือน dek67 ไหม

9) ทำความรู้จักหลักสูตร และค่าเทอม

อีกสิ่งสำคัญที่ dek68 ห้ามละเลย ก็คือการสำรวจข้อมูลหลักสูตร/สาขาวิชาที่สนใจจะยื่นสมัครว่าเป็นอย่างไร เช่น เรียนกี่ปี เรียนวิชาอะไรบ้าง เรียนที่ไหน วุฒิการศึกษาที่จะได้รับคืออะไร จบไปแล้วต่อยอดอะไรได้บ้าง หรือทำงานเกี่ยวกับอะไร จะต้องสอบใบประกอบวิชาชีพไหม เป็นต้น ตรงนี้ควรศึกษาให้ละเอียดรอบคอบ เพราะแต่ละมหาวิทยาลัย สาขาวิชาเดียวก็อาจจะเรียนแตกต่างกันก็ได้ ซึ่งจะทำให้น้องๆ รู้จักสาขาวิชาที่สนใจเพิ่มมากขึ้น และยังเป็นตัวช่วยในการค้นหาตัวเองได้อีกด้วย

นอกจากนี้ แนะนำให้น้องๆ สำรวจค่าเทอม/ค่าธรรมเนียมการศึกษาให้เรียบร้อยตั้งแต่ต้น และอย่าลืมปรึกษากับผู้ปกครองด้วย เพราะก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า มีคนจำนวนไม่น้อยที่ผิดหวัง ไม่ได้เรียนมหาวิทยาลัยที่ผ่านการคัดเลือก จากความไม่พร้อมในเรื่องค่าใช้จ่าย

แจกเว็บไซต์มหาวิทยาลัย

10) เกรดเฉลี่ย ยังสำคัญ

ใครว่าเกรดเฉลี่ยม.ปลายไม่สำคัญแล้ว พี่แนนนี่ขอค้านสุดตัวเลยค่ะ ส่วนใหญ่แล้วเกรดเฉลี่ยยังคงมีความสำคัญในการยื่นสมัครเข้ามหาวิทยาลัย บางมหาวิทยาลัยกำหนดเกรดขั้นต่ำ (ทั้งรอบ Portfolio, Quota, Admission และ Direct Admission) ถ้าเกรดไม่ถึง ยื่นสมัครไม่ได้ หรือบางมหาวิทยาลัยกำหนดใช้ในการคัดเลือก แน่นอนว่าคนที่เกรดเยอะกว่า ก็ได้คะแนนเยอะกว่า มีสิทธิ์ผ่านการคัดเลือกก่อน ดังนั้นใครที่เตรียมตัวจะยื่นสมัครเข้ามหาวิทยาลัย ก็ยังคงต้องเก็บเกรดด้วยนะคะ

หมายเหตุ : บางมหาวิทยาลัยใช้เกรดเฉลี่ย 5 เทอม บางมหาวิทยาลัย 6 เทอม บางมหาวิทยาลัยใช้เกรดเฉลี่ยของบางกลุ่มสาระวิชา ตรงนี้ก็ต้องไปเช็กระเบียบการกันอีกที

เรื่องสำคัญสิ่งสุดท้ายที่อยากจะฝากน้องๆ ชาวเด็กดีเลย ก็คือ "เวลา" ไม่ว่าจะขั้นตอนไหนในการคัดเลือก เวลาเป็นเรื่องที่สำคัญมากๆ เปิดระบบวันไหน ปิดระบบวันไหน จดและดำเนินการต่างๆ ภายในระยะเวลาที่กำหนด เพราะถ้าพ้นจากเวลาที่กำหนดจะไม่สามารถขอให้ขยายเวลา หรือช่วยเหลืออะไรภายหลังได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...