เต่ามะเฟืองทะลายสถิติดำน้ำโลก ลึกยิ่งกว่าเรือดำน้ำกองทัพ ด้วยการหายใจเพียงครั้งเดียว
เต่ามะเฟืองทำลายสถิติดำน้ำลึกที่สุดในโลก ลึกยิ่งกว่าเรือดำน้ำของกองทัพด้วยการหายใจเพียงครั้งเดียว มันได้กลายเป็นสัตว์เลื้อยคลานที่ดำน้ำลึกที่สุดเท่าที่เคยมีมา
ในปี 2022 ทีมนักวิทยาศาสตร์จากองค์กรสิ่งแวดล้อม The Nature Conservancy ได้ติดตามเต่ามะเฟืองจำนวน 17 ตัวที่ทำรังในพื้นที่อิซลาเบลบนหมู่เกาะโซโลมอน ซึ่งเป็นพื้นที่ทำรังที่ได้รับการปกป้องจากหน่วยงานเพื่ออนุรักษ์เต่าและไข่ของพวกมัน
โดยทั่วไปแล้วเต่ามะเฟืองจะใช้ชีวิตส่วนใหญ่ในทะเล แต่ตัวเมียจะขึ้นมาบนฝั่งเพื่อวางไข่ช่วงสัน ๆ กลุ่มประชากรที่เลือกวางไข่ในหมู่เกาะโซโลมอนนี้เป็นส่วนหนึ่งของสายพันธุ์ที่อาศัยอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง
เมื่อทั้ง 17 ตัววางไข่ ทีมงานจึงติดบันทึกการเดินทางของพวกมันต่อไปด้วยดาวเทียมที่จะถูกปิดเป็นความลับเพื่อความปลอดภัยของเต่ามะเฟืองเอง พวกมันทั้งหมดต่างว่ายน้ำไปตามปกติ แต่มีตัวหนึ่งที่สร้างความประหลาดใจให้กับทีม เพราะมันดำลึกยิ่งกว่าเต่าชนิดไหนและไปไกลยิ่งกว่ากองทัพเรือของมนุษย์
“เต่ามะเฟืองเป็นสิ่งมีชีวิตที่น่าทึ่งบนโลก” Peter Waldie นักวิทยาศาสตร์ทางทะเลซึ่งเป็นผู้นำโครงการอนุรักษ์บนเกาะโซโลมอน กล่าว “ความสามารถในการว่ายน้ำอย่างไม่หยุดในมหาสมุทรแปซิฟิก และดำดิ่งได้ลึกเท่ากับเรือดำน้ำของกองทัพเรือด้วยลมหายใจเพียงครั้งเดียว มันทำให้ผมทึ่งได้จริง ๆ”
ตามข้อมูลระบุว่า เต่ามะเฟืองชื่อ ‘Uke Sasakolo’ ซึ่งแปลว่า มาจากซาซาโกโล(ชายหาดหนึ่งในหมู่เกาะโซโลมอน) ได้หายใจเข้าเฮือกหนึ่ง จากนั้นก็ดำลึกลงไป 1,344 เมตรใต้ผิวมหาสมุทรเพื่อกินแมงกะพรุนที่เคลื่อนขึ้นลงตามกระแสน้ำ
เพื่อการเปรียบเทียบ ตามสถิติโลกกินเนสส์บุ๊คในปัจจุบัน เต่าดำน้ำลึกที่สุดที่ 1,280 เมตร เรือดำน้ำของกองทัพเรืออยู่ที่ราว ๆ 900 เมตร ขณะที่การดำน้ำลึกที่สุดของมนุษย์อยู่ที่ 332 เมตร ทำให้ Uke Sasakolo กลายเป็นเจ้าของสถิติดำน้ำลึกตัวใหม่อย่างไม่เป็นทางการ
ทางกินเนสส์บุ๊คกล่าวกับ Livescience ว่าพวกเขาต้องมีการยืนยันและตรวจสอบกับผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางก่อน ซึ่งจะเกิดขึ้นเมื่อมีการตีพิมพ์ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์แล้ว โดยทาง Waldie ระบุว่ารายงานจะถูกเผยแพร่ในภายหลัง แต่สิ่งเหล่านี้ทำนักวิจัยรู้สึก “ตื่นเต้นอย่างแท้จริง” Waldie กล่าว
เป็นที่รู้กันดีว่าเต่ามะเฟืองนั้นดำน้ำเก่งมาก นักวิทยาศาสตร์ระบุว่า พวกมันมีวิวัฒนาการขึ้นมาเพื่อดำน้ำลึกโดยเฉพาะ ซึ่งแม้ว่าเต่าจะหายใจด้วยปอดเหมือนพวกเรา เหมือนสัตว์บก แต่กลับสามารถกลั้นหายใจได้นานกว่ามาก ซึ่งมากถึง 90 นาทีต่อการหายใจ 1 ครั้ง
ไม่เพียงเท่านั้น กระดองของพวกมันก็ถูกออกแบบมาพิเศษด้วยการขยายตัวและหดตัวได้ตามแรงดันที่เปลี่ยนไป เพื่อช่วยให้พวกมันมีชีวิตรอดใต้น้ำลึก เป็นความสามารถที่มนุษย์ตัวเปล่า ๆ ไม่สามารถเอื้อมถีง แต่น่าเศร้าที่เราได้สร้างผลกระทบอย่างอื่นต่อเต่ามะเฟืองแทน
ไม่ว่าจะเป็นถุงพลาสติก มลพิษ และการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ ทั้งหมดนี้กำลังคุกคาม Uke Sasakolo ให้เข้าใกล้การสูญพันธุ์ยิ่งกว่าช่วงเวลาใด ๆ ในประวัติศาสตร์ และหากเราไม่ทำอะไร มนุษย์อาจกลายเป็น ‘ฆาตกรล้างเผ่าพันธุ์’ ยิ่งกว่าดาวเคราะห์น้อยในยุคไดโนเสาร์
“เราได้มาถึงจุดหนึ่งของการอนุรักษ์ซึ่งเราไม่สามารถที่จะสูญเสียสิ่งมีชีวิตเหล่านี้ไปได้เลย” Waldie “ผู้ใหญ่ที่ผสมพันธุ์ได้ทุกตัวมีความสำคัญ และรังทุกรังที่เราสามารถช่วยได้เพื่อปกป้องเต่ารุ่นถัดไปก็มีความสำคัญยิ่ง”
ที่มา
https://www.livescience.com/…/leatherback-turtle-dives…
https://www.iflscience.com/critically-endangered…
Photo : NOAA Fisheries