เมื่อฉันเก็บแหวนมิติได้โดยบังเอิญ (จบแล้ว)
ข้อมูลเบื้องต้น
ตัวอย่าง
ฟิ้ว โป๊ก!
"โอ๊ย!" เด็กสาวร่างอวบถูกบางสิ่งบางอย่างที่หล่นร่วงลงมาจากท้องฟ้ากระแทกหน้าผากอย่างรุนแรงจนเลือดไหล
กุ๊ง กริ๊ง!
เธอยกมือขึ้นกุมบาดแผล มองหาตัวการที่ทำให้เลือดออกตามเสียงกุ๊งกริ๊งที่ได้ยิน ไม่นานก็พบ
มันเป็นแหวนเงินเก่าโทรมวงหนึ่ง ที่หัวแหวนสลักรูปต้นไม้ไว้สามต้น และที่ทำให้เธอแน่ใจว่ามันเป็นตัวการ ก็เพราะรอยสลักต้นไม้สามต้นนั้นเปรอะไปด้วยคราบเลือด
"หนอย! เจ้าแหวนบ้า" พูดจบก็หยิบแหวนขึ้นมา ทันใดนั้นลำแสงเจิดจ้าสายหนึ่งจากแหวนก็พุ่งเข้าตาก่อนที่แสงนั้นจะครอบร่างอวบไว้โดยที่คนอื่นมองไม่เห็น
'ขนมเค้ก' นิ่งงัน ในตอนนั้นเองจิตใต้สำนึกก็บังเกิดภาพพื้นที่กว้างใหญ่แห่งหนึ่งซึ่งมีต้นไม้นับร้อยต้น แต่ละต้นยังมีผลประหลาดๆออกมาด้วย
เรื่องนี้มี E-Book แล้วนะคะ
เมพ จิ้มเลย >> E-Book เล่ม 1
ปิ่นโต จิ้มเลย >> E-Book เล่ม 1
เล่มที่ 2 จะตามมาเร็วๆนี้ค่ะ
ตอนที่ 1 แหวนปริศนา
ตอนที่ 1 แหวนปริศนา
ณ แดนสวรรค์
บริเวณสวนลับลมของเทพพฤกษาผู้รักสันโดษ มีเทพรับใช้ฝึกหัดสองตนซุบซิบกันอยู่ด้วยสีหน้ากังวลใจ
"อะไรนะ”
“…”
“เจ้าทำแหวนมิติของเทพพฤกษาหล่นหายงั้นรึ!" ผู้ถามตกใจหน้าซีดไม่ต่างจากผู้ทำแหวนหล่นหายเลยสักนิด
"ทำอย่างไรดี ข้าหาได้ตั้งใจไม่"
"หาทั่วหรือยัง"
"ทั่วแล้วไม่เจอ เกรงว่าจะทำหล่นลงบ่อมิติไหนสักบ่อน่ะสิ ข้าจำไม่ได้ ตอนนั้นรีบมาก ผ่านบ่อมิติตั้งมากมาย"
"แย่จริงเชียว"
"ทำอย่างไรดีหรือไปขอรับโทษจากท่านเทพพฤกษาเลย เผื่อว่าท่านจะยอมให้อภัยลดโทษให้ครึ่งหนึ่ง"
เทพรับใช้ฝึกหัดผู้นั้นทำใจอยู่นานก็ยอมสารภาพผิดกับเทพพฤกษาผู้ยิ่งใหญ่
หลังกล่าวจบก็รอรับการลงโทษอยู่นานหลายนาทีแต่ก็ไม่ได้ยินเสียงของนายท่านของตนแต่อย่างใด เงยหน้ามองอีกทีพบว่านายท่านกำลังเหม่อลอย
"ท่านเทพขอรับ ท่านเทพ!"
"ว่าอย่างไรนะ อืม ทำแหวนมิติหล่นหายงั้นรึ วงไหนเล่า ถ้าไม่สำคัญนักก็ช่างเถิด ครั้งนี้ถือเป็นความผิดครั้งแรกข้าจะปล่อยไป หากผิดซ้ำอีกครั้งจะลงโทษเจ้าขั้นเด็ดขาด"
"ขอรับ ข้าน้อยจะไม่ทำผิดอีกแน่นอน"
"ว่าแต่แหวนมิติที่ทำหายเป็นวงไหนรึ" เทพพฤกษาถามอย่างสงสัย แหวนมิติในครอบครองมีมากมายนับพันชิ้น ไม่แปลกที่จะไม่สนใจหากมันหายไปชิ้นหนึ่ง ขอเพียงไม่ใช่แหวนวงสำคัญนักก็พอ
"วงที่หัวแหวนสลักเป็นรูปต้นไม้สามต้นขอรับ"
ข้ารับใช้ผู้นี้คือผู้รับผิดชอบจัดเรียงแหวนโดยเฉพาะ จึงจดจำแหวนได้ทุกวง
แต่ละวงจะสลักสัญลักษณ์ไม่เหมือนกัน แล้วแต่ว่าด้านในแหวนโดดเด่นด้านใดเป็นพิเศษ
ซึ่งแหวนมิติที่หล่นหายไปนั้นเป็นแหวนมิติที่มีสีเงินซีดหม่น หัวแหวนสลักรูปต้นไม้สามต้นเรียงกัน
"อ้อ แหวนมิติวงนั้นเองรึ ข้าเองก็ไม่ได้ใช้นานแล้ว หายไปก็ช่างเถอะ ด้านในมีแต่ต้นไม้ที่ข้าทดลองปลูกไว้ในยุคสมัยที่เพิ่งครองตำแหน่งเทพแห่งพฤกษาใหม่ๆ นานนับหมื่นปีมาแล้วล่ะ"
มิน่า แหวนจึงเก่าขนาดนั้น
"เอาล่ะ ต่อไปก็ดูแลแหวนมิติของข้าให้ดี อย่าทำหายอีก เข้าใจหรือไม่"
"ขอรับ!"
∆∆∆∆∆∆
ณ มิติแห่งหนึ่ง
โลกมนุษย์ ทวีปเอเชีย บริเวณประเทศไทย ในวันที่อากาศร้อนอบอ้าว เด็กสาวร่างอวบวัยสิบแปดปีกำลังคุ้ยหาขวดเปล่าในขยะข้างทางอย่างตั้งอกตั้งใจ
ฟิ้ว โป๊ก!
"โอ๊ย!" สาวร่างอวบถูกบางสิ่งบางอย่างที่หล่นร่วงลงมาจากท้องฟ้ากระแทกหน้าผากอย่างรุนแรงจนเลือดไหล
กุ๊ง กริ๊ง!
ยกมือขึ้นกุมบาดแผล มองหาตัวการที่ทำให้เลือดออกตามเสียงกุ๊งกริ๊งที่ได้ยิน ไม่นานก็พบ มันเป็นแหวนเงินเก่าโทรมวงหนึ่ง ที่หัวแหวนสลักรูปต้นไม้ไว้สามต้น และที่ทำให้เธอแน่ใจว่ามันเป็นตัวการ ก็เพราะรอยสลักต้นไม้สามต้นนั้นเปรอะไปด้วยคราบเลือด
"หน็อย! ไอ้แหวนบ้า" พูดจบก็หยิบแหวนขึ้นมา ทันใดนั้นลำแสงเจิดจ้าสายหนึ่งจากแหวนก็พุ่งเข้าตาก่อนที่แสงนั้นจะครอบร่างอวบไว้โดยที่คนอื่นมองไม่เห็น
'ขนมเค้ก' นิ่งงัน…
ตอนนั้นเองจิตใต้สำนึกก็บังเกิดภาพพื้นที่กว้างใหญ่แห่งหนึ่งซึ่งมีต้นไม้นับร้อยต้น แต่ละต้นยังมีผลประหลาดๆออกมาด้วย
"ยัยเค้ก!"
เฮือกกกกกกก ขนมเค้กสะดุ้งเฮือกกับเสียงเรียกจนหลุดจากภาพประหลาดนั้นมาได้ เธอหันมองที่มาของเสียงพบว่าเป็นพี่สาวจอมดุของตัวเอง
"พี่หวานเค้กตกใจหมดเลย" ขนมหวานคือพี่สาวที่อายุห่างกับขนมเค้กสี่ปี ปัจจุบันอายุยี่สิบสอง หน้าตาไม่คล้ายกันเท่าไหร่เพราะเกิดคนละพ่อ
"ฉันเรียกแกตั้งหลายครั้งก็ไม่ยอมตอบ มัวแต่ยืนนิ่งอยู่นั่นแหละ รีบหาขวดเร็วเข้าจะได้เอาไปขายแลกเงิน"
"จ้าๆ จะไปเดี๋ยวนี้แหละ"
ขนมเค้กลืมเลือนเรื่องแหวนไปสนิท ทั้งยังลืมนึกถึงแผลที่เคยเลือดไหลตรงหน้าผากด้วย กว่าจะรู้ตัวว่าแผลหายสนิท และแหวนนั้นหายไปก็ตอนที่กลับมาถึงบ้านเล็กๆข้างสะพานลอยแล้วนั่นเอง
"ยัยเค้ก แกไปสักมาเหรอ บ้านเรายิ่งไม่มีเงินอยู่นะ ไปสักมาทำไมเนี่ย เสียไปเท่าไหร่"
"หะ สักอะไรพี่หวาน"
"ก็นั่นไง ที่ข้อนิ้วนั่นน่ะ ตอนแรกนึกว่าแกใส่แหวน มองไปมองมาแกสักนี่หว่า"
ขนมเค้กมองไปที่ข้อนิ้วชี้ข้างซ้ายตามสายตาของพี่สาว ก่อนจะพบว่ามีรอยสักเป็นรูปแหวน ที่ตรงหัวแหวนมีต้นไม้สามต้นเหมือนกับแหวนวงนั้นไม่มีผิด
"เฮ้ย!" อุทานเสียงหลง เธอทั้งจับทั้งแตะทั้งลูบทั้งถูจนมือแดงไปหมด รอยสักนั้นก็ยังคงอยู่
ขนมหวานมองน้องสาวถูมือไม่หยุดแล้วถอนหายใจ "อะไรของแกเนี่ย ฉันไปป้อนข้าวแม่ก่อนนะ"
"อะไรวะเนี่ย หรือมันคือแหวนวิเศษที่ยัยปอปลาเคยเล่าให้ฟังเหรอ ภาพที่เราเห็นตอนนั้นมันเป็นส่วนหนึ่งของแหวนใช่ไหม" ปอปลาเป็นเพื่อนขนมเค้กซึ่งรายนั้นชอบอ่านนิยายเป็นชีวิตจิตใจ มักมีนิยายเหนือจินตนาการมาเล่าให้ฟังอยู่บ่อยครั้ง
เรื่องราวส่วนใหญ่ก็มีพวกแหวนมิติอะไรเหล่านี้แทรกอยู่ในเนื้อเรื่อง ราวกับแหวนนั้นรับรู้ถึงความต้องการของขนมเค้ก ในห้วงจิตใต้สำนึกเกิดภาพผืนป่าอันกว้างใหญ่อีกครั้ง ต้นไม้แปลกประหลาดนานาชนิดทำให้เธอทั้งตื่นตะลึงปนตื่นเต้น
"เราเห็นแต่เข้าไปด้านในทั้งตัวไม่ได้งั้นเหรอ ต้นไม้ของจริงรึเปล่าเนี่ย" ว่าแล้วก็ทดลองใช้จิตใต้สำนึกมุ่งตรงไปยังต้นไม้ที่ใกล้สายตาที่สุดก่อน
ตรงลำต้นมีป้ายเขียนบอกชื่อผลผลิตว่า 'ต้นขนมปังปอนด์' เดิมทีเธอเห็นเป็นอักษรแปลกๆ แต่จ้องสักพักมันก็เปลี่ยนตัวอักษรที่คุ้นเคยให้เองจึงอ่านรู้เรื่อง
"ต้นขนมปังเนี่ยนะ" พึมพำเสร็จก็สั่งจิตใต้สำนึกเด็ดขนมปังปอนด์ที่งอกออกเต็มต้นมาหนึ่งชิ้น (ผล) ทันใดนั้นขนมเค้กก็รู้สึกอุ่นๆที่มือขวา ภาพผืนป่าแห่งนั้นหายไป ตอนนี้จิตใต้สำนึกกลับเข้าร่างต้นแล้ว และในมือขวาก็มีขนมปังปอนด์นุ่มๆแถวหนึ่ง
"เอาออกมาได้จริงด้วยแฮะ”
“เราไม่ได้ฝัน ขนมปังนุ่มมากแถมยังอุ่นๆเหมือนเพิ่งออกจากเตา อื้ม ~ หอมอร่อยมาก ได้กลิ่นนมด้วย"
ขนมเค้กชอบกินเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว พอได้ลิ้มรสขนมปังปอนด์จากต้นขนมปังในแหวนมิติก็ทำเอาอดใจไม่ไหว เธออ้าปากกัดกร้วมกินอย่างเอร็ดอร่อย ขนมปังแถวหนึ่งจึงหมดภายในสิบนาที
พอขนมปังหมดสติของขนมเค้กก็กลับมา ในหัวตีกันวุ่นวาย นึกไม่ถึงว่าตนเองจะโชคดีได้รับของวิเศษนี้มาครอง
"ยังไม่อิ่มเลยเอาออกมาอีกดีกว่า"
ทว่าในตอนนั้นเอง…
"ยัยเค้ก!" ขนมหวานโพล่งอย่างตกใจ เพราะออกมาทันเห็นขนมปังปรากฏขึ้นในมือน้องสาวพอดี
∆∆∆∆∆∆
ตอนที่ 2 ทดลอง
ตอนที่ 2 ทดลอง
ขนมเค้กนั่งนิ่งอยู่เบื้องหน้าพี่สาว ที่ตอนนี้กำลังสูดยาดมเฮือกแล้วเฮือกเล่าไม่หยุดตั้งแต่เธอเปิดปากบอกที่มาของขนมปัง
"จะบอกว่าแหวนมิติหล่นจากฟ้าตกใส่หัวแก พอเลือดแกโดนแหวนมันก็กลายมาเป็นรอยสักที่นิ้วใช่ไหม"
ขนมเค้กพยักหน้ารัวๆ
"ทีนี้แกก็เกิดภาพในจิต เห็นต้นไม้แปลกๆเต็มไปหมด ซึ่งแกเดาว่ามันคือภาพในแหวนนั้น ส่วนขนมปังที่วาร์ปออกมาเมื่อกี้คือผลผลิตของต้นไม้ต้นหนึ่งในนั้นด้วยใช่ไหม"
"ใช่ๆ พี่หวานเข้าใจถูกแล้ว"
"ไม่น่าเชื่อเลย" ถึงไม่เชื่อก็ต้องเชื่อแล้วล่ะ เพราะขนมเค้กนำขนมปังปอนด์ออกมาอีกแถว
มันทั้งหอมทั้งนุ่ม แถมเมื่อลองชิมยังรสชาติดีกว่าขนมปังที่ขายตามร้านเบเกอรี่เสียอีก
"เค้กว่าจะลองถามปอปลาดูอ่ะพี่หวาน เผื่อว่านางจะให้คำปรึกษาได้ นางชอบอ่านนิยายแนวแฟนตาซี เรื่องวงเรื่องแหวนมิติน่าจะรู้มากกว่าเค้ก"
"ไม่ได้!" ขนมหวานพูดออกมาเสียงดุ ตาคมของเธอจ้องน้องสาวจอมซื่ออย่างอ่อนใจ "เรื่องนี้แกจะบอกใครไม่ได้เด็ดขาดนะ ถ้าคนอื่นรู้แล้วเกิดความโลภ จับตัวแกไปทดลองจะทำยังไง"
ขนมเค้กตกใจ "ร้ายแรงขนาดนั้นเลยเหรอ ไม่มั้ง" พยายามคิดบวกแต่พอเห็นสายตาดุดันของพี่สาวแล้วขนมเค้กเลยต้องยอม "เข้าใจแล้วค่ะ เค้กจะไม่บอกใคร"
"ดี รู้กันแค่เราสองคนก็พอ จริงสิ…ตอนนี้เราต้องรีบใช้เงิน ในมิติของแกมีอะไรพอจะทำเงินให้เราได้บ้างไหม หรือว่าเราจะเอาขนมปังปอนด์มาขาย"
"เดี๋ยวเค้กขอดูก่อนนะ"
ขนมเค้กเข้าไปในมิติอีกครั้ง
กวาดสายตาไปเรื่อย ๆ ต้นแล้วต้นเล่า ก่อนจะถอนจิตกลับออกมา "เยอะแยะไปหมดเลยพี่หวาน นอกจากขนมปังปอนด์ ยังมีต้นเนื้อหมูสวรรค์ ต้นเนื้อปลาสวรรค์"
"…"
"ต้นเนื้อวัวสวรรค์ ต้นน้ำนมพิสุทธิ์ ต้นผ้าไหม ต้นยาชำระกาย ต้นยาเพิ่มพลัง…"
"พอๆ แต่ละอย่างที่แกว่ามามันแปลกเกินไป ขายเดี่ยวไม่ได้เลย งั้นเราเอาขนมปังมาทำแซนด์วิชขายหน้าโรงเรียนมัธยมกันดีไหม" ขนมหวานเสนอ
"ดีๆ งั้นเอาเนื้อหมูสวรรค์มาทำไส้แซนด์วิช อ้อ เค้กเห็นต้นมะเขือเทศด้วยนะพี่หวาน สีแดงสวยมาก ขนาดเท่ากำปั้นแน่ะ"
"ลองเอาวัตถุดิบพวกนี้มาลองทำอาหารเย็นก่อน ถ้ามันอร่อยเราก็ใช้มันทำแซนด์วิชขาย" ขนมหวานบอกอย่างตื่นเต้น หนทางหาเงินมารักษาแม่อยู่ไม่ไกลแล้ว
"ได้เลยพี่" เย็นนั้นสองพี่น้องนำวัตถุดิบจากมิติออกมาทดลองทำอาหารอย่างละนิดละหน่อย
พอทำเสร็จขนมเค้กก็เป็นผู้ชิมคนแรก ดวงตากลมโตของสาวอวบเบิกกว้าง
"อร่อยมากๆ"
"จริง เนื้อหมูนุ่มมาก ถ้าทำเป็นไส้แซนด์วิชลูกค้าต้องติดใจแน่ ๆ เนื้อไก่ เนื้อปลาก็อร่อยไม่แพ้กัน เอาไงดียัยเค้กเริ่มทำขายพรุ่งนี้เลยไหม"
"จัดไปพี่ น้องคนนี้จะเอาวัตถุดิบออกมาให้เอง เอ่อ…พี่หวาน เราลองเอายาจากต้นยาไปให้แม่กินดีไหม เผื่อว่าอาการจะดีขึ้น"
"ยาอะไร"
"ยาอายุวัฒนะ"
"หะ! มีจริงเหรอ?"
ขนมเค้กก็ไม่รู้ เธอเห็นชื่อมันก็เลยบอกไปตามนั้น ซึ่งไม่รู้ว่ามันจะได้ผลไหม แต่ขึ้นชื่อว่าเป็นยาอายุยืน น่าจะช่วยยืดเวลาของแม่ไปได้อีก ครั้งก่อนที่หมอนัด บอกว่าแม่อยู่ได้อีกสามเดือน หากให้แม่กินยานี้ บางทีอาจช่วยยืดเวลามากกว่าสามเดือนก็เป็นได้
ถ้าได้จริง เธอสองพี่น้องค่อยหาเงินช่วยกันแล้วส่งแม่ไปผ่าตัดเอาเนื้อร้ายออกอีกที
ซึ่งขนมเค้กไม่ได้รู้เลย ว่ายาอายุยืนในมิตินี้มันวิเศษแค่ไหนสำหรับมนุษย์ธรรมดา หากเป็นเทพ ยานี้จะช่วยยืดอายุออกไปได้แค่สิบปี เท่านั้นแต่หากเป็นมนุษย์ ยานี้มันจะช่วยให้โรคภัยไข้เจ็บหายเป็นปลิดทิ้ง และอายุขัยยืนยาวเป็นร้อยปี
สองพี่น้องปรึกษากันหน้าเคร่งเครียด ใจหนึ่งก็อยากลองใจหนึ่งก็กลัว สุดท้ายขนมเค้กจึงนำยาเพิ่มพลังออกมาแบ่งกับพี่สาวคนละขวด ต้นยาเพิ่มพลังนี้มันออกผลเป็นยาน้ำในขวดหยก ง่ายต่อการหยิบจับมาก
วิ้งงงงง
ทันทีที่สองพี่น้องดื่มยาเพิ่มพลังเข้าไปพร้อมกัน ร่างกายก็พลันเรืองแสงวูบวาบออกมาครู่หนึ่ง กล้ามเนื้อทุกส่วนเต้นตุบตับอยู่ไม่กี่วินาที ก่อนที่แสงจะหายไป ร่างกายของสองสาวรู้สึกกระชับขึ้นอย่างแปลกประหลาด
"ยัยเค้ก แกดูผอมลงนิดหน่อย"
"พุงพี่หวานก็หายเหมือนกันนะ ตอนแรกเป็นสาวผอมมีพุง ตอนนี้ผอมเพรียวเต็มตัวแล้ว" ขนมเค้กแซวพี่
"ยาช่วยปรับร่างกายให้เราแค่นั้นเหรอ มันชื่อยาอะไรนะ เพิ่มพลังใช่ไหม งั้นลองยกของหนักกันดีกว่า อึ๊บ!"
"ว้าว…ยกได้จริงด้วย" ขนมเค้กปรบมือเมื่อเห็นพี่สาวยกถังแก๊สด้วยมือข้างเดียว ตนเองอยากลองจึงใช้มือข้างหนึ่งยกครกหินขึ้นบาง "เบามากเลยพี่หวาน"
"แสดงว่ายาเพิ่มพลังได้ผล"
"งั้นเอายาอายุวัฒนะไปให้แม่กินเลยนะ" ขนมเค้กใจร้อนเพราะอยากให้แม่หาย แต่พี่สาวกลับมุ่นคิ้ว
"เดี๋ยว มีอะไรให้ลองอีกไหม ขออีกสักอย่างให้แน่ชัดก่อนแล้วค่อยให้แม่"
"ยาชำระกาย" ว่าแล้วก็นำออกมายื่นให้พี่สาวขวดหนึ่งให้ตัวเองหนึ่ง ทั้งสองมองหน้าสบตากันก่อนจะยกดื่ม
"รอบนี้ไม่มีแสง" ขนมหวานงงๆ "อี๋…ยัยเค้กทำไมผิวแกลอกงั้นอ่ะ ขี้ไคลแกเยอะชะมัด"
"พี่ก็เหมือนกันนั่นแหละ"
คราวนี้ขนมหวานจับร่างกายตัวเองบ้างพบว่าเป็นจริงอย่างที่น้องสาวบอก ทั้งสองมองหน้ากันแล้วหลุดหัวเราะ
"เค้กอาบน้ำก่อนนะ" ว่าแล้วก็วิ่งหน้าตั้งไปยังห้องน้ำหนึ่งเดียวของบ้าน ขนมหวานตามไปพลางส่ายหน้าระอา
"อย่าวิ่งสิเค้ก" ขนมหวานปรามน้องกลัวจะหกล้มได้แผล ขนมเค้กหายเข้าไปในห้องน้ำครู่หนึ่งก่อนจะเปิดประตูพรวดออกมาทั้งกระโจมอก
"พี่หวานดูผิวเค้ก"
"หือ ทำไมขาวแบบนี้ ผิวเนียนไม่แห้งแตกเหมือนทุกที หรือว่า…" ขนมหวานคาดเดา น้องสาวจึงพยักหน้ารัวๆ
"ใช่พี่หวานเพราะยาชำระกายแน่นอน พี่รีบไปอาบน้ำเร็ว" กระตุ้นพี่สาวเสร็จตัวเองก็รีบเปลี่ยนเสื้อผ้า ยืนรอหน้าห้องน้ำพักหนึ่งประตูก็เปิดออกมา
"พี่ก็เป็นเหมือนแกเลยเค้ก ดูสิ ผิวเนียนมาก แถมแผลเป็นไฟไหม้ที่ต้นแขนพี่ก็หายไปด้วย สุดยอดไปเลย"
"ของในมิติเค้กเป็นของดี แสดงว่ายาอายุวัฒนะก็ต้องดีเหมือนกัน เราเอาไปให้แม่กินกันเถอะพี่หวาน"
"อื้อ ไปเร็ว"
"แต่พี่ควรใส่เสื้อผ้าให้เรียบร้อย ใส่กระโจมอกไป แม่ตกใจกันพอดี"
ขนมหวานรีบใส่เสื้อผ้าจากนั้นสองพี่น้องก็เข้าไปหาผู้เป็นแม่ ซึ่งนอนนิ่งอยู่บนเตียง รูปร่างซูบผอม ผมที่ศีรษะก็กลายเป็นสีดอกเลาราวกับคนอายุแปดสิบกว่าทั้งที่จริงแล้วอายุแม่เพิ่งสี่สิบเท่านั้น
∆∆∆∆∆∆
ตอนที่ 3 แซนด์วิช
ตอนที่ 3 แซนด์วิช
แม่ของสองพี่น้องชื่อขวัญนภา ชื่อเล่นขวัญ เมื่อยี่สิบกว่าปีก่อนเผลอไปมีความสัมพันธ์กับแฟนคนแรกจนตั้งท้องทั้งที่ยังเรียนไม่จบ
ถูกพ่อแม่ (ตายายของขนมหวานขนมเค้ก) ไล่ออกจากบ้านเพราะทนอับอายขี้ปากชาวบ้านไม่ไหว ขวัญนภาจึงอุ้มท้องไปหาแฟนหนุ่ม แต่พ่อแม่ของเขากลับไม่ยอมรับ ทั้งยังไล่อย่างหมูอย่างหมา เมื่อไม่มีที่ไปขวัญนภาจึงกัดฟันทำงานหาเงินเพื่อคลอดลูกเอง โดยที่เรื่องเรียนก็ออกเสียเฉยๆไม่ได้ทำเรื่องลาออกหรืออะไรทั้งนั้น
ขวัญนภาทำงานในร้านอาหาร ตำแหน่งล้างจานหลังคลอดขนมหวานก็ใช้เงินที่ทำงานหามาได้น้อยนิดเลี้ยงดู แต่นับวันเงินยิ่งไม่พอ จึงตัดสินใจหางานใหม่ที่เงินดีกว่า
เป็นงานเอ็นเตอร์เทนลูกค้าในร้านเหล้า ระหว่างที่ทำงานช่วงกลางคืนก็ฝากลูกไว้กับเพื่อนบ้านที่ไว้ใจ งานนี้เงินดีจริง ได้ทั้งเงินเดือนได้ทั้งทิป ทำงานอยู่ปีกว่าก็พบรักใหม่กับลูกค้าคนหนึ่ง ซึ่งเป็นหนุ่มหล่อวัยทำงาน
ตอนนั้นด้วยความหลงขวัญนภาจึงปล่อยกายปล่อยใจ แต่ไม่นานเมียของผู้ชายคนนั้นก็จับได้ เดิมขวัญนภาไม่รู้ว่าเขามีครอบครัวอยู่แล้ว มารู้ก็ตอนที่ฝ่ายหญิงมาประจานถึงร้าน ด้วยความอับอายเจ้าของร้านจึงไล่เธอออก
ขวัญนภาเสียใจมาก แต่ด้วยความที่ยังมีลูกเล็กต้องเลี้ยงดู ตั้งสติตั้งตัวใหม่ ไม่นานก็ได้งานใหม่ในโรงงานตุ๊กตา ทำไปทำมาร่างกายแปลกไป พอหาหมอก็พบว่าตัวเองท้อง จะกลับไปหาพ่อของลูกก็ไม่ได้เพราะรายนั้นมีครอบครัวอยู่แล้วจึงต้องกัดฟันหาเงินคลอดลูกคนนี้อีกคน
ชีวิตของขวัญนภาต้องปากกัดตีนถีบอยู่เช่นนี้เรื่อย ๆจนลูกโต แม้จะลำบากแต่เธอก็ส่งลูกๆเรียนจนจบมัธยมปลายทั้งสองคน…ขนมหวานอยากเรียนต่อแต่รู้ว่าแม่หาเงินลำบากจึงตั้งใจหาทุนเรียนต่อเอง ทั้งยังทำงานพาร์ทไทม์ระหว่างเรียนจนจบมหาวิทยาลัยไปเมื่อไม่กี่เดือนก่อน ส่วนขนมเค้กนั้นก็เอาอย่างพี่สาว พอแม่ส่งเรียนจนจบมัธยมปุ๊บ เธอก็สอบชิงทุนเรียนต่อมหาวิทยาลัยทันที
ระหว่างนั้นก็หางานพาร์ทไทม์ทำไปด้วยเพื่อส่งเสียค่ากินอยู่ของตัวเอง อีกสองปีก็ใกล้จะจบแล้ว แต่ผู้เป็นแม่ดันล้มป่วยเสียก่อน
พอรู้ว่าแม่เป็นมะเร็งสองพี่น้องก็แทบบ้า พยายามหาหมอ หาสิทธิ์การรักษา แต่ยากยิ่งเพราะมันต้องใช้เงิน
เดิมขนมหวานได้งานประจำที่ต่างจังหวัด แต่เพราะแม่ป่วยจึงสละงานนั้นทิ้ง แล้วตัวเองก็หางานใกล้บ้านทำเพื่อหาเงินมารักษาแม่
ช่วงวันหยุดที่ขนมเค้กกลับบ้าน สองพี่น้องก็ออกหาของเก่า หาขวดเก่าตามถังขยะเพื่อนำไปขายแลกเงินมาเก็บสะสม ไม่นึกไม่ฝันว่าวันนี้ขนมเค้กได้ลาภก้อนใหญ่ซึ่งเหนือจินตนาการเป็นอย่างมาก มันเป็นของวิเศษที่ทำให้ทั้งสองมีความหวังในการรักษาแม่และหาเงินค่าผ่าตัดเนื้อร้ายทิ้ง
"แม่จ๋า"
ขนมเค้กสงสารแม่จับใจ เธอประคองแม่ให้พิงร่างตัวเอง "เดี๋ยวก็ดีขึ้นนะ" กระซิบบอกพลางพยักหน้าให้พี่สาวที่ถือขวดหยกด้านในเป็นยาน้ำอายุวัฒนะ
ขนมหวานค่อยๆป้อนยาให้แม่ มียาบางส่วนไหลทะลักออกมาตามมุมปาก ซึ่งสองพี่น้องไม่ได้สนใจเพราะกำลังเฝ้ารอคอยปาฏิหาริย์อย่างใจจดใจจ่อ
"ทำไมไม่มีปฏิกิริยาอะไรเลยล่ะเค้ก" ขนมหวานถามออกมาอย่างกังวล ขนมเค้กส่ายหน้าเพราะไม่รู้เหมือนกัน
"สงสัยจะไม่ได้ผลรึเปล่าพี่หวาน บางทียาอาจจะอ่อนเกินไป" ขนมเค้กคาดเดา
"เฮ้อ งั้นก็ช่างเถอะ เราใช้วิธีเดิม หาเงินแล้วพาแม่ไปผ่าตัดก็ได้" ขนมหวานปลดปลง
"อื้อ" สองพี่น้องออกจากห้องไปไม่นาน ร่างของขวัญนภาก็เรืองแสงวูบวาบเกือบสิบนาที ในสิบนาทีนั้นคิ้วของคนป่วยที่ขมวดมุ่นเพราะเจ็บปวดเริ่มคลาย ผมสีดอกเลาก็ค่อยๆดกดำเนิบช้า
ส่วนร่างกายที่ซูบผอมเริ่มมีเนื้อมีหนังขึ้น…
เช้าวันต่อมาสองพี่น้องตื่นมาช่วยกันทำแซนด์วิชไส้หมู แซนด์วิชไส้ไก่ แซนด์วิชไส้ปลา อย่างละยี่สิบชิ้นไว้ทดลองตลาดก่อน หากขายได้พรุ่งนี้ก็ค่อยเพิ่มปริมาณ
ขนมปังแผ่นมาจากขนมปังปอนด์ในมิติ นอกจากนี้ยังมีมะเขือเทศ เนื้อหมู/ปลา/ไก่สวรรค์ที่มาจากในมิติ มีแค่ผักสลัดเท่านั้นที่ซื้อจากตลาดมา
"เรารีบไปขายแล้วค่อยกลับมาดูแม่"
ขนมหวานยกกล่องสามกล่องที่ใส่แซนด์วิชแต่ละไส้อย่างละยี่สิบชิ้นอย่างสบายๆซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์เก่าๆของแม่ ในขณะที่ขนมเค้กเป็นผู้ขับ
ทั้งสองมุ่งตรงไปยังหน้าโรงเรียนมัธยม ถึงแม้จะขึ้นชื่อว่าย่านโรงเรียน แต่ที่จริงแล้วรอบข้างมีทั้งบริษัท ร้านค้า โรงแรมมากมาย ซึ่งมีโรงเรียนอยู่ตรงกลาง
"หวานทางนี้"
ป้าสมจิตโบกมือให้ขนมหวาน เนื่องจากแกเป็นแม่ค้าร้านขนมหน้าโรงเรียนอยู่ก่อนแล้ว เมื่อคืนขนมหวานโทรขอเช่าที่ทดลองขายแซนด์วิช
แกก็ใจดีเพราะรู้ว่าขนมหวานกำลังลำบากจึงแบ่งที่ให้เล็กน้อย "สวัสดีจ้ะป้า" สองพี่น้องยกมือไหว้ทักทายเจ้าของร้านพอหอมปากหอมคอ จากนั้นก็ช่วยกันจัดเตรียมพื้นที่
"ขายแซนด์วิชเรอะ ยายน้อยร้านโน้นก็ทำเหมือนกัน มันขายไม่ค่อยดีเท่าไหร่นะหวาน เด็กบอกว่าฝืดคอ"
"รับรองแซนด์วิชของเราไม่ฝืดคอ แถมยังชุ่มช่ำอร่อยเหาะจนต้องร้องขอชีวิตเลยจ้ะป้า" ขนมเค้กที่ทดลองชิมมาจากบ้านแล้วรีบโฆษณา
"จริงเรอะ"
"จริงที่สุด ไม่เชื่อป้าลองชิมดูสิจ๊ะ เค้กกับพี่หวานตัดแบ่งมาให้ลูกค้าชิมส่วนหนึ่ง ให้ป้าประเดิมคนแรกเลย" ขนมเค้กเปิดกล่องใส่อาหารขนาดเล็กที่เตรียมไว้ให้ลูกค้าชิมก่อนจะจิ้มแซนด์วิชชิ้นเล็กๆมอบให้ป้าสมจิต
"อื้มมมม~"
ป้าสมจิตกัดเข้าไปคำหนึ่งรสชาติอันหอมหวานก็พุ่งพล่านแตกซ่านเต็มช่องปาก อร่อยอย่างบอกไม่ถูก ขนมปังแผ่นก็นุ่มไม่แข็งเหมือนบางร้าน
ผักก็อร่อยโดยเฉพาะมะเขือเทศที่หวานกรอบ เนื้อหมูอบก็รสชาติดีแถมยังได้เยอะ
"เป็นไงคะป้า" ขนมหวานลุ้น
"เวรี่กู๊ด!!" ป้าสมจิตยกนิ้วโป้งให้ทั้งสองข้าง "ชิ้นละเท่าไหร่หวาน"
"ชิ้นละ 50 บาทจ้ะ"
"ทำไมแพงงั้นล่ะ" ป้าสมจิตตกใจ แต่พอขนมหวานชี้ไปที่แซนด์วิชเต็มแผ่นแบบไม่แบ่งครึ่งเหมือนบางร้าน ป้าแกก็พลันเข้าใจในทันที "มีสามไส้ใช่ไหม ป้าเอาอย่างละชิ้น"
สองพี่น้องรีบห่อแซนด์วิชใส่ถุงกระดาษที่แวะซื้อตรงหัวมุมตลาดใกล้บ้านเมื่อตอนเช้ามืดอย่างดีใจ ประเดิมเปิดร้านก็ขายได้แล้วสามชิ้น ช่างเป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างยิ่ง
"ร้อยห้าสิบจ้ะ" รับเงินจากป้าสมจิตจากนั้นก็นำเงินไปแปะป่ายตามกล่องเป็นเคล็ดไม่ลับที่ใครเขาก็มักจะทำกัน "ยัยเค้ก ไปเรียกลูกค้าสิ เอาให้เขาชิม" ยัดกล่องแซนด์วิชที่ตัดแบ่งใส่มือน้องสาว จากนั้นก็ดันร่างอวบให้ไปเรียกลูกค้าหน้าร้าน
"แซนด์วิชจ้า แซนด์วิชอร่อยหอมๆ กินแล้วอิ่มท้องอิ่มอกอิ่มใจ แซนด์วิชจ้า ชิ้นแรกชิมฟรีได้ แต่ชิ้นต่อไปช่วยอุดหนุนแม่ค้าด้วยน้า~" ขนมเค้กตะโกนเรียกลูกค้าอย่างอารมณ์ดี ด้วยใบหน้ายิ้มแย้มบวกกับหน้าตาน่ารักจิ้มลิ้ม ใครเห็นใครก็เอ็นดู จึงได้รับความสนใจมากมาย
"น้องสาวชิมได้ใช่ไหม"
"ได้จ้ะพี่"
"พี่สาว หนูขอชิมชิ้นหนึ่ง"
"ได้จ้ะน้อง"
"หือ อร่อยมาก"
"อันนี้ไส้อะไรอ่ะ อร่อยจัง"
"อร่อยเหรอ ขอชิมบ้างค่ะ"
"ได้เลยค่ะ ใจเย็นๆนะ"
หลังจากนั้นแซนด์วิชที่นำมาทดลองขายในวันนี้วันแรกก็พลันหมดเกลี้ยงในเวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง…
∆∆∆∆∆∆