โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

กสม.ยื่นป.ป.ช.ฟัน‘เรือนจำพิเศษกรุงเทพ-รพ.ตำรวจ’เลือกปฏิบัติ เอื้อ‘ทักษิณ’นอนชั้น14

Khaosod

อัพเดต 02 ส.ค. 2567 เวลา 07.12 น. • เผยแพร่ 02 ส.ค. 2567 เวลา 06.49 น.
กสม.ยื่นป.ป.ช.ฟัน‘เรือนจำพิเศษกรุงเทพ-รพ.ตำรวจ’เลือกปฏิบัติ เอื้อ‘ทักษิณ’นอนชั้น14

กสม. ชี้ ‘ทักษิณ’ ได้รับอภิสิทธิ์ชนรักษาตัวชั้น 14 พร้อมส่งเรื่องให้ ป.ป.ช. ฟัน ‘เรือนจำพิเศษกรุงเทพ-รพ.ตำรวจ’ เลือกปฏิบัติ

เมื่อวันที่ 2 ส.ค.2567 ที่สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ(กสม.)นายวสันต์ ภัยหลีกลี้ กสม. แถลงถึงเรื่องร้องเรียนกรณี นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้รับการรักษาพยาบาลดีกว่าผู้ต้องขังรายอื่นว่า กสม.เห็นว่า เรือนจำพิเศษกรุงเทพ และโรงพยาบาลตำรวจ เลือกปฏิบัติ จึงมีมติส่งข้อมูลให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ดำเนินการต่อ

กรณีการส่งตัวนายทักษิณ ออกไปรักษาที่รพ.ตำรวจ เมื่อพิจารณาจากการชี้แจงของแพทย์ของทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ เห็นว่า อาการป่วยของนายทักษิณ เมื่อวันที่ 22 ส.ค.66 โดยเฉพาะค่าออกซิเจนในเลือดต่ำกว่า 95 ประกอบกับความดันโลหิตสูง ถือว่าอยู่ในภาวะอันตราย อาจเกิดอาการช็อกได้ การที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ส่งตัวนายทักษิณออกไปรักษาภายนอกเรือนจำเมื่อวันที่ 22 ต่อเนื่องวันที่ 23 ส.ค.66 เป็นการดำเนินการภายใต้ข้อเท็จจริงที่ปรากฏในขณะนั้น

ถือเป็นการให้ความคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพในชีวิตและร่างกาย และสิทธิในการเข้าถึงการรักษาพยาบาลของผู้ต้องขังตามสมควรแล้ว อย่างไรก็ดี กรณี รพ.ตำรวจรับตัวนายทักษิณ ไว้รักษาที่ห้องพิเศษชั้น 14 อาคารมหาภูมิพลราชานุสรณ์ 88 พรรษา นั้น เห็นว่า การที่นายทักษิณเข้ารักษาตัวในรพ.ด้วยอาการวิกฤต ซึ่งในช่วงแรกเข้าพักที่ชั้น 14 เนื่องจากรพ. ให้ข้อมูลว่าเป็นเพียงชั้นเดียวที่มีห้องว่าง

แต่หลังจากนั้นปรากฏว่า นายทักษิณยังพักที่ห้องพิเศษดังกล่าวมาตลอด รพ.ชี้แจงว่านายทักษิณมีภาวะวิกฤตสลับปกติ ซึ่งหากนายทักษิณป่วยจนอยู่ในระดับวิกฤตตามที่มีการชี้แจงจริง ควรต้องได้รับการดูแลจากบุคลากรทางการแพทย์อย่างใกล้ชิดและพักในห้องสำหรับผู้ป่วยฉุกเฉิน แต่นายทักษิณกลับพักในห้องพิเศษ ซึ่งตามปกติควรมีไว้สำหรับผู้ป่วยที่พ้นจากภาวะวิกฤตและสามารถช่วยเหลือตัวเองได้บ้างแล้ว

เมื่อกสม.ตรวจสอบข้อเท็จจริง เห็นว่า รัฐธรรมนูญ ปี2560 มาตรา 27 บัญญัติว่า บุคคลย่อมเสมอกันในกฎหมาย มีสิทธิและเสรีภาพและได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายเท่าเทียมกัน การเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อบุคคลไม่ว่าด้วยเหตุความแตกต่างในเรื่องอายุ ความพิการ สภาพทางกายหรือสุขภาพ สถานะของบุคคล ฐานะทางเศรษฐกิจหรือสังคม จะกระทำมิได้

แม้ในการตรวจสอบข้อเท็จจริง กสม. ไม่ได้รับข้อมูลเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลของนายทักษิณ เนื่องจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอ้างถึงข้อจำกัดทางด้านกฎหมาย แต่หากนายทักษิณ มีอาการป่วยอยู่ในภาวะวิกฤตสลับปกติจริงตามอ้าง ก็ควรได้รับการดูแลจากบุคลากรทางการแพทย์อย่างใกล้ชิดและพักในห้องสำหรับผู้ป่วยฉุกเฉิน

ทั้งยังปรากฏข้อเท็จจริงว่า นายทักษิณ สามารถออกจากการควบคุมของเรือนจำฯ ตามโครงการพักการลงโทษกรณีมีเหตุพิเศษของกรมราชทัณฑ์ นายทักษิณ สามารถเดินทางกลับบ้านพักส่วนตัวได้ในทันที โดยไม่พบว่าต้องเข้าไปรับการรักษาตัวในสถานพยาบาลแห่งอื่นอีก รวมทั้งสามารถเดินทางไปยังสถานที่ต่าง ๆ และปฏิบัติภารกิจได้โดยไม่ปรากฏว่ามีอาการเจ็บป่วยรุนแรง อันผิดปกติวิสัยของผู้ป่วยที่มีภาวะวิกฤต ซึ่งใช้เป็นเหตุผลในการพักรักษาตัวกับรพ.ตำรวจมาตลอด

นั่นจึงยังมิอาจเชื่อได้ว่า นายทักษิณมีอาการป่วยจนถึงขนาดที่ต้องรักษาตัวที่ รพ.ตำรวจ นานถึง 181 วัน โดยไม่สามารถออกไปรับการรักษาต่อที่ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์หรือกลับไปคุมขังต่อที่เรือนจำฯ ได้ จึงเห็นว่า การกระทำของเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ และรพ.ตำรวจ เป็นการเลือกปฏิบัติแก่ผู้ต้องขังด้วยเหตุความแตกต่างในเรื่องสถานะของบุคคล ฐานะทางเศรษฐกิจหรือสังคม อันถือเป็นการกระทำหรือละเลยการกระทำอันเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนเช่นกัน

นายวสันต์ กล่าวว่า กสม. เห็นว่า การละเมิดสิทธิมนุษยชนในกรณีตามคำร้องนี้ นอกจากจะมีสาเหตุเกิดจากการกระทำหรือละเลยการกระทำของเจ้าหน้าที่ของรัฐและหน่วยงานของรัฐแล้ว ยังมีสาเหตุสำคัญเกิดจากกฎกระทรวงการส่งตัวผู้ต้องขังไปรักษาตัวนอกเรือนจำ พ.ศ. 2563 ข้อ 5 (2) ที่กำหนดห้ามผู้ต้องขังเข้าอยู่ในห้องพักพิเศษแยกจากผู้ป่วยทั่วไป เว้นแต่ต้องพักรักษาตัวในห้องควบคุมพิเศษตามที่สถานที่รักษาผู้ต้องขังจัดให้ ซึ่งเปิดโอกาสให้สถานที่รักษาใช้ดุลยพินิจโดยขาดการพิจารณาจากเรือนจำที่ส่งตัวผู้ต้องขังออกไป

และข้อ 7 ในส่วนที่เกี่ยวกับกรณีผู้ต้องขังรักษาตัวนอกเรือนจำเป็นเวลานานเกิน 30 วัน 60 วัน และ 120 วัน ให้ผู้บัญชาการเรือนจำมีหนังสือขอความเห็นชอบจากอธิบดีและรายงานผู้บังคับบัญชาเพื่อทราบตามลำดับชั้น พร้อมกับความเห็นของแพทย์ผู้ทำการรักษาและหลักฐานอื่นที่เกี่ยวข้อง แต่ไม่มีข้อกำหนดว่าหากเลยระยะเวลา 120 วันไปแล้วต้องดำเนินการอย่างไร

อาจเป็นช่องว่างให้ผู้ต้องขังรักษาอาการป่วยนอกเรือนจำได้เป็นระยะเวลานานเกินไปโดยไม่มีการตรวจสอบ อีกทั้งหากการรักษาตัวเกิน 60 วัน และ 120 วัน ให้ผู้บัญชาการเรือนจำขอความเห็นชอบจากอธิบดีกรมราชทัณฑ์ และรายงานปลัดกระทรวงยุติธรรมกับรมว.ยุติธรรม เพื่อทราบเท่านั้น อาจก่อให้เกิดภาวะขาดการตรวจสอบถ่วงดุลและนำไปสู่การใช้อำนาจในทางที่ผิดได้

กสม.เห็นว่า การกระทำของเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ รพ.ตำรวจ และผู้ที่เกี่ยวข้องยังเข้าข่ายเอื้อประโยชน์ให้แก่บุคคล อันอาจเป็นการกระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ หรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ซึ่งอยู่ในหน้าที่และอำนาจตรวจสอบของป.ป.ช.

เมื่อถามว่าหาก คำร้องส่งไปให้ป.ป.ช.และชี้มูลความผิด ขณะที่นายทักษิณเอง ใกล้พ้นโทษแล้วจะส่งผลอย่างไร นายวสันต์ กล่าวว่า ในเรื่องนี้ที่มีการร้องเรียนมา เป็นประเด็นเรื่องการเลือกปฏิบัติ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องการพ้นโทษของนายทักษิณในวันที่ 22 ส.ค.นี้หรือเรื่องอื่นๆ ส่วนที่นายทักษิณยื่นขอศาลไปรักษาตัวที่ดูไบนั้น ทางกสม.ไม่ได้พูดถึง

เมื่อถามว่าการยื่นเรื่องถึงป.ป.ช. เป็นประเด็นเกี่ยวกับการดำเนินการของ ข้าราชการใช่หรือไม่ นายวสันต์ กล่าวว่า กรณีนี้ร้องเรียนว่าเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯและรพ.ตำรวจ เลือกปฏิบัติ ดังนั้น ประเด็นในการพิจารณาจะเป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ เมื่อพิจารณาแล้วเห็นว่ามีความเกี่ยวโยงกับบทบาทและหน้าที่ของป.ป.ช. ทางกสม.ก็มีมติให้ส่งเรื่องให้ป.ป.ช.เพื่อใช้เป็นข้อมูลพิจารณาดำเนินการ เนื่องจากมีการร้องเรียนไปที่ป.ป.ช.เช่นกัน

เมื่อถามว่ามีความเชื่อมั่นหรือไม่ว่าข้อมูลที่ส่งถึงป.ป.ช.นี้จะกระทุ้ง ป.ป.ช.ให้ดำเนินการเรื่องนี้ได้ เนื่องจากที่ผ่านมามีหลายหน่วยงานยื่นเรื่องไปที่ป.ป.ช. แต่ไม่มีอะไรคืบหน้า นายวสันต์ กล่าวว่า คิดว่าข้อมูลที่เราส่งไปป.ป.ช.จะเป็นประโยชน์ในการดำเนินการของป.ป.ช.ด้วย ในส่วนของกสม.จะเน้นเรื่องการเลือกปฏิบัติ เนื่องจากผู้ต้องขังอาจไม่ได้รับการปฏิบัติที่เท่าเทียมกัน กสม.เห็นว่าการกระทำของเรือนจำกรุงเทพฯ รวมทั้งผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าข่ายเอื้อประโยชน์ให้กับบุคคล อาจเป็นการกระทำผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ และกระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ เลยส่งเรื่องให้ป.ป.ช.

เมื่อถามว่ามีการลงรายละเอียดถึงบุคคล ที่ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือ ผู้กระทำทุจริต เช่น รัฐมนตรี อธิบดีกรมราชทัณฑ์ หรือผอ.รพ.ตำรวจ หรือไม่ นายวสันต์ กล่าวว่า ที่ร้องเรียนมาเป็นหน่วยงาน คือเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯและรพ.ตำรวจ แต่การดำเนินการ ขึ้นอยู่กับ การตรวจสอบของต้นสังกัด

กสม.เสนอเรื่องให้กระทรวงยุติธรรม ตรวจสอบการทำหน้าที่ของเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ และกรมราชทัณฑ์ด้วย พร้อมเสนอไปที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้ตรวจสอบการกระทำของผู้ที่เกี่ยวข้องในรพ.ตำรวจ รวมถึงส่งแพทยสภาให้ตรวจสอบแพทย์ที่มีความเห็นในกรณีการเจ็บป่วยของนายทักษิณ นี้ด้วย

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : กสม.ยื่นป.ป.ช.ฟัน‘เรือนจำพิเศษกรุงเทพ-รพ.ตำรวจ’เลือกปฏิบัติ เอื้อ‘ทักษิณ’นอนชั้น14

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...