โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แม่และเด็ก

ลูกโดนแกล้ง: ชวนลูกออกกำลังกาย สร้างความแข็งแรงทางจิตใจและร่างกาย ไม่ให้ลูกถูกรังแก

Mood of the Motherhood

เผยแพร่ 31 ก.ค. 2567 เวลา 02.07 น. • Features

คุณพ่อคุณแม่ที่ลูกถึงวัยต้องเข้าโรงเรียน มีเพื่อน หรือกลุ่มสังคมใหม่ๆ ย่อมอยากให้ลูกเป็นที่รักของเพื่อนๆ และรอบข้างแต่ปัญหาที่อาจต้องเตรียมรับมือเอาไว้ก็คือ ลูกโดนแกล้ง หรือถูกรังแกจากเด็กวัยใกล้เคียงกัน และไม่ว่าจะเป็นการกลั่นแกล้งรังแกเล็กน้อย หรือรุนแรง ก็มักจะส่งผลต่อร่างกายและจิตใจของลูกในระยะยาวได้โดยทั่วไป การกลั่นแกล้งรังแกมักเกิดขึ้นจากหลายสาเหตุ เช่น ความแตกต่างทางกายภาพหรือลักษณะภายนอก ความต้องการแสดงออกว่าแข็งแรงหรือเก่งกว่าดังนั้น หากคุณพ่อคุณแม่มีปัญหา ลูกโดนแกล้ง แล้วละก็ นอกการสร้างความเข้มแข็งทางใจให้ลูกแล้ว การออกกำลังกายเพื่อสร้างความแข็งแรงทางร่างกาย ก็เป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ลูกสามารถใช้ปกป้องตัวเองจากการถูกกลั่นแกล้งรังแกได้1. ออกกำลังกายแบบไหนก็ได้ที่ลูกชอบ

Esther Entin, M.D. กุมารแพทย์ และรองศาสตราจารย์คลินิกสาขาเวชศาสตร์ครอบครัวที่ Warren Alpert School of Medicine มหาวิทยาลัยบราวน์ ประเทศสหรัฐอเมริกา ระบุว่า “เด็กๆ ที่ได้ออกกำลังกายตามแบบที่ตัวเองชอบ จะสามารถเรียนรู้วิธีรับมือกับการถูกกลั่นแกล้งได้ดีอย่างไม่น่าเชื่อ”Benjamin R. Snell, MD แพทย์ประจำครอบครัวกับ Lancaster General Health Physicians Family Medicine Twin Rose ระบุว่า ให้คุณพ่อคุณแม่ควรส่งเสริมให้ลูกเคลื่อนไหวร่างกายเป็นประจำ เช่น ลองลงเล่นกีฬาแบบทีมในโรงเรียน กระโดดโลดเต้นในวิชาดนตรี และใช้ทุกส่วนของร่างกายอย่างเต็มที่ในวิชาพลศึกษาทั้งนี้ การออกกำลังกายหรือเล่นกีฬา ให้เน้นที่ความชอบและความสนุกของลูก โดยไม่ต้องมุ่งเน้นการฝึกฝนจนเชี่ยวชาญเพื่อเข้าแข่งขัน ยกเว้นคุณพ่อคุณแม่จะเห็นว่าลูกมีความสามารถในกีฬานั้นๆ มากเป็นพิเศษ2. เล่นกีฬาแบบทีมและมีเพื่อนที่ดี คาถาป้องกันการโดนแกล้ง

Ylva Bjereld รองศาสตราจารย์และอาจารย์ประจำภาควิชาสังคมสงเคราะห์ มหาวิทยาลัยโกเธนเบิร์ก ประเทศสวีเดน เคยมีผลงานวิจัยในฐานะนักศึกษาปริญญาเอกที่มุ่งเน้นการศึกษาเรื่องการกลั่นแกล้งในเด็ก ระบุว่า ถ้าไม่อยากให้ลูกโดนแกล้งและมีสุขภาพจิตที่ดีในระยะยาว คุณพ่อคุณแม่ควรส่งเสริมให้ลูกเรียนรู้ที่จะเล่นกีฬาเป็นทีม เพราะจะทำให้ลูกได้เรียนรู้เรื่องทักษะการเข้าสังคม แบ่งรับแบ่งสู้ รู้แพ้รู้ชนะ รับรู้และเข้าใจอารมณ์ของตัวเองและผู้อื่น รู้จักการควบคุมอารมณ์ การทำตามกฏกติกา และเพิ่มความมั่นใจในตัวเองให้ลูกได้ที่สำคัญคือ การมีเพื่อนที่ดีเพียง 2-3 คน ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนในทีมกีฬา เพื่อนในห้องเรียน หรือเพื่อนข้างบ้าน ก็ช่วยลดความเสี่ยงที่จะถูกกลั่นแกล้งให้ลูกได้3. เสริมสร้างพลังใจให้เข้มแข็งได้ดี ด้วยการออกกำลังกาย

Dr. Jeremy Sibold ศาสตราจารย์ในภาควิชาวิทยาศาสตร์การฟื้นฟูและการเคลื่อนไหวแห่งมหาวิทยาลัยเวอร์มอนต์ อธิบายว่า การกลั่นแกล้งอาจจะหนักขึ้น เมื่อลูกโตเข้าสู่วัยรุ่นสำหรับเด็กวัยอนุบาลและประถม เด็กๆ อาจถูกรังแกในห้องเรียน สนามเด็กเล่น ล้วนเป็นการกลั่นแกล้งที่เกิดขึ้นต่อหน้าแต่สามารถหลีกเลี่ยงได้ด้วยการบอกคุณพ่อคุณแม่หลังเลิกเรียน หรือบอกคุณครูให้ช่วยจัดการกับเพื่อนให้ แต่สำหรับเด็กลูกวัยรุ่น การกลั่นแกล้งรังแกมักมาในรูปแบบอื่น เช่น การกลั่นแกล้งทางโซเซียลมีเดีย ที่หลีกเลี่ยงได้ยากงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร American Academy of Child and Adolescent Psychology ระบุว่า เด็กนักเรียนที่เล่นกีฬาหรือออกกำลังกายด้วยความรู้สึกกระตือรือร้น วันละอย่างน้อย 1 ชั่วโมงหรือประมาณ 4 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ จะสามารถลดความเศร้า และลดความเสี่ยงที่จะฆ่าตัวตาย จากการถูกกลั่นแกล้งได้ถึง 23 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งแสดงให้เห็นว่า การออกกำลังกายช่วยให้จิตใจเข้มแข็งขึ้น และพร้อมที่รับมือกับทุกเรื่องราวในชีวิตที่จะเกิดขึ้นได้4. ช่วยทำให้ลูกภูมิใจในตัวเองมากขึ้น

Jim Taylor, Ph.D. ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาการกีฬาและการเลี้ยงดูบุตร จากมหาวิทยาลัยซานฟรานซิสโก ระบุว่า ยิ่งเปิดโอกาสให้ลูก เริ่มเล่นกีฬาเร็วเท่าไหร่ ยิ่งช่วยให้ลูกมีความภาคภูมิใจในตัวเองได้เร็วขึ้นเท่านั้นอาจารย์จิม เทรเลย์ ยังแนะนำว่า ควรส่งเสริมให้ลูกเล่นกีฬา แต่อย่าเพิ่งคาดหวังกับผลลัพธ์ในเชิงการแข่งขัน สำหรับเด็กที่อายุยังน้อยอาจเกิดความกดดัน กลัวความพ่ายแพ้ กลายเป็นไม่มั่นในใจตัวเอง คุณพ่อคุณแม่ต้องให้กำลังเชิงบวกกับลูกเยอะๆ เน้นไปที่ความพยายามของลูกเป็นหลัก ให้ลูกเล่นกีฬาอย่างสนุกสนาน แล้วลูกจะอยากเล่นกีฬาที่สนใจต่อไปได้เรื่อยๆเมื่อลูกรู้สึกสนุกกับการออกกำลังกายหรือเล่นกีฬามากขึ้น ก็จะเกิดเป็นภาคภูมิใจ มีความมั่นใจ และนับถือตัวเอง (Self-Esteem) กล้าที่จะเผชิญหน้ากับปัญหาต่างๆ และกล้าที่จะปฏิเสธหรือรับมือกับการกลั่นแกล้งรังแกได้ดีขึ้นวิธีกอบกู้ตัวตนเมื่อลูกถูกกลั่นแกล้งอ้างอิงsciencenordic.comthedoctorwillseeyounow.comuvm.edupsychologytoday.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...