คันทรี่ กรุ๊ป ขายทิ้งหุ้น MFC ให้ Chartered Group ไพรเวท อิควิตี้ ระดับโลก
MFC เปลี่ยนผู้ถือหุ้นใหญ่ คันทรี่ กรุ๊ป ขายยกล็อต 24.96 % ให้ “Chartered Group” ไพรเวท อิควิตี้ ระดับโลก กระทรวงคลัง ธนาคารออมสิน กอดหุ้นแน่น ยันพร้อมสนับสนุนเต็มที่ก้าวสู่บริษัทระดับโลก
ดร.ณรงค์ชัย อัครเศรณี ประธานคณะกรรมการ บลจ. เอ็มเอฟซี (MFC) เปิดเผยว่าบริษัทฯ ได้รายงานตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 24 ก.ย. 2567 ถึงการเข้าซื้อหุ้นโดย Chartered Group (โดย Opus-Chartered Issuances S.A.) จำนวน 31,357,850 หุ้น หรือ คิดเป็นสัดส่วน 24.96 % ของหุ้นที่จำหน่ายแล้วทั้งหมดของบริษัทฯ จาก บมจ. คันทรี่ กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (CGH)โดยได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)เมื่อวันที่ 17 ก.ย. ที่ผ่านมา
สำหรับผู้ถือหุ้นรายใหญ่เดิมทั้งสองราย ได้แก่ กระทรวงการคลัง และธนาคารออมสิน ยังคงถือหุ้นในสัดส่วนเดิมที่ 15.92 % และ 24.94 % ตามลำดับ
“การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้นับเป็นโอกาสสำคัญที่บริษัทฯ จะเติบโตและพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยได้รับการสนับสนุนจาก Chartered Group ซึ่งจะเสริมสร้างความแข็งแกร่งและเพิ่มขีดความสามารถในการให้บริการแก่ลูกค้าและนักลงทุนทุกกลุ่มอย่างต่อเนื่อง”
ในฐานะผู้ถือหุ้นรายใหญ่ใหม่ Chartered Groupเป็นบริษัท Private Equity ระดับโลกที่มีความเชี่ยวชาญในการลงทุน การบริหารและดำเนินธุรกิจ การเพิ่มศักยภาพและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับธุรกิจในหลากหลายอุตสาหกรรม เช่น การเงิน อสังหาริมทรัพย์และไลฟ์สไตล์ รวมถึงเทคโนโลยีขั้นสูง ซึ่งมีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารมากกว่า 11 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3.5 แสนล้านบาท) ใน 7 ประเทศทั่วโลก ได้แก่ เยอรมนี ฮ่องกง ญี่ปุ่น สิงคโปร์ อิสราเอล ลักเซมเบิร์ก และสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งประเทศไทยเป็นประเทศที่มีศักยภาพ เนื่องจากมีประชาชนให้ความสนใจด้านการเงินและการลงทุนมากขึ้น และเปิดกว้างในผลิตภัณฑ์ทางการเงินรูปแบบใหม่ ๆ จึงเป็นเหตุผลให้บริษัทระดับโลกแห่งนี้เข้ามาลงทุน
นอกจากนี้ MFC เปิดเผยว่าการเข้าซื้อหุ้นครั้งนี้ของChartered Group จะเป็นการลงทุนระยะยาวในประเทศไทย และมีความตั้งใจที่จะสนับสนุนวิสัยทัศน์ของบริษัทฯ ร่วมกับผู้ถือหุ้นรายใหญ่ เช่น กระทรวงการคลังและธนาคารออมสิน เพื่อมุ่งสู่การเป็นพันธมิตรด้านการลงทุนอันดับหนึ่ง ผ่านแนวคิดสำคัญ 4 ประการ ได้แก่
- การนำเสนอผลิตภัณฑ์การเงิน บริการการเงิน และพันธมิตรนักลงทุนที่ดีที่สุดสู่ตลาดไทย
- การร่วมมือกับผู้ถือหุ้นรายใหญ่เพื่อสร้างนวัตกรรมทางการเงินที่สร้างผลลัพธ์เชิงบวกให้แก่สังคม
- สร้างเสริมพันธมิตรด้านการบริหารทรัพย์สินส่วนบุคคลในระดับโลก
- การส่งเสริมความรู้ทางการเงินให้แก่นักลงทุนและประชาชนโดยทั่วไปให้เกิดความยั่งยืนในการสร้างผลตอบแทนในระยะยาว
นายณรงค์ชัยกล่าวอีกว่า การเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นใหญ่ครั้งนี้ถือเป็นนิมิตรหมายและโอกาสอันดีในการสร้างเสริมให้ MFC มีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น และจะทำให้บริษัทฯ สามารถพัฒนาการส่งมอบบริการที่ดียิ่งขึ้นให้แก่ลูกค้าที่ได้มอบความไว้วางใจและให้การสนับสนุนแก่บริษัทฯ มาโดยตลอด
ตลอดจนสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะยาวให้แก่นักลงทุนและผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ รวมถึงเสริมสร้างความเชื่อมั่นว่าความร่วมมือร่วมใจของผู้บริหารและพนักงานทุกฝ่ายในองค์กรจะนำพาให้การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวส่งผลดีต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกราย
MFC มีมูลค่ากิจการ (มาร์เก็ตแคป)ที่ 3,077.58 ล้านบาท ราคาหุ้นวันที่ 24 ก.ย.ที่ผ่านมาปิดที่ 24.50 บาท
ในวันดังกล่าวมีการทำบิ๊กล็อตหุ้น MFC มูลค่าสูงสุด 783.95 ล้านบาท ราคาเฉลี่ยหุ้นละ 25 บาท
ด้านผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกของปี 2567 มีรายได้รวม 659.54 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 113.50 ล้านบาท อัตรากำไรสุทธิ 17.21 %
สิ้นปี 2566 ที่ผ่านมา บลจ.เอ็มเอฟซี มีสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร ( AUM) ประมาณ 400,000 ล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นธุรกิจกองทุนรวมกว่า 200,000 ล้านบาท
📌 อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ ตลาดหุ้นทั้งไทยและเทศ ได้ที่นี่ 📌