โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ร่างแผนสกัด “ลานีญา” ข้ามปี ป้องกันน้ำท่วมซ้ำซากเมือง-พท.เกษตร

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 07 ส.ค. 2567 เวลา 11.53 น. • เผยแพร่ 08 ส.ค. 2567 เวลา 00.53 น.

กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศว่า ประเทศไทยได้เปลี่ยนเข้าสู่สภาวะ “ลานีญา” เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม และมีแนวโน้มต่อเนื่องไปจนถึงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2568 ปรากฏการณ์ดังกล่าวจะส่งผลให้มีปริมาณฝนตกหนักถึงหนักมากกระจายไปทั่วประเทศ เพิ่มเติมจากปกติที่จะมี “พายุหมุนเขตร้อน” พัดผ่านประเทศไทย ช่วงเดือนสิงหาคม-กันยายน 2567 ก่อให้เกิดร่องความกดอากาศต่ำ ซึ่งคาดว่าจะยังคงมีต่อเนื่องไปจนถึงปลายปี

โดยปริมาณฝนตกสะสมมากขึ้น ซึ่งเฉพาะ 4 เดือนของหน้าฝน (20 พ.ค.-1 ส.ค.) ปีนี้ ปริมาณน้ำฝนสะสมก็เพิ่มขึ้นถึง 15% ซึ่งทำให้เห็นว่าเกิดภาวะน้ำท่วม 37 จังหวัด เพิ่งคลี่คลายไป 25 จังหวัด ได้แก่ ลำปาง, พิษณุโลก, พิจิตร, แพร่, ตาก, ขอนแก่น, ชัยภูมิ, มหาสารคาม,จันทบุรี, ชลบุรี, ปราจีนบุรี, ระยอง, ตราด, ลพบุรี, เพชรบูรณ์, สระบุรี, พระนครศรีอยุธยา, สุพรรณบุรี, ราชบุรี, นครปฐม, กาญจนบุรี, เพชรบุรี, ระนอง, ประจวบคีรีขันธ์ และภูเก็ต

แต่ยังเหลืออีก 12 จังหวัดที่ยังประสบอุทกภัย ได้แก่ แม่ฮ่องสอน, เชียงใหม่, เชียงราย, พะเยา, น่าน, อุตรดิตถ์, ร้อยเอ็ด, กาฬสินธุ์, ยโสธร, อุบลราชธานี, ฉะเชิงเทรา และนครนายก

ด้าน นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ได้ให้ความสำคัญกับการจัดทำ แผนบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูฝน เพื่อไม่ให้กระทบต่อประชาชนและพื้นที่ภาคเกษตรกรรม อุตสาหกรรม และป้องกันสถานการณ์อุทกภัยในปี 2567 นี้ เพื่อไม่ให้ซ้ำรอยปี 2554 โดยนายกรัฐมนตรีได้เป็นประธานการประชุมการบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูฝนปี 2567

ร่วมกับ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายชูชาติ รักจิตร อธิบดีกรมชลประทาน และผู้บริหารจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กรมทรัพยากรน้ำ และสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ (องค์การมหาชน) : GISTDA เข้าร่วม

อีก 3 เดือนน้ำ 77%

ที่ประชุมได้รายงานถึงสถานการณ์น้ำฝนในปี 2567 พบว่า ขณะนี้ปริมาณน้ำฝนอยู่ที่ 56% ซึ่งมากกว่าปีที่แล้วในช่วงเดียวกันถึง 4% ทาง สทนช.คาดว่า ปริมาณน้ำฝนเดือนสิงหาคมจะเพิ่มขึ้น 1% ปริมาณน้ำสูงสุดอยู่ที่ 1,000 มิลลิเมตร มีเพียงเดือนกันยายนที่คาดว่า ปริมาณลดลง 3% แล้วหลังจากนั้นนับจากเดือนตุลาคม-ธันวาคม 2567 ปริมาณน้ำฝนจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก เกินกว่า 50% (ตามกราฟิก)

สำหรับสถานการณ์ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลาง 470 แห่ง ปัจจุบัน (1 ส.ค. 2567) มีน้ำ 40,163 ล้านลูกบาศก์เมตร (ล้าน ลบ.ม.) คิดเป็น 57% ของความจุอ่าง 70,926 ล้าน ลบ.ม. ยังรับน้ำได้อีก 30,763 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 43%

หากแยกเป็นรายภูมิภาคจะพบว่า ภาคเหนือ มีปริมาณน้ำ 11,499 ล้าน ลบ.ม. มากกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มี 10,250 ล้าน ลบ.ม. ภาคตะวันตก มีปริมาณ 19,225 ล้าน ลบ.ม. มากกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มี 17,225 ล้าน ลบ.ม. ภาคใต้ 5,049 ล้าน ลบ.ม. มากกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มี 4,928 ล้าน ลบ.ม.

ภาคตะวันออก 1,353 ล้าน ลบ.ม. มากกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน 1,056 ล้าน ลบ.ม. ภาคกลาง 540 ล้าน ลบ.ม. มากกว่าปีก่อนที่มี 369 ล้าน ลบ.ม. ส่วน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 4,774 ล้าน ลบ.ม. เป็นภาคเดียวที่มีน้ำลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มี 5,524 ล้าน ลบ.ม. ส่วนลุ่มเจ้าพระยา 4 เขื่อนหลัก มีน้ำเก็บกัก 10,643 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 43% ยังรับน้ำได้อีก 14,228 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 57%

พร้อมกันนี้ คาดการณ์ว่าปริมาณน้ำกักเก็บของประเทศไทยในอีก 3 เดือนข้างหน้า หรือ ณ วันที่ 1 พฤศจิกายน 2567 จะมีปริมาณ 54,930 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 77% แต่เมื่อเทียบปี 2566 ที่มี 56,386 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 79% เท่ากับปีนี้ยังอาจจะมีน้ำน้อยกว่าปีก่อน 1,456 ล้าน ลบ.ม.

สั่งการทุกหน่วยรับมือ

เบื้องต้นนายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ส่วนราชการที่รับผิดชอบ ดูแลเรื่องน้ำอย่างบูรณาการ พร้อมทั้งจัดทำแผนงานและโครงการที่สำคัญ ภายในกรอบระยะเวลา 3 ปี และโครงการสำคัญในระยะยาว เพื่อให้มีแหล่งน้ำเข้าถึงพื้นที่ทางการเกษตร หมู่บ้าน และป้องกันปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก

“ปัญหาน้ำถือว่าเป็นอีกหนึ่งปัญหาใหญ่ของประเทศที่ต้องเผชิญทุกปี ไม่ว่าจะเป็นน้ำท่วม ภัยแล้ง น้ำไม่ได้คุณภาพ ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลให้ความสำคัญและต้องการเร่งแก้”

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้พิจารณาให้มีการก่อสร้างโครงข่ายการบริหารจัดการน้ำและระบบกระจายน้ำเพิ่มเติม เพื่อให้การใช้งบประมาณแผ่นดินเป็นไปอย่างเหมาะสม โดยในช่วงฤดูฝนนี้มอบหมายให้ กรมชลประทาน และ GISTDA นำเสนอพื้นที่ที่เกิดน้ำท่วมซ้ำซาก พร้อมทั้งแนวทางการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น อีกทั้งได้กำชับให้กรมชลประทานบริหารจัดการน้ำอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงและคาดว่าจะเกิดน้ำท่วม ซึ่งให้ติดตามลงรายละเอียดไปจนถึงในระดับอำเภอ

เปิดแผนจัดการน้ำ 3 ปี

นายเศรษฐาระบุอีกว่า ที่ประชุมได้ติดตามร่างแผน 3 ปี ด้านทรัพยากรน้ำและโครงการสำคัญ เพื่อให้ “น้ำถึงไร่นา น้ำสะอาดทุกหมู่บ้าน แก้ปัญหาภัยพิบัติด้านน้ำ” อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ ได้แก่

1) มอบสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เร่งรัดการยกร่างแผนให้แล้วเสร็จ เพื่อเสนอต่อ ครม.ภายในเดือนสิงหาคมนี้ และให้ สทนช.รับผิดชอบในการติดตามและประเมินผลการดำเนินงานตามแผน และรายงานให้คณะรัฐมนตรีทราบเป็นระยะ

2) มอบกระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และ สทนช. บูรณาการการดำเนินงานตามแผนงานดังกล่าว เพื่อให้บรรลุผลสัมฤทธิ์ตามที่ได้ตั้งเป้าไว้

3) มอบ สทนช. ติดตามและกำกับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนดำเนินงานตามแนวทางการบริหารจัดการน้ำ และปฏิบัติงานตาม 10 มาตรการรับมือฤดูฝนอย่างเคร่งครัด นอกจากนี้ยังมอบหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหาแนวทางการดำเนินงาน ทั้งในเรื่องภารกิจการถ่ายโอนอำนาจไปสู่ท้องถิ่น และการขอใช้พื้นที่ที่เป็นที่ดินของรัฐ เพื่อลดปัญหาและอุปสรรคที่จะเกิดขึ้นต่อไปด้วย

กางแผนน้ำ 5 แสนล้าน

ด้าน ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ที่ประชุมเห็นชอบแผนบริหารจัดการน้ำระยะ 3 ปี โดยให้ สทนช.เป็นผู้รับผิดชอบและจะเสนอเข้า ครม. เพื่อขออนุมัติใช้งบประมาณ 500,000 กว่าล้านบาท เพื่อมาดำเนินการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซาก เพื่อให้เกิดประโยชน์กับประชาชนมากที่สุด โ

ดยรายละเอียดของการดำเนินการอยู่ระหว่างทำแผนและเร่งทำข้อสรุป ส่วนการป้องกันและเฝ้าระวังปัญหาน้ำท่วมที่จะเกิดขึ้น เน้นย้ำกรมชลประทานให้เตรียมความพร้อมทั้งในเรื่องเครื่องจักร เครื่องมือ เจ้าหน้าที่ ประจำจุดเสี่ยง การกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ และการติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชน

ขณะที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยได้กำชับผู้ว่าราชการทุกจังหวัดต้องตื่นตัวเตรียมพร้อมรับมือการเข้าสู่ฤดูฝน โดยเฉพาะการแจ้งเตือนภัยให้กับประชาชน หากเกิดฝนตกฉับพลันหรือน้ำไหลเข้าพื้นที่บ้านเรือนของประชาชนหรือพื้นที่ทางการเกษตรเพื่อป้องกันน้ำท่วม และเชื่อว่าหน่วยงานราชการมีแผนรองรับ และแผนในการปฏิบัติรับมือปัญหาอุทกภัยหรือน้ำท่วมอยู่แล้ว

ป้องกันน้ำท่วม

ขณะที่ นายชูชาติ รักจิตร อธิบดีกรมชลประทาน จะติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมนำข้อมูลการคาดการณ์ปริมาณฝน และปริมาณน้ำท่าจากสถานีโทรมาตรมาวิเคราะห์วางแผนการบริหารจัดการน้ำในอ่างเก็บน้ำให้อยู่ในเกณฑ์ที่กำหนด และสอดคล้องกับสถานการณ์ มีการจัดจราจรน้ำให้สอดคล้องและเชื่อมโยงกันระหว่างพื้นที่ เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำเกิดประสิทธิภาพสูงสุด

ล่าสุด กรมชลประทาน มีแนวทางการพัฒนาโครงการเพื่อป้องกันอุทกภัยในพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซาก 3 ปี (ปี 2564-2566) ทั้งลุ่มน้ำยม-น่าน ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ลุ่มน้ำชี-มูล ลุ่มน้ำบางปะกง ลุ่มน้ำภาคใต้ฝั่งตะวันออกตอนบน และลุ่มน้ำภาคใต้ฝั่งตะวันออกตอนล่าง

โดยขณะนี้มีโครงการที่อยู่ระหว่างเร่งรัดงานก่อสร้างให้แล้วเสร็จตามแผนงาน จำนวน 3 โครงการ โครงการที่สามารถเริ่มก่อสร้างได้ภายในปี 2569 จำนวน 5 โครงการ และโครงการที่อยู่ระหว่างการติดตามเร่งรัดกระบวนการศึกษา จำนวน 2 โครงการ

พร้อมกันนี้ จะนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ในการติดตามสถานการณ์น้ำท่ารายชั่วโมง เพื่อให้สามารถแจ้งเตือนสถานการณ์น้ำได้อย่างทันต่อเหตุการณ์ มีการกำหนดพื้นที่เสี่ยงอุทกภัย จัดเตรียมเครื่องจักร เครื่องมือ

อาทิ เครื่องสูบน้ำ เครื่องผลักดันน้ำ เครื่องจักรสนับสนุนอื่น ๆ รวมทั้งเจ้าหน้าที่ประจำพื้นที่เสี่ยง ที่พร้อมจะเข้าไปช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันที ตลอดจนบูรณาการร่วมกับจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนถึงสถานการณ์น้ำให้ประชาชนได้รับทราบอย่างต่อเนื่อง

และที่สำคัญ ได้เน้นย้ำให้ทุกโครงการชลประทานปฏิบัติตาม 10 มาตรการรองรับฤดูฝนปี 2567 ที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบอย่างเคร่งครัด เพื่อให้สามารถป้องกันและบรรเทาปัญหาที่จะเกิดกับประชาชนให้ได้มากที่สุด

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ร่างแผนสกัด “ลานีญา” ข้ามปี ป้องกันน้ำท่วมซ้ำซากเมือง-พท.เกษตร

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...