โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชาวเลบานอนกังวลเรื่องอุปกรณ์ใช้แบตเตอรี่หลังเกิดระเบิด

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 19 ก.ย 2567 เวลา 11.58 น. • เผยแพร่ 19 ก.ย 2567 เวลา 03.59 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

เบรุต 19 ก.ย.- ชาวเลบานอนกังวลเรื่องการใช้อุปกรณ์ที่ต้องใช้แบตเตอรี่ หลังเกิดเหตุเพจเจอร์ระเบิดทั่วประเทศ และเหตุวิทยุสื่อสารวอล์กกี้ทอล์กกี้ระเบิดในวันถัดมา

สถานการณ์ในเลบานอนขณะนี้เกิดความระส่ำระสายไปทั่ว หลังเกิดเหตุการณ์เพจเจอร์ระเบิดทั่วประเทศเมื่อวันอังคาร ตามด้วยเหตุวิทยุสื่อสารวอล์กกี้ทอล์กกี้ระเบิดในวันพุธ ทั้งสองเหตุการณ์มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก ทำให้หลายคนมีความกังวลเรื่องการใช้งานอุปกรณ์ที่ต้องใช้แบตเตอรี่ เช่น อุปกรณ์สื่อสาร และแผงรับพลังงานแสงอาทิตย์หรือโซลาร์เซลส์

เจ้าของร้านจำหน่ายอุปกรณ์สื่อสารแห่งหนึ่งเผยว่า แม้เชื่อว่าสินค้าที่นำมาจำหน่ายมีความปลอดภัย 100 เปอร์เซ็นต์ แต่ก็ตัดสินใจขนย้ายสินค้าเหล่านี้ออกไปจากร้านก่อนเพื่อความสบายใจ เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเลบานอนไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในโลก ขณะที่บางคนเผยว่า มีข่าวลือแพร่สะพัดเกี่ยวกับความปลอดภัยของแบตเตอรี่ลิเธียมและแผงโซลาร์เซลส์ตามบ้านเรือน

ระเบิดในเลบานอนเมื่อวันพุธ

กระทรวงสาธารณสุขเลบานอนแจ้งว่า เหตุระเบิดเมื่อวันพุธทำให้มีผู้เสียชีวิต 20 คน และได้รับบาดเจ็บ 450 คน ส่วนเหตุระเบิดเมื่อวันอังคารมีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็น 12 คน ในจำนวนนี้เป็นเด็ก 2 คน และมีผู้ได้รับบาดเจ็บเกือบ 3,000 คน (อ่านเพิ่มเติม https://tna.mcot.net/world-1421268 และ https://tna.mcot.net/world-1421723)

แหล่งข่าวด้านความมั่นคงยืนยันว่า วิทยุสื่อสารที่ระเบิด กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอนซื้อเมื่อ 5 เดือนก่อน ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่ซื้อเพจเจอร์ที่ระเบิด ขณะที่แหล่งข่าวความมั่นคงของเลบานอนระบุว่า มอสซาดที่เป็นหน่วยข่าวกรองของอิสราเอลฝังระเบิดไว้ในเพจเจอร์ที่ฮิซบอลเลาะห์นำเข้ามาเมื่อหลายเดือนก่อน.-816(814).-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...