เบื้องหลัง ความงามถนนขึ้นดอยสกาด จากไม่มีใครแยแส กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวชั้นนำ
ปลัด อบต.เล่าเบื้องหลัง ความงามถนนขึ้นดอยสกาด กับความลำบากของ ขรก.เล็กๆ ที่พยายามของบทำถนนที่ไกลปืนเที่ยง ถูกอ้างไม่คุ้มค่าการลงทุน จนต้องแจ้งนักข่าว ถึงถูกมองเห็น แต่สุดท้ายต้องคืนเงินให้จังหวัด เพราะไม่มีงบซ่อม
นายวัชรชัย (สงวนนามสกุล) ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) แห่งหนึ่ง ได้โพสต์เฟซบุ๊ก ภายหลัง เห็นภาพที่แชร์กันในโซเชียล ของหญิง 2 คน ที่ขี่รถจักรยานยนต์ขึ้นไปบนดอย โดยต้องใช้ถนนที่เต็มไปด้วยดินโคลน ทำให้เกิดความยากลำบาก และทุลักทุเลอย่างยิ่งกว่าที่จะเดินทางขึ้นไปถึงจุดหมายได้
จึงขออนุญาตใช้ภาพดังกล่าว (ไม่ทราบสถานที่แน่ชัด) อยากจะถ่ายทอดความยากลำบาก ของข้าราชการตัวน้อยๆ คนหนึ่ง ซึ่งอยู่ในพื้นที่ทุรกันดาร ห่างไกล โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ห่างไกลจากสายตาผู้หลักผู้ใหญ่
โดยนายวัชรชัยกล่าวว่า ขอบคุณเจ้าของภาพชุดนี้ ทำให้ผมหวนคิดถึง ต.สกาดในอดีต เส้นทางขึ้นแบบนี้เลย เคยล้มแบบนี้ด้วย สนุกนะชีวิตในตอนนั้น มีอะไรทำมากมาย ท้าทายไปหมด
ปฐมบท ที่ได้ขึ้นดอยทำงานที่สกาด มาจากคำพูดตนเองที่ประกาศในการพูดสุนทรพจน์ ในการเรียนวิทยาลัยปกครอง เมื่อปี 2541 ว่า“ที่ไหนกันดาร แร้นแค้น ไม่มีใครอยากอยู่ บอกผมมา ผมจะไปอยู่”
จากนั้นก็มี ปี 2543 ก็มีเพื่อนปลัดร่วมรุ่นโทรศัพท์มาบอกว่า มีที่หนึ่ง ไม่มีปลัด ไม่มีใครอยากไปอยู่ เพราะกันดาร อยู่บนดอย ถนนเข้าพื้นที่ก็เป็นทางดิน กันดาร ขึ้นไปลำบาก ไฟฟ้ามีไม่ทั่วถึง ไม่มีโทรศัพท์ สื่อสารได้ผ่านวิทยุเท่านั้นจะมาไหม ด้วยความที่เราเองก็อยากเข้าไปพัฒนาบนดอยมาตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัย ที่มีโอกาสได้ออกค่ายสร้างโรงเรียนบนดอยบ้านหนองแขม ที่เชียงดาว เมื่อปลายปี 33 เป็นเบื้องต้น
หลังจากนั้นก็ได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ในการออกค่ายสร้างอาคารโรงเรียนในหลายๆ จังหวัด ในฐานะสมาชิกค่ายอาสา/ประธานค่ายอาสาราม-ยอดดอย ไม่ว่าจะเป็นอาคารศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านทุ่งหนอง ตำบลสระเชียงม่วน พะเยา/อาคารอเนกประสงค์ที่อาศรมพระธรรมจาริกดอยมูเซอ ตาก และกิจกรรมเกี่ยวกับการออกค่ายอื่นๆ อีกมากมาย
เมื่อตนเองได้มาทำหน้าที่ปลัดที่มีหน้าที่พัฒนา จากคำบอกเล่าถึงที่แห่งนี้ เป็นโจทย์ที่ท้าทายสำหรับคนในวัยฉกรรจ์ขณะนั้นมาก จึงเริ่มประสานงานขอย้ายมาอยู่ ส่งจดหมายแสดงความประสงค์มาเมื่อเดือนมีนาคม ปี 2544 แต่เงียบกริบ จนต้องขับรถจากสกลมาตามหนังสือ ในเดือนพฤษภาคม
แต่ก็ขึ้นดอยไม่ได้เพราะทางเละแบบในภาพนี้แหละ แต่มีความชันมากกว่า
กลับไปตั้งหลักแล้วกลับมาใหม่ ในต้นเดือนตุลาคมจนสามารถขึ้นพื้นที่ได้ เจอสำนักงานเล็กๆ เก่าๆ มีส้วมอยู่หน้าประตู สนง.มีเล้าไก่อยู่ใต้ถุนอาคารที่ปลูกสร้างลาดลงตามเชิงเขา ก็แปลกดีในตอนนั้น อยู่หน้าโรงเรียนสกาดใต้ มีพนักงานอยู่ 4-5 คน มีน้องนึก หัวหน้าโยธา น้องนิดหัวหน้าคลัง น้องตี้ ลูกจ้างธุรการ พี่ยู ภารโรง ไม่แน่ใจน้องเอ็ม ลูกจ้างการเงินว่า มีก่อนเรามารึจ้างหลังตนเองมา แล้วมานั่งพิมพ์เอกสารตอบรับการโอนย้ายตัวเอง เพื่อให้ประธานกรรมการลงนามเพื่อถือกลับไปทำเรื่อง
แต่ด้วยความไม่เข้าใจสภาพถนนบนดอยเลยขับรถไปติดหล่มที่ป่าช้าท้ายหมู่บ้านเพราะคิดว่าถนนจะเหมือนพื้นราบที่สามารถวนหากันได้หมด ลำบากที่ต้องเกณฑ์ชาวบ้านสกาดใต้จำนวนมาก มาช่วยกันใช้เชือกชักเย่อมาลากมาเข็นรถขึ้นดอยจากป่าช้ามาได้ นั่นเป็นความประทับใจครั้งแรกที่เจอ
จน 15 ธ.ค.จึงได้ย้ายมาทำหน้าที่ และเริ่มการพัฒนาตำบลสกาด เบื้องต้น จากความคับแค้นใจ ที่สภาพถนนที่มันยากลำบาก และกระทบเรื่องชีวิตและความเป็นอยู่ประชาชนเป็นอันมาก ผมและทีมงาน อบต.สกาดได้ทำหนังสือเพื่อร้องของบประมาณไปยังจังหวัด หลายรอบ ก็เงียบกริบ ไม่มีใครแยแส ไปตามเรื่องก็อ้างว่า ไม่ใช่พื้นที่เศรษฐกิจ ไม่คุ้มค่าในการลงทุน ไปขอพบ ส.ส.ในขณะนั้นได้ยื่นหนังสือก็ได้แต่คำรับปากแบบลอยๆ ไม่มีผลอะไร ไปโยธาธิการ ก็อ้างว่าจะเอาเข้าแผนให้ พูดง่ายๆ หมดหวัง ส่งหนังสือร้องเรียนถึงสำนักนายกรัฐมนตรีไป ก็แค่ให้อำเภอมาสอบถามแล้วก็เงียบ
จนวันหนึ่งได้ดูรายการช่อง 5 อาสาคลายทุกข์ ในรายการเขาแจ้งเบอร์โทรศัพท์ให้ร้องทุกข์ได้ ผมก็โทรศัพท์ไปยังรายการ ได้ประสานนักข่าว เพื่อให้มาทำข่าว จนสุดท้ายเขายอมมาทำข่าว จึงนัดวันเวลากัน มีประสานชาวบ้านมายังจุดเละๆ ใกล้หมู่บ้านเพื่อความสะดวก เอารถรับส่งนักเรียน เกณฑ์นักเรียน มาจัดภาพให้เด็กในชุดนักเรียนเข็นรถที่ติดหล่ม ตอนนั้นต้องทำทุกอย่างจะว่าเราเจ้าเล่ห์ก็ได้ แต่ตอนนั้นมันต้องทำเพื่อให้สังคมเห็นภาพความลำบากของคนในพื้นที่
แต่เชื่อไหมว่า มันได้ผลมากเลย คุ้มค่า เพราะหลังจาก ช่อง 5 ออกข่าวไป ทั้ง ผวจ./โยธาธิการจังหวัดได้ประสานมาเองเลย ขึ้นมาพบบนดอย และแล้ว หนังสือแจ้งจัดสรรงบประมาณในการทำถนนก้อนแรก จำนวน 18 ล้านก็ได้รับการจัดสรรมายัง อบต.สกาด เพื่อทำถนนลาดยางขึ้นดอยก็มา
แต่ก็นะ ระหว่างเราเตรียมที่จะจ้างออกแบบเพื่อเป็นต้นทางของการประกวดราคาก็ได้รับการประสานงานมาว่า ทางจังหวัดให้ อบต.ทำหนังสือส่งงบนี้คืน เพราะว่า อบต.มีพนักงานน้อย และอาจไม่มีความสามารถเพียงพอในการทำงานนี้ได้ แต่เราเองก็ทราบมาว่า จะมีงบก้อนที่ 2 หลังจากนี้อีก 30 ล้าน
แต่เมื่อเราพูดคุยกันกับนายช่างคนเดียวในองค์กร ที่เป็นวิศวกรด้วย มีข้อสรุปว่า เราคืนเขาไปเถอะ เพราะตอนนั้นห่วงว่า ในขณะนั้น อบต.มีงบน้อย หากสร้างเสร็จหากชำรุดเสียหายและพื้นที่มีดินสไลด์ดินถล่มเป็นประจำ เราจะไม่มีปัญญาดูแล จึงได้ทำหนังสือคืนงบคืนให้จังหวัดไป นั่นเป็นเรื่องราวของถนนเส้นแรกเส้นเดียวของตำบลสกาด ที่ได้รับความร่วมแรงร่วมใจจากหลายฝ่ายผลักดันขึ้นมา ไม่ใช่จากผมคนเดียวหรอกครับ
จริงๆ แล้วความตั้งใจของผมคือ จะอยู่พัฒนาตำบลสกาดแค่ 2 ปี หรือสร้างถนนเสร็จแล้วจะย้ายไปต่อที่เชียงราย แต่กลับกลายว่าต้องอยู่พัฒนาที่นั่นจนเกือบสิบปี
สำหรับเรื่องเล่าของสกาด เรื่องความน่ารักของผู้คนที่นั่น เรื่องความสุข ความทุกข์มีมากมาย แล้วจะทยอยเล่าให้ฟังภายหลัง กว่าจะมาเป็นสกาดที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตในปัจจุบัน ต้องฝ่าฟันอะไรมาบ้าง
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เบื้องหลัง ความงามถนนขึ้นดอยสกาด จากไม่มีใครแยแส กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวชั้นนำ
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th