โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ยอดปรับโครงสร้างหนี้เพิ่มขึ้นกว่าช่วงโควิด เพราะเศรษฐกิจไม่ฟื้นตามคาด

TODAY Bizview

อัพเดต 29 ส.ค. 2567 เวลา 22.31 น. • เผยแพร่ 29 ส.ค. 2567 เวลา 15.31 น. • workpointTODAY

‘กรุงศรี คอนซูมเมอร์’ แชร์อินไซต์ล่าสุด โดยพบว่า จำนวนลูกค้าที่ต้องปรับโครงสร้างหนี้ตอนนี้ เพิ่มสูงกว่าช่วงโควิด-19 ซะอีก ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเศรษฐกิจไทยไม่ได้ฟื้นตัวตามคาด ลูกหนี้หลายกลุ่มไปต่อไม่ไหว

วันนี้ (29 ส.ค. 2567) ‘คุณอาร์ต-อธิศ รุจิรวัฒน์’ ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านกรุงศรี คอนซูมเมอร์ รักษาการกรรมการผู้จัดการ บริษัท เจเนอรัล คาร์ด เซอร์วิสเซส จำกัด และประธานชมรมธุรกิจบัตรเครดิต สมาคมธนาคารไทย เล่าถึงการปรับโครงสร้างหนี้ของธนาคารฯ ในตอนนี้ที่เพิ่มขึ้นสูงกว่าช่วงโควิด-19

โดยบอกว่า การปรับโครงสร้างหนี้ที่เห็นว่าเพิ่มขึ้นเยอะ (เห็นสัญญาณมาตั้งแต่ต้นปี) นอกจากจะเพิ่มขึ้นเพราะธนาคารฯ ต้องการช่วยลูกค้าตามนโยบายของแบงก์ชาติแล้ว ยังเพิ่มขึ้นจากการสื่อสารที่มากขึ้นด้วย เพราะที่ผ่านมาธนาคารฯ มีโปรแกรมให้บริการ แต่ลูกค้าไม่ค่อยรู้

แต่ยังไงก็ต้องยอมรับว่า อีกสาเหตุหนึ่งมาจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่มันไม่ได้ดีตามที่ใครๆ คาดหวัง ตัวชี้วัดต่างๆ ก็สะท้อนว่า การฟื้นของเศรษฐกิจไทยตัวมันช้ากว่าที่เราคาดหวังเอาไว้

ส่วนกลุ่มลูกค้าที่เข้ามาปรับโครงสร้างหนี้ก็มีผสมๆ กันไป มีลูกค้าหลายกลุ่มที่ไปต่อไม่ไหว ไม่ใช่ว่าเป็นกลุ่มที่รายได้ต่ำกว่า 30,000 บาทเท่านั้น

เมื่อถามว่าสถานการณ์เศรษฐกิจแบบนี้จะทำให้แบงก์เข้มการปล่อยสินเชื่อเพิ่มขึ้นมั้ย คุณอาร์ตตอบว่า ที่ผ่านมาก็เข้มงวดมาโดยตลอด และขออวดเล็กๆ ว่า กรุงศรี คอนซูมเมอร์ ถือเป็นบริษัทที่ปล่อยสินเชื่ออย่างมีความรับผิดชอบ เป็นที่มาว่าทำไมตัวเลขหนี้เสีย (NPL) ถึงต่ำกว่าตลาด

* NPL บัตรเครดิตของกรุงศรี คอนซูมเมอร์ อยู่ที่ 1.4% เทียบกับตลาดอยู่ที่ 2.9% ส่วน NPL สินเชื่อส่วนบุคคลของกรุงศรี คอนซูมเมอร์ อยู่ที่ 2.6% ตลาดอยู่ที่ 4.1%

ถึงจะไม่ได้เข้มงวดมากขึ้น แต่ยอดอนุมัติสินเชื่อ (Approval Rate) ของบริษัทปีนี้ก็ลดลงไปเหมือนกัน ถึงจะแค่ 1-2% เมื่อเทียบกับปลายปีก่อน โดยยอดอนุมัติบัตรเครดิตอยู่ที่ 40% ส่วนยอดอนุมัติสินเชื่อส่วนบุคคลอยู่ที่ 30%

พอถามถึงหนี้เสีย คุณอาร์ตประเมินว่า สิ้นปีน่าจะเพิ่มขึ้น หลังมาตรการช่วยลดขั้นต่ำบัตรเครดิต (มาตรการ Min Pay) จบลง (ปกติเก็บที่ 10% ลดลงเหลือ 5% ช่วงโควิด ตอนนี้ขยับกลับมาเก็บที่ 8%) โดยเห็นสัญญาณมาตั้งแต่กลางปี แต่คิดว่ายังอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ และท้ายสุดลูกค้าน่าจะปรับตัวได้

ส่วนถ้าให้ตอบในฐานะประธานชมรมธุรกิจบัตรเครดิตฯ ต้องบอกว่า ในส่วนของผู้ประกอบการ มีบางรายที่คิดว่า ถ้าลดขั้นต่ำต่อไปก็ดี แต่ก็มีบางรายเหมือนกันที่อยากให้คงไว้ที่ 8%

‘พอลดแล้วเวลาปรับขึ้นมันก็ไม่สวยทั้งนั้น ตอนลดก็เฮ แต่ตอนขึ้นก็เจ็บ แต่ส่วนตัวคิดว่า ถ้าลดอีกรอบแล้วไปขึ้นในอนาคต ก็จะเกิดวัฏจักรแบบนี้อีก’

ป.ล. การปรับโครงสร้างหนี้แบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ 1. การปรับปรุงโครงสร้างหนี้ (Debt Restructuring: DR) ซึ่งทำก่อนเป็นหนี้เสีย และ 2. การปรับปรุงโครงสร้างหนี้ที่มีปัญหา (Troubled Debt Restructuring: TDR) ซึ่งทำหลังเป็นหนี้เสีย

แต่ไม่ว่าจะปรับโครงสร้างหนี้แบบไหน แบงก์ก็ต้องตั้งสำรองเพิ่มอยู่ดี…

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...