“PRINCIPAL VNEQ-A” ลุย “หุ้นเวียดนาม” ดาวเด่นแห่งเอเชีย... ตอบโจทย์ความมั่งคั่งระยะยาว !!!
กองทุนติดดาว: กลับมาอีกครั้งกับคอลัมน์ประจำสัปดาห์อย่าง “กองทุนติดดาว” กองทุนที่ได้เรทติ้ง “Morningstar 5 ดาว” จัดเป็นกองทุนหัวกะทิที่มี ‘ผลตอบแทนปรับด้วยความเสี่ยง’(Risk-adjusted returns)ดีสุด 10% แรกของกลุ่ม ตามสูตรลับเฉพาะของคนกลางอย่าง “Morningstar” ซึ่งเป็นองค์กรที่จัดอันดับกองทุนรวมที่ได้รับการยอมรับจากนักลงทุนทั่วโลก
ครั้งนี้เป็นกองทุนในกลุ่ม “Vietnam Equity” ที่มีจุดเด่นเน้นลงทุนใน “หุ้นเวียดนาม” หรือมีธุรกิจหลักในเวียดนามที่มีศักยภาพในการเติบโตในอนาคต
“หุ้นเวียดนาม” ปีนี้บวกมาแล้วกว่า +16% ช่วงที่เหลือยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง ด้วยปัจจัยสนับสนุนการขยายตัวของเศรษฐกิจจากทั้งในและต่างประเทศ การเมืองที่มีเสถียรภาพ และผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนที่ดีขึ้นต่อเนื่อง
โดยคาดการณ์ว่า “กำไรต่อหุ้น” (EPS) ของตลาดหุ้นเวียดนามในอีก 12 เดือน และ 24 เดือนข้างหน้านับตั้งแต่เดือน ก.ค. 24 จะโตได้กว่า 30% และ 20% ตามลำดับ
ในขณะที่ “ราคายังถูก” มี Forward P/E เฉลี่ย 12 เดือนอยู่ในระดับไม่สูงมากประมาณ 13 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปี ประมาณ -0.5 SD จึงเป็นจังหวะที่ดีในการทยอยสะสมเพิ่มได้สำหรับนักลงทุนระยะกลางและยาว
วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthy Thai’ มี “กองทุนหุ้นเวียดนาม” ที่น่าสนใจ ดีกรี “กองทุน 5 ดาว” จากทาง “Morningstar”** มาฝากกัน
“PRINCIPAL VNEQ-A” ตอบโจทย์ความมั่งคั่งระยะยาวด้วย “หุ้นเวียดนาม”
สำหรับกองทุนรวมที่คัดมาแนะนำกันในครั้งนี้ มีชื่อว่า “PRINCIPAL VNEQ-A: กองทุนเปิดพรินซิเพิล เวียดนาม อิควิตี้ ชนิดสะสมมูลค่า” บริหารจัดการโดย ‘บลจ.พรินซิเพิล’ มีความเสี่ยง “ระดับ 6” (เสี่ยงสูง) ก่อตั้งเมื่อวันที่ 16 ต.ค. 2560 มีนโยบายลงทุน “หุ้นเวียดนาม” หรือมีธุรกิจหลักในเวียดนามที่มีศักยภาพในการเติบโตในอนาคต
“โดยเป็นการลงทุนโดยตรงด้วย ‘ทีมงานผู้จัดการกองทุนไทย’ ที่เข้าไปเลือกหุ้นเอง ผ่านกระบวนการลงทุนที่เข้มข้นของ บลจ.พรินซิเพิล มีการ Company Visit ทุกบริษัทที่ลงทุนเหมือนที่ลงทุนในหุ้นไทย มีการแชร์ข้อมูลและมุมมองในกลุ่มพรินซิเพิลเพื่อให้ได้มุมมองที่ครบถ้วนมากยิ่งขึ้นด้วย”
หน้าตาพอร์ต…สไตล์ “หุ้นใหญ่” ที่เป็นส่วนผสมระหว่าง “หุ้นเติบโต” และ “หุ้นคุณค่า”
จากนโยบายลงทุนทำให้หน้าตาหุ้นในพอร์ตของกอง ‘PRINCIPAL VNEQ-A’ มีบุคลิกของหุ้นสไตล์ “หุ้นใหญ่” ที่เป็นส่วนผสมระหว่าง“หุ้นเติบโต” (Growth) และ “หุ้นคุณค่า” (Value) เป็นสำคัญ
สำหรับหน้าตาพอร์ต (ณ วันที่ 31 ก.ค. 24) นั้น พบว่า 5 กลุ่มอุตสาหกรรมที่ลงทุนมากสุด ประกอบไปด้วย
ธนาคาร 68%
เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร 22%
บริการรับเหมาก่อสร้าง 18%
เครื่องใช้ไฟฟ้าและคอมพิวเตอร์ 16%
อาหารและเครื่องดื่ม 81%
“โดยหุ้นที่ลงทุนมากสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ FPT CORPORATION, MOBILE WORLD INVESTMENT CORP, Housing Development Bank, MILITARY COMMERCIAL JOINT STOCK BANK และ HOA PHAT GROUP JSC ตามลำดับ”
“ด้านผลการดำเนินงานของกองทุน ‘PRINCIPAL VNEQ-A’ ตั้งแต่จัดตั้งกองทุน (ข้อมูล ณ วันที่ 31 ก.ค. 24) เฉลี่ยอยู่ที่ 4.66%ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 4.41% ต่อปี) ขณะที่ความผันผวนของผลการดำเนินงานเฉลี่ยอยู่ที่ 20.28% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 22.28% ต่อปี) อย่างไรก็ดีในช่วง 5 ปีย้อนหลังกองทุนเคยมีผลขาดทุนสูงสุด (Maximum Drawdown) อยู่ที่ -43.72%”
เงินลงทุนขั้นต่ำ “ครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” เพียง 1,000 บาท เท่านั้น
สำหรับนักลงทุนที่สนใจการลงทุนในกองทุนดังกล่าว สามารถลงทุนได้ด้วยเงิน 1,000 บาท ตามข้อกำหนดเงื่อนไขหรือมูลค่าขั้นต่ำของ “การซื้อครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” ส่วนมูลค่าขั้นต่ำของการขายคืนและยอดคงเหลือขั้นต่ำทำได้โดยไม่มีข้อกำหนด สำหรับระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืนคือ 5 วันทำการหลังจากวันทำรายการขายคืน (T+5)
ทั้งนี้ ช่องทางการซื้อขายสามารถทำได้ผ่านรูปแบบออฟไลน์อย่าง ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จํากัด (มหาชน) และผู้สนับสนุนการขายและรับซื้อคืนอื่นที่บริษัทได้แต่งตั้งขึ้น ส่วนช่องทางออนไลน์สามารถเปิดบัญชีและซื้อขายได้ผ่านแอพพลิเคชั่นอย่าง Principal TH
ใครที่มองหาโอกาสลงทุนในตลาดที่มีศักยภาพ มีโอกาสเติบโตตามเศรษฐกิจของประเทศในระยะกลาง-ยาว เชื่อว่า “หุ้นเวียดนาม” จะเป็นหนึ่งในทางเลือกที่สามารถกระจายการลงทุนไปได้ สำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูง ในอนาคตหาก “ตลาดหุ้นเวียดนาม” ได้รับการเลื่อนชั้นจาก “ตลาดชายขอบ” (Frontier Market) สู่ “ตลาดเกิดใหม่” (Emerging Market) จะมีเม็ดเงินลงทุนไหลเข้ามาอีกมากเลยทีเดียว แต่ต้องไม่ลืมว่า…“ความผันผวนระยะสั้น” ยังคงมีอยู่ซึ่งถือเป็นหนึ่งในบุคลิกของตลาดหุ้นเวียดนามนี้
ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน