โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

หลักฐานแน่น! เอาผิดบิ๊กไบค์ 'แก๊งบัลลังก์น้ำแข็ง' โชว์เก๋ายกล้อหน้าอุโมงค์หัวหิน

MATICHON ONLINE

อัพเดต 11 ก.ย 2567 เวลา 14.39 น. • เผยแพร่ 11 ก.ย 2567 เวลา 13.32 น.

หลักฐานแน่น! เอาผิดบิ๊กไบค์ ‘แก๊งบัลลังก์น้ำแข็ง’ โชว์เก๋ายกล้อหน้าอุโมงค์หัวหิน

เมื่อวันที่ 11 กันยายน ที่กองบัญชาตำรวจภูธรภาค 7 (บช.ภ.7) พล.ต.ท.นัยวัฒน์ ผะเดิมชิต ผบช.ภ.7 เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจาก สภ.ชะอำ จากกรณีที่ปรากฏในข่าวสื่อสังคมออนไลน์ กรณีมีกลุ่มรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ขับขี่ในลักษณะประมาทหวาดเสียว (ยกล้อหน้า) บนถนนเพชรเกษม บริเวณอุโมงค์สนามบินเขตติดต่อหัวหิน ตามที่ปรากฏตามสื่อ โดยเนื้อหาข่าว แจ้งว่าเป็นการก่อเหตุเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2567 เวลาประมาณ 21.00 น. โดยเป็นการกระทำของกลุ่มบัลลังก์น้ำแข็ง ซึ่งเป็นกลุ่มอยู่ที่ จ.ราชบุรี

พล.ต.ท.นัยวัฒน์กล่าวว่า กรณีดังกล่าวได้สั่งการกำชับให้ตรวจสอบและดำเนินการสืบสวนเพื่อเร่งรัดให้นำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมาย จนทราบว่ากลุ่มดังกล่าว มีเพจเฟซบุ๊ก ชื่อ BearBike CorpOrate (บัลลังก์น้ำแข็ง) เชื่อว่ามี นายยศภัทร (สงวนนามสกุล) หรือ เฟิร์ส อายุ 32 ปี ชาว ต.ปากเพรียว อ.เมือง จ.สระบุรี เป็นหัวหน้ากลุ่ม สืบสวนต่อจนทราบว่า นายยศภัทรมีอาชีพพนักงานบริษัทแห่งหนึ่งในจังหวัดราชบุรี และภรรยามีธุรกิจทำโรงน้ำแข็งอยู่ในพื้นที่ ต.ดอนตะโก อ.เมือง จ.ราชบุรี จนกระทั่งสามารถนัดหมายและพบตัวนายยศภัทรได้

โดยเมื่อวันที่ 9 กันยายนที่ผ่านมา พ.ต.ท.จักรพัฒน์ จันทร์เที่ยง รอง ผกก.ป.สภ.ชะอำ และ พ.ต.ท.สยุมภู สิทธิกุล สว.สส.สภ.ชะอำ ได้นัดหมายและเดินทางไปพบตัวนายยศภัทรที่พื้นที่ อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี เพื่อหาข้อมูลและพิสูจน์ทราบข้อเท็จจริง เพื่อดำเนินการนำตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินการตามกฎหมาย จนทราบว่ากลุ่มดังกล่าวชื่อกลุ่ม บัลลังก์น้ำแข็ง และมีนายยศภัทรเป็นหัวหน้ากลุ่ม มีสมาชิกในกลุ่มประมาณ 20-30 คน มีเพจเฟซบุ๊กของกลุ่มชื่อ ‘BearBike CorpOrate’ โดยกลุ่มนี้ได้แยกตัวออกมาจากกลุ่มเดิมคือกลุ่ม ‘สายบันเทิง โซนราชบุรี’ เนื่องจากมีความขัดแย้งกันเรื่องตัวบุคคลภายในกลุ่ม

พล.ต.ท.นัยวัฒน์ยังได้เปิดเผยอีกว่า กลุ่มดังกล่าวจะมีการนัดหมายสมาชิกภายในกลุ่ม โดยวิธีการนัดหมายผ่านทางเพจเฟซบุ๊กของกลุ่ม โดยจะนัดหมายกันประมาณเดือนละ 1 ครั้ง เพื่อออกทริปท่องเที่ยวพักผ่อนต่างจังหวัด โดยในครั้งนี้ได้นัดหมายรวมตัวกันที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ในวันที่ 1 กันยายน 2567 ที่อุทยานราชภักดิ์ เวลา 15.00 น. การเดินทางมาของกลุ่มส่วนใหญ่จะเดินทางมาจาก จ.ราชบุรี ในช่วงค่ำของวันที่ 31 สิงหาคม 2567 ประมาณ 10 กว่าคัน และมีการนัดหมายเพิ่มเติมกันว่าจะแวะถ่ายรูปกันที่อุโมงค์สนามบินหัวหิน ซึ่งอยู่ในพื้นที่ อ.ชะอำ ก่อนออกทริป จากนั้นจะเข้าไปพบปะสังสรรค์ และพักผ่อนที่พูลวิลล่า และโรงแรมในพื้นที่ อ.หัวหิน

พร้อมทั้งยังตรวจพบหลักฐาน ภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวในพื้นที่อุโมงค์สนามบิน ข้อเท็จจริงเป็นภาพเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2567 เวลาประมาณ 23.00 น. (ตามสื่อแจ้งว่าเป็นวันที่ 1 ก.ย.57 เวลา 21.00 น.) ระหว่างที่มีการรวมกลุ่มเพื่อถ่ายรูปได้มีนายดัง (นามสมมุติ) ขับขี่รถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์เข้ามาในอุโมงค์และยกล้อจำนวน 1 รอบ ภาพเคลื่อนไหวที่ปรากฏ เป็นภาพที่สมาชิกในกลุ่มถ่ายไว้ โดยไม่มีการรู้เห็นหรือสนับสนุนการกระทำดังกล่าวแต่อย่างใด ในเบื้องต้นยังไม่ทราบชื่อสกุลจริงนายดัง ทราบเพียงว่ามีการติดต่อและพูดคุยกันผ่านทางข้อความ เมสเซนเจอร์ ซึ่งในภายหลังในดังได้มีการปิดเฟซบุ๊ก ของตนเองแล้ว นายดังมาร่วมขับขี่และออกทริปกับกลุ่มประมาณ 3 ครั้ง โดยนายดังยังคงอยู่ในกลุ่ม ‘สายบันเทิง โซนราชบุรี’ อีกกลุ่มหนึ่งด้วย ตามที่เรียนข้างต้นว่าเป็นกลุ่มเดิมก่อนแยกกลุ่มออกมาเรื่องความขัดแย้งกันเรื่องตัวบุคคล

จากสืบสวนทราบยังพบว่าก่อนมีการลงข่าวในสื่อสำนักหนึ่ง ได้มีการโพสต์ภาพเคลื่อนไหวในกลุ่มเพจเฟซบุ๊ก ‘หมาขับรถ’ เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2567 เชื่อว่าเป็นภาพที่ได้มาจากการโพสต์ของสมาชิกในกลุ่ม บัลลังก์น้ำแข็ง ซึ่งโพสต์ในสตอรี่เฟซบุ๊กของตนเองที่ถ่ายเก็บไว้ในวันเวลาที่เกิดเหตุ ซึ่งมีผู้พบเห็นและนำไปโพสต์ในกลุ่มดังกล่าว รวมถึงการให้ข้อมูลรายละเอียดของกลุ่ม วันเวลาที่อ้างว่าเกิดเหตุ รวมถึงภาพเคลื่อนไหวการยกล้อในสถานที่อื่น ที่ปรากฏข้อมูลตามข่าวสื่อช่องดังกล่าว น่าจะมาจากบุคคลอื่นหรือกลุ่มอื่นที่ไม่ใช่กลุ่มบัลลังก์น้ำแข็ง

โดยกลุ่มนี้ได้มีการนัดหมายนายยศภัทร หัวหน้ากลุ่ม บุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องที่อยู่ในเหตุการณ์วันเกิดเหตุ รวมถึงให้มีการนัดตัวนายดัง (ผู้ขับขี่รถยกล้อ) มาพบพนักงานสอบสวนในวันดังกล่าว (9 ก.ย.67 ) เวลา 20.00 น. โดยนายยศภัทร แจ้งว่าได้พูดคุยกับนายดัง แล้วทางเมสเซนเจอร์ นายดังรับปากว่าจะมาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมรถจักรยานยนต์ที่ใช้ในการขับขี่

ต่อมาเมื่อวันเวลาที่นัดหมายที่ (9 ก.ย. 67 เวลา 20.00 น.) สภ.ชะอำ นายยศภัทรฯ ได้มาพบ พ.ต.ท.จักรพัฒน์ฯ และพนักงานสอบสวน พร้อมพวกในกลุ่มที่สามารถติดตามตัวมาได้ในวันนั้นรวม 11 คน (เป็นผู้ขับขี่รถจักยานยนต์บิ๊กไบค์ จำนวน 6 คน ที่เหลือเป็นผู้ซ้อนท้ายมา) ในส่วนที่เหลือได้แจ้งว่าจะมาประสานมาให้ครบ เนื่องจากบางคนทำงานอยู่ที่ต่างจังหวัด หากแต่นายดังผู้ขับขี่รถยกล้อไม่มาพบแต่อย่างใด และได้ปิดเฟซบุ๊กของตนเองแล้ว ได้ประสานข้อมูลและร่วมกับ กก.สส.ภ.จว.เพชรบุรี ตามข้อมูลเบื้องต้นที่ได้มา จนสืบทราบชื่อนายดังว่า นายศรัณยู (สงวนนามสกุล) อายุ 23 ปี ชาว ต.จอมปลวก อ.บางคนที จ.สมุทรสงคราม

พล.ต.ท.นัยวัฒน์ กล่าวว่า ตนได้สั่งกำชับให้ดำเนินการสอบสวนจนได้ข้อเท็จจริงตามที่เรียนรายงานข้างต้น ประกอบกับการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตามภาพถ่ายและภาพเคลื่อนไหวที่ปรากฏ เชื่อว่าการกระทำดังกล่าว (ยกล้อ) เป็นการกระทำของนายศรัณยู หรือ นายดัง โดยไม่มีการสนับสนุนหรือหรือรู้เห็นเป็นใจเรื่องการกระทำความผิดของนายดัง หากแต่นายยศภัทรฯ และพวกในกลุ่มที่ปรากฏตามภาพถ่าย ได้กระทำความผิดฐาน “จอดรถในเขตห้ามจอด” ซึ่งนายยศภัทรฯ กับพวก ได้ยอมรับผิดและสารภาพในความผิดที่ได้กระทำไป และให้คำมั่นว่าจะไม่กระทำการในลักษณะดังกล่าวอีกในพื้นที่ใดๆ ซึ่งเป็นการกระทำความผิดตามกฎหมาย โดยได้ดำเนินการเปรียบเทียบปรับ ตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก เป็นจำนวนเงินคนละ 500 บาท ตามอัตราค่าปรับสูงสุดของฐานความผิดดังกล่าว ประกอบด้วย

  • นายยศภัทร (สงวนนามสกุล) หรือ เฟิส อายุ 32 ปี ชาว ต.ปากเพรียว อ.เมือง จ.สระบุรี
  • นายเอกรัตน์ (สงวนนามสกุล) หรือโอม อายุ 20 ปี ชาว ต.นาเฉลียง อ.หนองไผ่ จ.เพชรบูรณ์
  • นายสุขสันต์ (สงวนนามสกุล) หรือ ดาม อายุ 22 ปี ชาว ต.ยางใหญ่ อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี
  • นายสกัณ (สงวนนามสกุล) หรือ กันอายุ 26 ปี ชาว ต.บ่อกระดาน อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี
  • นายทรงกรด (สงวนนามสกุล) หรือ เบนซ์ อายุ 29 ปี ชาว ต.บ้านปราโมทย์ อ.บางคนที จ.สมุทรสงคราม
  • นายภูวดล (สงวนนามสกุล) หรือ หมู อายุ 37 ปี ชาว ต.เขาน้อย อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์

โดยพนักงานสอบสวนได้ดำเนินการออกหมายเรียก นายศรัณยูในฐานะผู้ต้องหา โดยกล่าวหาว่า “ขับขี่ในลักษณะผิดปกติวิสัยของการขับขี่รถตามปกติ หรือไม่อาจมองเห็นทางด้านหน้าหรือด้านหลัง ด้านใดด้านหนึ่ง หรือทั้งสองด้านได้พอแก่ความปลอดภัย , ขับขี่รถโดยประมาทหรือหวาดเสียว อันอาจเกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สิน และขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น” ได้ประสาน สภ.บางคนที ซี่งเป็นถิ่นที่อยู่ตามภูมิลำเนาของนายศรัณยูฯ ในการส่งหมายเรียกผู้ต้องหา

จนกระทั่งวันนี้ 11 กันยายน เวลาประมาณ 12.30 น. นายศรัณยูได้มาพบ พ.ต.ท.จักรพัฒน์ และพนักงานสอบสวนตามหมายเรียก ได้ดำเนินการสอบปากคำเพื่อดำเนินการตามกฎหมาย ได้ข้อเท็จจริงว่า นายศรัณยู ได้ขับขี่รถยกล้อจริงตามวันเวลาที่เกิดเหตุ โดยเป็นการกระทำด้วยความคึกคะนองของตนเอง ขณะขับขี่รถเข้ามาในอุโมงค์ในขณะที่พวกในกลุ่มกำลังจอดรถถ่ายภาพอยู่ โดยขับขี่ยกล้อจาก ทางเข้าอุโมงค์สนามบิน ฝั่งขาเข้าหัวหิน ขาล่องใต้ จนสุดอุโมงค์สนามบิน จำนวน 1 รอบ โดยไม่มีผู้ใดรู้เห็นหรือทราบการกระทำดังกล่าวของตนเอง ว่าจะขับขี่ยกล้อ และยอมรับว่าตนเองได้กระทำการดังกล่าวด้วยตนเองเพียงลำพังมาหลายครั้งแล้ว ในหลายสถานที่ เพียงแต่ไม่มีผู้ใดแจ้งและมีผู้พบเห็น และ ได้มาร่วมทริปกับกลุ่มบัลลังก์น้ำแข็ง จำนวน 3 ครั้ง โดยทราบข่าวและการนัดหมายจากเพจเฟสบุ๊กของกลุ่ม โดยตนอยู่ในกลุ่มบิ๊กไบค์ 2 กลุ่ม คือกลุ่ม บัลลังก์น้ำแข็ง และ กลุ่มสายบันเทิง โซนราชบุรี

ผู้ถูกล่าวหาให้การรับสารภาพตามฐานความผิดข้างต้น ยินยอมให้ยึดรถจักรยานยนต์ไว้เป็นของกลางในคดี และเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมาย โดยให้คำมั่นว่าจะไม่กระทำการดังกล่าวอีก ในพื้นที่สาธารณะ และสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน

นายยศภัทรฯ หัวหน้ากลุ่มบัลลังก์น้ำแข็ง กับพวกที่มาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้สำนึกถึงการกระทำของตน และจะประสานเรียกพวกที่เหลือทั้งหมดมาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมจะให้ความร่วมมือและให้ข้อมูลอื่นฯ กับเจ้าหน้าที่ตำรวจอันเป็นประโยชน์ในส่วนของการป้องกันและปราบปราบการแข่งรถในทาง และการขับขี่รถสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน

พนักงานสอบสวน จึงเรียนรายงานมาเพื่อให้ตนทราบตามข้อมูลข้อเท็จจริงที่ปรากฏข้างต้น ทั้งนี้จะดำเนินคดีกับตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องในส่วนที่เหลือให้ครบตัวบุคคลต่อไป ส่วนผลการดำเนินดดีในชั้นศาลในส่วนของ นายศรัณยูฯ เป็นประการใด จะได้นำเรียนให้ทราบโดยด่วนต่อไป

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : หลักฐานแน่น! เอาผิดบิ๊กไบค์ ‘แก๊งบัลลังก์น้ำแข็ง’ โชว์เก๋ายกล้อหน้าอุโมงค์หัวหิน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...