5 เรื่องควรรู้ของ ‘The Apprentice…กว่าจะเป็นลุง’ ที่ยิ่งรู้ ยิ่งต้องไปดู ‘ลุง’ ในโรงภาพยนตร์
ในวินาทีนี้คงไม่มีใครไม่รู้จักชายผู้สร้างความปั่นป่วนไปทั่วโลกอย่าง ‘โดนัลด์ ทรัมป์’ (Donald Trump) ชายผู้เคยก้าวไปสู่จุดสูงสุดด้วยการดำรงตำแหน่งประมุขของประเทศมหาอำนาจเบอร์ 1 ของโลกอย่างสหรัฐอเมริกา และวันนี้เขากำลังกลับมาทวงบัลลังก์เดิมของตนเองอีกครั้ง
แต่กว่าที่ทรัมป์จะเป็นทรัมป์ เป็น “ลุง” อย่างที่เราเห็นทุกวันนี้ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญหรือเกิดขึ้นมาอย่างเลื่อนลอย ภาพยนตร์ ‘The Apprentice’ คือภาพยนตร์ที่จะทำให้เราเข้าใจว่า ‘กว่าจะเป็นลุง’ นั้น อะไรที่หล่อหลอมตัวตนของ ทรัมป์ และเขาต้องแลกกับอะไรมาบ้าง?
นี่คือ 5 เรื่องราวของภาพยนตร์ที่ยิ่งรู้แล้ว ยิ่งพลาดหนังเรื่องนี้ไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง
‘The Apprentice’ คือภาพยนตร์ที่ถ่ายทอดเรื่องราววัยหนุ่มของโดนัลด์ ทรัมป์ ลูกชายของตระกูลมั่งคั่งที่กำลังสร้างตัวตนในฐานะนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ในยุค 70s - 80s ซึ่งในเรื่องนี้เราจะได้เห็นและสัมผัสได้ถึงบรรยากาศของสังคมอเมริกันในเวลานั้นแบบทำถึง ตรงปก!
แต่บรรยากาศแบบอเมริกันที่คุณกำลังจะได้เห็นนั้นกลับเป็นฝีมือการถ่ายทอดของผู้กำกับมือรางวัลผู้มีเชื้อสายอิหร่าน-เดนมาร์กที่ชื่อ ‘อาลี อับบาสซี’ (Ali Abbasi) ที่หาญกล้าทำหนังสุดท้าทายและยากที่ผู้กำกับอเมริกันคนไหนจะทำแบบเขา
ความน่าสนใจอีกอย่างของภาพยนตร์เรื่องนี้คือการที่นักแสดงต้องสวมบทบาทเป็นบุคคลผู้มีตัวตนจริงในหลายแวดวงของสังคมอเมริกา การที่จะแสดงและพลิกบทบาทให้เหมือนบุคคลเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องที่ง่ายนัก
โดยเฉพาะนักแสดงหลักผู้รับบทเป็นทรัมป์อย่าง‘เซบาสเตียน สแตน’ (Sebastian Stan) ที่ทุ่มสุดตัวเพื่อให้เหมือน ‘ลุง’ ที่สุด ทั้งเพิ่มน้ำหนักขึ้นมาอีกเกือบ 7 กิโลกรัมภายใน 2 เดือน ปรับวิธีการพูด ศึกษาตัวตนและวิธีการแสดงท่าทางผ่านวิดีโอนับร้อยชิ้น สแตนระบุว่า “ผมมีวิดีโอเกี่ยวกับลักษณะทางกายภาพของเขา [โดนัลด์ ทรัมป์] 130 คลิปในโทรศัพท์ และอีก 562 คลิปของเขาที่ผมได้รวบรวมจากจากช่วงเวลาต่างๆ ตั้งแต่ยุค 70 จนถึงปัจจุบัน เพื่อที่ผมจะได้หยิบวิธีการพูดของเขาออกมาใช้และพยายามแสดงแบบด้นสดให้เหมือนเขา”
ภาพยนตร์ ‘The Apprentice’ เบิกฤกษ์ด้วยการฉายรอบปฐมทัศน์ในเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ ครั้งที่ 77 เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2024 เมื่อภาพยนตร์จบและเครดิตท้ายเรื่องปรากฏ เสียงปรบมือชื่นชมของผู้ชมในงานก็ดังขึ้นมาอย่างล้นหลาม และยาวนานถึง 8 นาที
อับบาสซีกล่าวแสดงความขอบคุณในเสียงปรบมือที่เขาได้รับ พร้อมกล่าวในตอนท้ายว่า “ผมคิดว่าถึงเวลาแล้วที่จะสร้างภาพยนตร์ที่มีความหมาย ถึงเวลาแล้วที่จะสร้างภาพยนตร์การเมืองอีกครั้ง”
แม้ภาพยนตร์จะได้นักแสดงเบอร์ใหญ่ อาทิ เซบาสเตียน สแตน (Sebastian Stan) และเจเรมี สตรอง (Jeremy Strong) หรือได้รับการตอบรับที่ยอดเยี่ยมในเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ แต่ภาพยนตร์เรื่องนี้ก็มีเรื่องราวที่ทำให้เกือบจะไม่ได้ฉายในประเทศที่เป็นจุดกำเนิดเรื่องราวอย่างสหรัฐอเมริกา
ตั้งแต่การคัดค้านการเปิดตัวภาพยนตร์ของแดน สไนเดอร์ (Dan Snyder) มหาเศรษฐีอดีตเจ้าของทีม Washington Commanders ของ NFL ที่ลงทุนกับบริษัทผลิตภาพยนตร์ Kinematics เพราะเข้าใจในหนแรกว่านี่จะเป็นภาพยนตร์ที่ส่งเสริมภาพลักษณ์ของทรัมป์ รวมถึงการคัดค้านจากทนายของ Kinematics เอง จนภายหลังแดน สไนเดอร์ และ Kinematics ต้องขายหุ้นที่เกี่ยวกับภาพยนตร์เรื่องนี้ออกไป
และหลังจากที่ภาพยนตร์ฉายในเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ ทางทนายและทีมรณรงค์หาเสียงของทรัมป์ต่างพร้อมใจกันประสานเสียงคัดค้านการฉายภาพยนตร์ พร้อมขู่ว่าจะดำเนินการทางกฎหมาย
ซึ่งแรงคัดค้านและความเสี่ยงในด้านต่างๆ ทั้งด้านรายได้และด้านกฎหมาย ก็ทำให้หลายบริษัทด้านภาพยนตร์ในอเมริกาไม่กล้าที่จะนำภาพยนตร์เรื่องนี้มาฉายอยู่พักใหญ่ จนในที่สุดทาง Rich Spirit กับ Briarcliff Entertainment ก็ได้เข้ามาเป็นผู้จัดจำหน่ายและนำภาพยนตร์เรื่องดังกล่าวออกฉายในสหรัฐอเมริกา
หลังจากที่ภาพยนตร์เรื่องนี้ออกฉายทั่วสหรัฐฯ ในเดือนตุลาคม 2024 หนึ่งในบุคคลที่ออกมาแสดงความไม่พอใจมากที่สุดก็ไม่ใช่ใครที่ไหน เป็นบุคคลเจ้าของเรื่องราวอย่างโดนัลด์ ทรัมป์เอง
ทรัมป์ได้โพสต์ผ่านโซเชียลมีเดีย Truth Social ที่เขาเป็นเจ้าของเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2024 ส่วนหนึ่งว่า “ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นภาพยนตร์ที่ไร้สาระ หยามหมิ่น และน่ารังเกียจทางการเมือง การออกฉายก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีในปี 2024 เป็นความพยายามในการทำร้ายขบวนการทางการเมืองที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศเรา”
#TheApprenticeTH #ดูลุงในโรง #กว่าจะเป็นลุง #BrandThinkCinema
อ่านเพิ่มเติม : BrandThink Cinema ชวนดู ‘The Apprentice กว่าจะเป็นลุง’