รู้หรือไม่? กินแล้วนอนทันที เสี่ยงเป็น “กรดไหลย้อน” มากถึง 2 เท่า
รู้หรือไม่? กินแล้วนอนทันที เสี่ยงเป็น “กรดไหลย้อน” มากถึง 2 เท่า
เคยเป็นไหมคะ กินข้าวเย็นเสร็จแล้วรู้สึกอยากพุ่งตัวไปนอนทันที? หลายคนอาจคิดว่าแค่ทำตามสัญชาตญาณของร่างกาย แต่รู้ไหมคะ ว่าการกินแล้วนอนทันทีอาจทำให้คุณเสี่ยงเป็นกรดไหลย้อนได้ถึง 2 เท่า! บทความนี้จะชวนคุณผู้อ่านมาเช็คลิส 7 อาการกรดไหลย้อนกันค่ะ
โรคกรดไหลย้อนคืออะไร
โรคกรดไหลย้อน เป็นภาวะที่น้ำย่อยจากกระเพาะอาหารไหลย้อนขึ้นไปในหลอดอาหาร ส่งผลให้เกิดอาการหรือผลแทรกซ้อนจากกรดไหลย้อน โดยของที่ไหลย้อนส่วนใหญ่จะเป็นกรดในกระเพาะอาหาร ส่วนน้อยอาจเป็นด่างจากลำไส้เล็ก โดยอาจมีหรือไม่มีหลอดอาหารอักเสบก็ได้
เพราะอะไรการกินแล้วนอนถึงเสี่ยงเป็นกรดไหลย้อนมากถึง 2 เท่า?
หนึ่งในสาเหตุของการเกิดโรคกรดไหลย้อน ก็คือ พฤติกรรม “กินแล้วนอน” ซึ่งการนอนจะทำให้หูรูดมีการทำงานที่ไม่ดี เกิดอาการกรดไหลย้อนขึ้นไปได้ รวมไปถึงท่านอนราบยังทำให้กรดไหลย้อนขึ้นไปได้ง่ายกว่าปกติ นอกจากนี้แล้ว การรับประทานอาหารและนอนทันที ยังเป็นการเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคกรดไหลย้อนถึง 2 เท่า
เช็ค 7 ลิส อาการกรดไหลย้อน
1. แสบร้อนบริเวณหน้าอก โดยเฉพาะหลังรับประทานอาหารมื้อหนัก
2. เรอเปรี้ยว มีน้ำรสเปรี้ยวหรือรสขมไหลย้อนขึ้นมาในปาก
3. ท้องอืด แน่นท้อง รู้สึกคล้ายอาหารไม่ย่อย
4. คลื่นไส้ อาเจียน หลังรับประทานอาหาร
5. เจ็บหน้าอก รู้สึกจุกเหมือนมีอะไรติดอยู่ในลำคอ
6. หืดหอบ ไอแห้งๆ หรือเสียงแหบ
7. เจ็บคอเรื้อรัง รู้สึกไม่สบายในลำคออย่างต่อเนื่อง
5 วิธีป้องกันกรดไหลย้อนหลังการกิน
1. รอ 2-3 ชั่วโมงก่อนนอน เพื่อให้กระเพาะอาหารมีเวลาย่อยอาหารได้ดีขึ้น การรออย่างน้อย 2-3 ชั่วโมงหลังมื้ออาหารจะช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดกรดไหลย้อน
2. นอนในท่าศีรษะสูง หากคุณจำเป็นต้องนอนหลังจากกินอาหาร การใช้หมอนเพิ่มความสูงของศีรษะจะช่วยลดโอกาสที่กรดจะไหลย้อนกลับ
3. หลีกเลี่ยงอาหารหนักก่อนนอน ควรเลือกกินอาหารที่ย่อยง่ายและไม่ทำให้กระเพาะอาหารทำงานหนักเกินไปในช่วงเย็น
4. รักษาน้ำหนักตัว การมีน้ำหนักเกินสามารถเพิ่มความดันในช่องท้องซึ่งทำให้เกิดกรดไหลย้อนง่ายขึ้น ดังนั้นการรักษาน้ำหนักให้เหมาะสมจะช่วยลดความเสี่ยงได้
5. หลีกเลี่ยงอาหารกระตุ้น อาหารบางประเภทเช่น อาหารรสจัด อาหารมัน และเครื่องดื่มคาเฟอีนอาจกระตุ้นให้เกิดกรดไหลย้อน ควรหลีกเลี่ยงอาหารเหล่านี้ก่อนนอน