รีวิว Kinds of Kindness หนังที่ชื่อใจดี แต่เต็มไปด้วยตลกร้าย ไม่อ่อนโยนและปราณีแม้แต่น้อย !
LSA Thailand
อัพเดต 01 ก.ย 2567 เวลา 23.18 น. • เผยแพร่ 02 ก.ย 2567 เวลา 07.00 น. • Lifestyle Asia Thailandคงมีหนังบางเรื่องที่เราแค่ได้ยินชื่อหรือดูจากผู้กำกับก็รู้ทันนี้ว่า นี้มันหนังรางวัลชัดๆ หนังอาร์ตเชิงปรัชญาแบบนั้นเราจะดูรู้เรื่องไหม ? เชื่อว่านี้คงเป็นความรู้สึกแรกของหลายๆ คน ตอนที่เห็นใบปิดของภาพยนตร์เรื่องใหม่จาก Yorgos Lanthimos (ยอร์กอส ลานธิมอส) กับ Kinds of Kindness ซึ่งเราขอตั้งชื่อไทยให้ว่า ความใจดีแบบใดห์ !? ขอให้โลกใบนี้ ใจดีกับคุณ
Spoiler Alert!!! บทความนี้อาจมีการสปอยล์เนื้อหาสำคัญบางส่วนจากในภาพยนตร์
Lifestyle Asia rating: 2.5/5
ประเภทหนัง: ตลกร้าย เสียดสีสังคม ปนดราม่า ที่ทำคนดูขำไม่ออก มาพร้อมความกระอักกระอ่วนใจแบบกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ด้วยฉากความรุนแรง 18+
นักแสดง:
- Emma Stone (เอ็มมา สโตน) รับบทเป็น Rita
- Jesse Plemons (เจสซี่ พลีมอนส์) รับบทเป็น Robert
- Willem Dafoe (วิลเลม เดโฟ) รับบทเป็น Raymond
- Hong Chau (ฮอง เชา) รับบทเป็น Sarah
- Margaret Qualley (มาร์กาเร็ต ควอลลีย์) รับบทเป็นVivian
ผู้กำกับ: Yorgos Lanthimos (ยอร์กอส ลานธิมอส) จาก The Favourite และ Poor Things
เวลา: 2 ชั่วโมง 44 นาที
ดูได้ที่ไหน: โรงภาพยนตร์
ดูได้เมื่อไหร่: เริ่มฉายตั้งแต่วันที่ 22 สิงหาคม 2567
เนื้อเรื่องย่อ
เรื่องราวของ 3 เส้นเรื่อง 3 สถานการณ์ 3 องก์ แต่ตัวละครเดียวกันแค่เปลี่ยนบทบาท ประกอบไปด้วย ผู้ชายคนหนึ่งที่พยายามจะหนีหลุดพ้นออกจากกรอบเดิมๆ ที่เค้าถูกเคยกำหนดเอาไว้, นายตำรวจที่กำลังสงสัยพฤติกรรมแปลกประหลาดของภรรยา ที่หายตัวไปจากบ้านแต่อยู่ดีๆ ก็กลับมาด้วยความน่าสงสัย และหญิงสาวคนหนึ่งที่ก้าวสู่ลัทธิทางจิตวิญญาณ ที่กำลังออกตามหาใครสักคนเพื่อขึ้นมาเป็นผู้นำความเชื่ออันแสนวิปลาสนี้
เราชอบอะไรในหนังเรื่องนี้
การเล่าเรื่องที่สร้างสรรค์ การแบ่งเรื่องราวออกเป็นสามตอนที่เชื่อมโยงกันทำให้ผู้ชมได้เห็นมุมมองที่หลากหลาย เกี่ยวกับความสัมพันธ์และการควบคุมในชีวิตของแต่ละตัวละคร ซึ่งสร้างความน่าสนใจและทำให้ไม่รู้สึกเบื่อหน่าย รวมถึงการแสดงที่ยอดเยี่ยม นักแสดงทุกคนทำหน้าที่ได้อย่างดี โดยเฉพาะเจสซี่ เพลมอนส์และเอ็มมา สโตน ที่สามารถถ่ายทอดอารมณ์ความซับซ้อนได้อย่างมีเสน่ห์ ทำให้ผู้ชมรู้สึกเชื่อมโยงกับตัวละครได้ดี อีกส่วนคืออารมณ์ขันที่แทรกอยู่ แม้ว่าเนื้อเรื่องจะมีความดราม่าหนักหน่วง แต่การใช้มุกตลกและสถานการณ์ที่ขบขันช่วยให้ผู้ชมได้ผ่อนคลายและหัวเราะในช่วงเวลาที่ตึงเครียดอยู่บ้าง
เราไม่ชอบตรงไหน
ความซับซ้อนของเนื้อเรื่อง ที่บางคนอาจรู้สึกว่าการเล่าเรื่องที่มีหลายชั้น สื่อความหมายที่ลึกซึ้งทำให้เข้าใจยาก และอาจทำให้ผู้ชมรู้สึกสับสนในบางช่วง ประกอบกับจังหวะการเล่าเรื่องที่บางตอนอาจมีช่วงที่ช้าเกินไป ทำให้รู้สึกว่าเรื่องราวอาจยืดเยื้อ ไม่ค่อยมีความเคลื่อนไหว ซึ่งอาจทำให้ผู้ชมรู้สึกเบื่อหน่ายได้ ท้ายสุดคือความแปลกประหลาด สำหรับบางคนในตัวละครและสถานการณ์หลายๆ อย่าง อาจทำให้รู้สึกไม่เชื่อมโยงหรือไม่สามารถเข้าถึงอารมณ์ของตัวละครได้อย่างที่ควร ซึ่งก็เป็นลายเซ็นต์ที่ชัดเจนของผู้กำกับท่านนี้อยู่แล้ว ในการชอบหลอกคนดูให้งงๆ สับสน ตีหัวเข้ามาให้พินิจพิจารณากันให้ถี่ถ้วน
โครงเรื่องและการเล่าเรื่อง
ภาพยนตร์แบ่งออกเป็นสามตอนที่มีตัวละครหลักคือ เจสซี่ เพลมอนส์ (Jesse Plemons) ที่เล่นบทบาทสำคัญในทุกตอน โดยแต่ละตอนจะมีเรื่องราวที่แตกต่างกัน แต่มีความเชื่อมโยงกันในแง่ของการสำรวจความสัมพันธ์และการควบคุมที่เกิดขึ้นในชีวิตของตัวละคร
“The Death of R.M.F.”: ตอนแรกนี้เล่าถึง โรเบิร์ต ฟเลทเชอร์ (Robert Fletcher) ที่ต้องทำตามคำสั่งของเจ้านายและคนรักของเขา เรย์มอนด์ (Raymond) ซึ่งรับบทโดยโดย วิลเลียม เดโฟ (Willem Dafoe) โรเบิร์ตต้องเผชิญกับการควบคุมที่มากเกินไปในชีวิต จนทำให้เขาต้องตัดสินใจที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตของเขาอย่างรุนแรง
“R.M.F. is Flying”: ตอนที่สองเล่าถึงตำรวจที่ชื่อ แดเนียล (Daniel) ที่สงสัยว่าภรรยาของเขา (รับบทโดยโดย เอ็มมา สโตน) ที่หายไปแต่กลับมาในสภาพที่แปลกประหลาดและไม่เหมือนเดิม ซึ่งสร้างความตึงเครียดและความสงสัยในความรักและความเชื่อมั่นของทั้งคู่
“The Last Kindness”: ตอนสุดท้ายเกี่ยวกับการค้นหาความหมายของการเป็นมนุษย์และการเชื่อมต่อกับผู้อื่น โดยมีตัวละครที่ต้องเผชิญกับความท้าทายในการสร้างความสัมพันธ์ที่แท้จริง ผ่านลัทธิความเชื่อที่ดูไม่ปกติ
ความรู้สึกหลังดู
การแสดงของนักแสดงใน Kinds of Kindness ถือเป็นจุดเด่นที่สำคัญ โดยเฉพาะ เจสซี่ เพลมอนส์ ที่สามารถถ่ายทอดอารมณ์และความซับซ้อนได้อย่างยอดเยี่ยม เอ็มมา สโตน ก็ไม่ทำให้ผิดหวังด้วยการแสดงที่เต็มไปด้วยความลึกซึ้งและความน่าสนใจ ส่วน วิลเลียม เดโฟ ก็ยังคงเป็นนักแสดงที่มีเสน่ห์และสร้างสีสันให้กับเรื่องราว
แม้ว่าภาพยนตร์จะมีธีมที่หนักหน่วงและเต็มไปด้วยความซับซ้อน แต่ก็มีอารมณ์ขันที่แทรกอยู่ในหลายฉาก ซึ่งทำให้ผู้ชมสามารถหัวเราะได้ในช่วงเวลาที่ตึงเครียด ตัวละครแต่ละตัวมีลักษณะเฉพาะที่ทำให้เกิดความขบขันในสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด พร้อมฉากโป๊เปลือย และความรุนแรงแบบ 18+ ซึ่งไม่เหมาะกับการเข้าไปดูกับเด็กๆ ครอบครัวและคนรักแน่ๆ
หลังจากชม Kinds of Kindness แล้วหลายคนอาจจะมีความรู้สึกที่หลากหลาย บางคนอาจรู้สึกว่าภาพยนตร์มีความหมายลึกซึ้งและทำให้คิดถึงความสัมพันธ์ในชีวิตจริง ในขณะที่บางคนอาจรู้สึกว่ามันขาดความชัดเจนและมีความแปลกประหลาดมากเกินไป แต่สำหรับเราโดยรวมแล้ว เป็นภาพยนตร์ที่ท้าทายความคิดและอารมณ์ของผู้ชม มันอาจจะไม่เหมาะกับทุกคน แต่ก็เป็นงานที่มีความคิดสร้างสรรค์และเต็มไปด้วยความแปลกใหม่ที่แฟน ๆ ของยอร์กอส ลันธิโมส จะต้องการสัมผัส ชื่นชอบ ฟิน และสะใจเบาๆ เมื่อออกจากโรง!
ถอดคุณค่าที่ได้จาก Kinds of Kindness
เรื่องนี้นำเสนอคุณค่าที่ลึกซึ้งและหลากหลายผ่านเรื่องราวที่เชื่อมโยงกันในรูปแบบของ triptych หรือเรื่องราวสามตอนที่มีธีมเดียวกัน
การสำรวจความสัมพันธ์ที่มีอำนาจครอบงำ
ในตอนแรกของภาพยนตร์ เรื่องราวเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างนายจ้างและลูกจ้างถูกนำเสนออย่างชัดเจน โดยตัวละครหลักต้องเผชิญกับการควบคุมจากนายจ้างซึ่งแสดงถึงความสัมพันธ์ที่เป็นพิษและการเอารัดเอาเปรียบในสังคมที่เต็มไปด้วยการแข่งขันและอำนาจ เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นถึงความยากลำบากที่ผู้คนต้องเผชิญเมื่อพวกเขาต้องเลือกว่าจะยอมรับการควบคุมหรือจะต่อสู้เพื่อความเป็นอิสระ
การสร้างและทำลายภาพลักษณ์
ตอนที่สองสำรวจถึงความคาดหวังและภาพลักษณ์ที่เราสร้างขึ้นเกี่ยวกับคนอื่น โดยเฉพาะในความสัมพันธ์ที่มีความห่างเหิน การพยายามที่จะเปลี่ยนแปลงหรือควบคุมคนอื่นเพื่อให้เข้ากับภาพลักษณ์ที่เราสร้างขึ้น สามารถนำไปสู่ความขัดแย้งและความเสียหายที่รุนแรง การทำให้คนอื่นกลายเป็นสิ่งที่เราต้องการอาจทำให้เกิดผลลัพธ์ที่ไม่คาดคิดและทำลายความสัมพันธ์
การค้นหาความหมายในความเชื่อและชุมชน
ตอนสุดท้ายของภาพยนตร์นำเสนอถึงความสัมพันธ์ระหว่างศรัทธาและชุมชน โดยใช้ภาพลักษณ์ของลัทธิเป็นสัญลักษณ์ของระบบความเชื่อที่จัดระเบียบ ชี้ให้เห็นว่าความเชื่อสามารถสร้างความเชื่อมโยงและความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่ง แต่ก็อาจนำไปสู่การถูกตัดสินและการถูกแยกตัวออกจากกลุ่มเมื่อมีการตั้งคำถามหรือไม่ปฏิบัติตาม
การสะท้อนถึงความเป็นมนุษย์
Kinds of Kindness ยังสะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนของการเป็นมนุษย์ ความต้องการที่จะเชื่อมโยงกับผู้อื่น ความกลัวต่อการถูกตัดสิน และการต่อสู้เพื่อหาความหมายในชีวิต ในขณะที่ตัวละครแต่ละตัวต้องเผชิญกับความท้าทายและการตัดสินใจที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตของพวกเขา
การยอมรับความไร้สาระในชีวิต
สุดท้าย ภาพยนตร์ยังสื่อถึงความไร้สาระและความขัดแย้งในชีวิต โดยยอมรับว่าบางครั้งเราจำเป็นต้องมีความไร้สาระเพื่อที่จะเข้าใจและยอมรับความเป็นจริงของชีวิต การมองโลกในแง่ดีแม้ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก จะสามารถช่วยให้เราหาเหตุผลและความหมายในสิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัวเราได้ นั่นคือความเมตตา กรุณา ปราณี ที่ทำให้โลกใบนี้ ‘ใจดี’ กับเราที่ง่ายที่สุดที่มอบให้โดยตัวเราเอง
อ่านบทความเกี่ยวกับภาพยนตร์ ซีรีส์ และเรื่องบันเทิงสนุก ๆ ได้ ที่นี่ เลย
Main, Hero and Featured images: IMDb
The information in this article is accurate as of the date of publication.