โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กบ พิมลรัตน์ เผยถูกบีบจนต้องฟ้อง สามียื่นข้อเสนอ ถ้าจะเอาสินสอดที่เหลือ ต้องคืนบ้าน และรถ

Khaosod

อัพเดต 02 ต.ค. 2567 เวลา 12.59 น. • เผยแพร่ 02 ต.ค. 2567 เวลา 12.59 น.

กบ พิมลรัตน์ เลิกสามี รู้สัจธรรม บริจาคร่างกาย เผยสามียื่นข้อเสนอ ถ้าจะเอาสินสอดที่เหลือ ต้องคืนบ้าน และรถ ถูกบีบจนต้องฟ้อง

หลังจากอดีตดาราสาว กบ พิมลรัตน์ พิศลยบุตร ออกมาแถลงข่าวประกาศชัดเจนว่า เลิกกันสามีมหาเศรษฐี สาเหตุเพราะว่าฝากชายกลับคบกับครอบครัวเก่า

ล่าสุดอดีตนักแสดงสาว ได้เดินทางไปบริจาคร่างกายและอวัยวะ ที่ตึกอำนวยการ ชั้น 1 โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์สภากาชาดไทย พร้อมกับได้ให้สัมภาษณ์ถึงสาเหตุที่มาบริจาคร่างกายครั้งนี้

เรามาบริจาคร่างกายเหมือนปลดทุกข์ ปลดโศกใช่ไหม? “มันก็ประมาณนั้นค่ะมันก็เป็นความคิดของเราช่วงที่มีปัญหาช่วงที่วิกฤตเราต้องอยู่คนเดียวจัดการตัวเอง ตอนนั้นมีความรู้สึกว่าถ้าเกิดอะไรมันดีขึ้นถ้ามีจังหวะก็จะไปบริจาคร่างกาย มันเป็นความรู้สึกเหมือนว่าขอบคุณสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เราสวดมนต์นั่งสมาธิ

ขอบคุณคนรอบข้างที่อยู่กับเรา ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนหรือคนในครอบครัวหรือว่าพี่น้องในวงการที่เราสนิท ที่เราเคยปรับทุกข์กับเขา เหมือนเราได้หลุดออกมาจากวังวนอะไรก็ไม่รู้ มันก็เลยทำให้เรารู้สึกว่าอยากทำอะไรดีๆ อยากรู้สึกว่าตัวเองมีประโยชน์กับคนอื่นถึงแม้ตอนนั้นเราจะไม่อยู่แล้ว

กบบริจาคร่างกายทั้งหมดให้เป็นอาจารย์ใหญ่เลยค่ะ มันเหมือนเป็นสัจธรรมคนเราพอตายไปแล้วก็เอาอะไรไปไม่ได้ สัจธรรมนี้มันเกิดขึ้นจากสามีเรานี่แหละ เราเห็นภาพสะท้อนเขาเป็นคนที่ประสบความสำเร็จมีทุกอย่างมากมาย ชาตินี้เค้าก็อยู่ได้อย่างสบาย แต่เค้าขาดบางอย่างขาดเมตตาจิต

ซึ่งเราที่มีน้อยกว่าเขา เรารู้สึกว่าถ้าเกิดเราตายไปก็ขอให้ร่างกายเราได้มีประโยชน์เงินเราไม่มีเท่าเขา แต่ร่างกายเราก็ยังมี อวัยวะเรายังมี ถ้ามันยังมีประโยชน์ก็ให้กับคนอื่นไป นี่คือสิ่งที่หนูคิด เวลาที่เราเจอปัญหาอะไรในตอนนั้นเราก็จะได้เห็นสัจธรรมด้วย“

ย้อนถามวันที่เราเดินออกมาจากบ้าน เขาได้ให้อะไรเรามาตั้งต้นชีวิตใหม่บ้าง? “ไม่มี มีแค่สินสอดที่เค้าให้มาตอนแรก แต่เขาก็ให้มาไม่หมดเหลืออีกครึ่งนึง“

เราออกมามีแค่กระเป๋าใบเดียว? “เขาไม่ได้ไล่เราออกจากบ้าน เขาแค่เชิญออก ข่าวที่ออกมาอาจจะเป็นการจับใจความผิด คือเขาบอกว่าเขาจะออกไป กบก็เลยยกกระเป๋าออกไปให้ แต่วันที่เรายกกระเป๋าเขาออกไปแล้ว มันก็มีการต่อรองในเชิงที่ว่าเขาจะกลับมา ขอเวลาสองวันเพื่อที่เขาจะไปนอนกับลูก

เราก็ไม่ได้ตอบ แล้วเราบอกเขาว่าเขาควรจัดการส่วนที่เขาควรที่จะให้เรากลับมา เขาบอกว่าได้เขาจะจัดการ ในส่วนที่เขาติดเรา แต่ให้เราออกจากบ้าน คืนรถที่คุณแม่ใช้และรถที่เราใช้อยู่”

แล้วเราได้คืนให้เขามั้ย? “คืนค่ะ คืนรถขอตัวเองไปก่อน เหลือรถคุณแม่ เพราะเราต้องหารถให้คุณแม่ใช่ ถ้าเราจะเอาเงินสินสอดที่เหลือ เราต้องคืนบ้านและรถให้กับเขา รถได้คืนไปแล้วค่ะแต่บ้านเรายังอยู่เพราะว่าทนายบอกว่าให้อยู่ก่อน”

บ้านและรถเป็นชื่อใคร? “เป็นชื่อเขาทั้งหมดค่ะ คือถ้าเกิดคุณจะเอาสินสอดที่เหลือคุณต้องคืนบ้านคืนรถทั้งหมดเขาบีบเพราะเขารู้ว่าเราไม่มีทางไป“

โชคดีว่าเรายังไม่มีลูก? “โชคดีมากค่ะ แต่จริงๆที่ผ่านมาเราก็พยามทำกันตลอด ตั้งแต่แต่งงานแล้ว ส่วนตัวยังไม่พร้อมที่จะมี ตอนนั้นเราแต่งงานตอนอายุ 32 รู้สึกว่าเรายังทำได้ และเราก็ยังรอดูเขาอยู่ว่าเขาจะมีความเป็นพ่อไหม

อยู่ๆ เขาก็ขอว่าอยากมีลูกเพราะเขาอายุมากแล้วมีลูกให้เขาเถอะ แล้วพอไปตรวจไข่ไข่ก็เหลือน้อยกว่าอายุที่เราควรจะเป็น เราก็เลยใจอ่อนทำให้ปรากฏว่าน้องไม่ติด หรือบางทีน้องติดก็หลุดไป สองเดือนน้องก็หลุดตลอด

ด้วยความที่เราตั้งใจที่จะมีแฝดเราก็ใส่เยอะไปร่างกายเราบอบบางมาก จริงๆถ้าเกิดมีก็ควรที่จะใส่ทีละคน แต่ตอนนั้นเราไม่รู้ว่าเราเป็นคนที่บอบบางขนาดนั้นในเรื่องการมีลูก เราก็ทำตามความต้องการของเรา น้องอยู่ถึงสองเดือนกว่าน้องก็ไป น้องมาสองสามรอบแล้ว

ตอนนั้นที่ยอมมีลูกเพราะต้องการเอาใจเขาและช่วงที่เราตั้งท้องเขาน่ารักมาก เขาคงอยากที่จะมีภรรยาดี เขาคงจะตั้งใจที่จะมีลูกกับเราเป็นคนสุดท้าย เขาดูแลเราดีมากจนเรารู้สึกว่าเราโชคดีจังสงสัยว่าเราเลือกถูกคนแล้ว”

เป็นไปได้นะ ถ้ามองในมุมที่ว่าเราไม่สามารถมีลูกให้เขาได้ เขาเลยเลิกกับเรา? “มันเป็นไปได้ทั้งนั้น หรือความรักหมดอายุมันเป็นไปได้ทั้งนั้น เราก็ได้แค่แต่ประเมินแต่ความจริงเราไม่ทราบว่าเพราะอะไร”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : กบ พิมลรัตน์ เผยถูกบีบจนต้องฟ้อง สามียื่นข้อเสนอ ถ้าจะเอาสินสอดที่เหลือ ต้องคืนบ้าน และรถ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...