โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

TikTok Shop จับเทรนด์ Shoppertainment หนุนธุรกิจในไทยโต 12.4 พันล้านเหรียญสหรัฐ

BTimes

อัพเดต 26 ก.ค. 2566 เวลา 16.10 น. • เผยแพร่ 26 ก.ค. 2566 เวลา 09.10 น. • BTimes.Biz

ตลาด E-commerce ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงการแพร่ระบาดของ COVID-19 และยังมีแนวโน้มที่จะเติบโตต่อไป จากรายงาน SEA e-Conomy 2022 ได้แสดงตัวเลขว่าในปี 2019 ตัวเลขมูลค่ารวมของตลาด E-commerce ในภูมิภาคมีมูลค่า 43 พันล้านเหรียญสหรัฐและได้มีการเติบโตมากกว่าสองเท่าตัวจนมีมูลค่า 131 พันล้านเหรียญสหรัฐในปี 2022 การเติบโตของตลาด E-commerce ในภูมิภาคนี้คาดว่าจะเติบโตอย่างต่อเนื่องโดยมีอัตราการเติบโตรายปีแบบผสมมากขึ้น 17% เป็นมูลค่าคาดการณ์อยู่ที่ 180 พันล้านเหรียญสหรัฐในปี 2025

จำนวนผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีมากขึ้น จาก 360 ล้านคนในปี 2019 และเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างต่อเนื่องระหว่างการแพร่ระบาดของ COVID-19 ทำให้มีจำนวนผู้ใช้งานกว่า 460 ล้านคนในปี 2022 จากจำนวนประชากรทั่วทั้งภูมิภาค 600 ล้านคน และมีการยอมรับการใช้งาน E-commerce กว่า 75% ในปี 2021 และมีอัตราการเติบโตมากขึ้น 19% ในครึ่งปีแรกของปี 2022 ถึงแม้ว่าผู้ใช้บริการจะมีการใช้จ่ายต่อครั้งเป็นจำนวนเงินไม่มาก โดยมีจำนวนการใช้จ่ายเฉลี่ยต่อครั้งอยู่ที่ 10-15 เหรียญสหรัฐ กระตุ้นเศรษฐกิจดิจิทัลในกลุ่ม E-commerce เป็นอย่างดี

ภาพรวม GDP ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะเติบโตขึ้นกว่า 5-10% และจะผลักดันให้คนกว่า 20 ล้านคนเข้าสู่การทำงานในธุรกิจ E-commerce การซื้อขายรายย่อยจะเกิดการเปลี่ยนแปลง ผู้ค้าจำเป็นต้องมีการพัฒนาทักษะเพื่อส่งเสริมการขายในแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆ เช่น เรียนรู้การทำคอนเทนต์วิดีโอ การพูดคุยผ่านการไลฟ์ เพื่อให้ทันต่อกระแสเศรษฐกิจดิจิทัล TikTok Shop มีเครื่องมือที่ช่วยติดอาวุธเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในยุคเศรษฐกิจดิจิทัลให้ผู้ประกอบการไทย โดยสามารถทดลองสร้างร้านค้าและใช้งานได้ด้วยตนเอง

นอกจากนี้ ประเทศไทยก็นับว่ามีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง จากมูลค่าตลาด 5 พันล้านเหรียญสหรัฐในปี 2019 เติบโตขึ้นเป็น 21 พันล้านเหรียญสหรัฐในปี 2021 และ 22 พันล้านเหรียญสหรัฐในปี 2022 และมีการคาดการณ์ว่าจะมีการเติบโตรายปีแบบผสมเพิ่มมากขึ้น 13% เป็นมูลค่า 32 พันล้านเหรียญสหรัฐในปี 2025

TikTok แพลตฟอร์มที่ควบรวมคอนเทนต์และคอมเมิร์ซเข้าไว้ด้วยกัน มอบประสบการณ์การช้อปปิ้งอย่างไร้รอยต่อที่ทำให้ผู้ใช้สามารถซื้อสินค้าได้ภายในแพลตฟอร์มโดยไม่จำเป็นต้องสลับแอปพลิเคชัน TikTok ยังเป็นผู้นำ ในการขับเคลื่อนเทรนด์ Shoppertainment ที่การตัดสินใจซื้อสินค้าได้รับอิทธิพลจากการรับชมคอนเทนต์ความบันเทิง โดยงานวิจัยจาก Boston Consulting Group (BCG) พบว่าเทรนด์นี้จะนำมาซึ่งโอกาสทางธุรกิจกว่า 1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกภายในปี 2025 และโอกาสการเติบโตสูงถึง 12.4 พันล้านเหรียญสหรัฐในประเทศไทย และให้การสนับสนุนภาคธุรกิจกว่า 15 ล้านธุรกิจทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

TikTok เป็นแพลตฟอร์มที่มีผู้ใช้งานเป็นจำนวนกว่า 325 ล้านคนแต่ละเดือนในภูมิภาค โดยเชื่อมโยงแบรนด์และผู้ใช้เข้าไว้ด้วยกันบนแพลตฟอร์ม พร้อมเปิดช่องทางให้ผู้ใช้ได้ค้นพบสินค้าใหม่ๆ ทำให้ช่วงเวลาแห่งการจับจ่ายใช้สอยกลายเป็นช่วงเวลาที่สนุกสนานและน่าตื่นตาตื่นใจอย่างไม่สิ้นสุด TikTok ยังมีโซลูชั่นทางการตลาดแบบครบวงจรที่ตอบทุกวัตถุประสงค์ทางการตลาด ช่วยผลักดันการเติบโตของธุรกิจไทย

นอกจากความบันเทิงที่ TikTok มอบให้กับผู้ใช้ พร้อมประสบการณ์การช้อปปิ้งแบบไร้รอยต่อ อีกปัจจัยหนึ่งที่เป็นตัวกระตุ้นให้ TikTok Shop เติบโตอย่างต่อเนื่องคือความง่ายในการใช้งานที่เอื้อให้ผู้ค้าสามารถสร้างร้านค้าสำหรับธุรกิจของตัวเองได้ด้วยตนเองโดยมีขั้นตอนที่ไม่ซับซ้อน และมีการให้คำแนะนำอย่างเป็นระบบ เมื่อเปิดร้านค้าอย่างเป็นทางการแล้วยังมีเครื่องมืออื่นๆ ที่จะช่วยในการส่งเสริมการขายให้กับร้านค้าตามเทรนด์การรับชมสื่อของผู้ใช้ โดยผู้ค้าสามารถเลือกเครื่องมือที่เหมาะสมกับสินค้าและลักษณะธุรกิจของตัวเองได้ อาทิ แบรนด์ Dr.Pong, Oshi Inter Shop,Simplus เป็นต้น

ขณะเดียวกัน TikTok ได้ประกาศลงทุนมูลค่ากว่า 12.2 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อสนับสนุนธุรกิจขนาดเล็กในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยคาดว่าจะเอื้อประโยชน์ต่อธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMB) ในการช่วยเหลือการฝึกอบรมเสริมทักษะเชิงดิจิทัลและเครดิตโฆษณาสำหรับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม รวมถึงธุรกิจรายย่อย (Micro) เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับการเปลี่ยนผ่านไปสู่ธุรกิจออนไลน์และนำพาโอกาสทางธุรกิจดิจิทัลสู่ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างเท่าเทียม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...