โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ห่วง “ลาว” ล้มละลาย หลังธนาคารไทยแห่โบกมือลา

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 26 ธ.ค. 2567 เวลา 17.59 น. • เผยแพร่ 29 ส.ค. 2566 เวลา 14.05 น.

ผู้เขียน : รุ่งนภา พิมมะศรี

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ข่าวคราวเกี่ยวกับ สปป.ลาว ประเทศเพื่อนบ้านของเราได้รับความสนใจขึ้นมามากอีกครั้ง หลังจากในสังคมออนไลน์มีการพูดถึงข่าวธนาคาร 4 ธนาคารจากประเทศไทยปิดสาขาและเลิกกิจการในประเทศลาว ซึ่งถูกตั้งข้อสังเกตว่าเป็นสัญญาณอันตรายว่าเศรษฐกิจลาวกำลังจะแย่ลงไปกว่านี้ และอาจเดินไปสู่การเป็นประเทศที่ผิดนัดชำระหนี้และล้มละลายอย่างศรีลังกาหรือไม่

ลาวเผชิญปัญหาเศรษฐกิจหนักมาตั้งแต่ปีที่แล้ว ทั้งเงินเฟ้อสูง ค่าเงินกีบอ่อนลงหนัก ขาดแคลนเงินตราต่างประเทศ และหนี้สาธารณะสูงมาก

ปัญหาเศรษฐกิจของลาวเริ่มเป็นข่าวดังขึ้นมาในช่วงเดือนพฤษภาคม 2022 จากข่าวขาดแคลนน้ำมัน เป็นผลมาจากเงินกีบของลาวอ่อนค่าลงมาก ทำให้ลาวมีเงินไม่เพียงพอที่จะซื้อน้ำมันจากต่างประเทศ ซึ่งขณะนั้นราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นหลังจากรัสเซียบุกยูเครน

ต้นตอปัญหาเศรษฐกิจของลาวคือ โครงสร้างเศรษฐกิจที่เปราะบาง ลาวมีหนี้สาธารณะสูงอยู่แล้วก่อนหน้านี้ เนื่องจากการร่วมลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ในขณะที่ประเทศขาดดุลการคลังต่อเนื่อง การมีหนี้สูงในภาวะที่ทั่วโลกใช้นโยบายการเงินตึงตัว ทำให้ลาวได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการต้องจ่ายดอกเบี้ยสูงขึ้น บวกกับลาวมีระดับเงินทุนสำรองระหว่างประเทศต่ำ ท่ามกลางการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดต่อเนื่อง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้เงินกีบอ่อนค่าลง

ความสนใจและความห่วงใยต่อเศรษฐกิจลาวล่าสุดนี้มีจุดเริ่มต้นมาจากที่ “สำนักงานปกป้องเงินฝาก” ธนาคารกลางแห่ง สปป.ลาว (Bank of Lao P.D.R) ได้เผยแพร่เอกสารลงวันที่ 11 สิงหาคม 2023 เรื่อง “การสิ้นสุดการเป็นสมาชิกของสำนักงานปกป้องเงินฝากของสาขาธนาคารธุรกิจต่างประเทศจำนวนหนึ่ง”

ธนาคารที่มีการระบุชื่อในเอกสารดังกล่าว ประกอบด้วย ธนาคารทหารไทย สาขาเวียงจันทน์ สิ้นสุดการเป็นสมาชิกของสำนักงานปกป้องเงินฝาก ธนาคารกลางแห่ง สปป.ลาว ตั้งแต่ 12 พฤศจิกายน 2021, ธนาคารกรุงศรีอยุธยา สาขาสะหวันนะเขต สิ้นสุด 17 ตุลาคม 2022, ธนาคารซีไอเอ็มบีไทย สาขาเวียงจันทน์ สิ้นสุด 4 กรกฎาคม 2023 และธนาคารกรุงเทพ สาขาปากเซ สิ้นสุด 9 สิงหาคม 2023

ในเอกสารมีบางตอนระบุถึงเหตุผลการเลิกกิจการว่า สาขาของธนาคารจำนวน 4 แห่งได้ยกเลิกกิจการด้วยความสมัครใจ “เนื่องจากสำนักงานใหญ่ของสาขาธนาคารธุรกิจเหล่านี้ได้มีการปรับปรุงยุทธศาสตร์ในการดำเนินธุรกิจ”

ด้วยความที่ “ธนาคาร” เป็นธุรกิจที่มีความเชี่ยวชาญเรื่องเศรษฐกิจ และเป็นธุรกิจที่ปรับตัวไวต่อแนวโน้มเศรษฐกิจ การที่ธนาคารหลายแห่งปิดสาขาออกมาจากลาว จึงถูกมองว่าเป็นสัญญาณว่าเศรษฐกิจลาวกำลังเลวร้ายลงไปกว่านี้อีกใช่หรือไม่ ?

หากดูตัวเลขทางเศรษฐกิจต่าง ๆ ในเวลานี้ คงต้องบอกว่าตอนนี้เศรษฐกิจลาวน่าเป็นห่วงมากจริง ๆ เพราะถ้าเทียบในตอนนี้กับเมื่อช่วงกลางปีที่แล้ว ที่เศรษฐกิจลาวเป็นข่าวดัง ๆ ขึ้นมา ตอนนี้ตัวเลขแย่ลงกว่าปีที่แล้วเกือบทุกมิติ

เริ่มจาก “ภาวะเงินเฟ้อ” ที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของชาวลาวกว่า 90% ในประเทศ โดยเฉพาะคนที่ยากจนที่อาศัยอยู่ในเขตเมือง

ตัวเลขอัตราเงินเฟ้อล่าสุดในเดือนกรกฎาคม 2023 อยู่ที่ 27.80% (YOY) ซึ่ง “ดูเหมือนว่า” เงินเฟ้อของลาวชะลอลงจากช่วงต้นปีที่สูงถึง 40% (YOY) แต่ในความเป็นจริง ไม่มีการชะลอลงแต่อย่างใด ตัวเลขที่ลดลงนั้นเป็นผลมาจากในช่วงต้นปีที่แล้วฐานยังต่ำ แต่เมื่อเข้าสู่ช่วงกลางปี 2022 ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของลาวสูงขึ้นมากแล้ว ดังนั้น เมื่อเข้าสู่กลางปีของปีนี้ ตัวเลขอัตราเงินเฟ้อที่เทียบจากฐานของปีที่แล้วซึ่งสูงอยู่แล้วจึงลดต่ำลงจากช่วงต้นปี

ตัวเลขต่อมาคือ “ค่าเงินกีบ” ที่อ่อนจนแทบไร้ค่า โดยเงินกีบของลาวเป็นสกุลเงินที่ “ราคาถูก” ที่สุดเป็นอันดับ 4 ของโลก ณ เวลานี้ อิงจากข้อมูลการจัดอันดับของ “ฟอร์บส อินเดีย” เมื่อวันที่ 21 สิงหาคมที่ผ่านมา อัตราแลกเปลี่ยนเงิบกีบของลาวต่อเงินดอลลาร์สหรัฐอยู่ที่ 19,476.31 กีบต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐ

ถ้าเทียบย้อนหลังกลับไป ค่าเงินกีบของลาวอ่อนลงมาอีกจากที่อ่อนจนทะลุ 15,000 กีบต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐ เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2022 และถ้าย้อนกลับไปอีก ก่อนที่วิกฤตเศรษฐกิจลาวจะปะทุ ค่าเงินกีบของลาวอยู่ราว ๆ 8,000 กีบต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนที่จะอ่อนลงเป็น 9,000 กีบต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐ ในช่วงกลางปี 2020 แล้วลดลงเป็น 10,000 กีบต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐ ในเดือนตุลาคม 2021 จากนั้นก็ลดลงมาอย่างต่อเนื่อง ถึงตอนนี้เรียกว่าอ่อนค่าลงไปกว่าเท่าตัวแล้วจากระดับภาวะปกติ

อัตราแลกเปลี่ยนเงินกีบต่อดอลลาร์สหรัฐอยู่ที่ราว 8,000 กีบต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนที่วิกฤตเงินอ่อนค่าจะเริ่มขึ้นในช่วงกลางปี 2020 ที่เงินกีบอ่อนค่าหลุด 9,000 กีบต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐ จากนั้นหลุด 10,000 กีบต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐในเดือนตุลาคม 2021 แล้วร่วงลงแบบฮวบ ๆ

ส่วนตัวเลข “ดุลการค้า” ล่าสุดเดือนกรกฎาคม 2023 ลาวขาดดุลการค้า 166 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มจากเดือนมิถุนายน 2023 (MOM) ที่ขาดดุล 126 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในระยะต่อจากนี้ ถ้าค่าเงินกีบของลาวยังอ่อนลงอีก ลาวยิ่งจะขาดดุลการค้าในรูปเงินกีบมากขึ้น และชาวลาวจะเดือดร้อนกับการต้องซื้อสินค้าราคาแพงยิ่งขึ้นอีก

ถัดมาที่เรื่อง “หนี้” ซึ่งเป็นความท้าทายอย่างยิ่งสำหรับลาว ตามข้อมูลที่อัพเดตล่าสุด ณ สิ้นปี 2022 ลาวมีหนี้สาธารณะและหนี้ที่ภาครัฐค้ำประกันคิดเป็น 110% ของจีดีพี เป็น “หนี้ต่างประเทศ” ราว 68% ของจีดีพี

เมื่อปีที่แล้ว ตอนที่เริ่มมีกระแสเป็นห่วงเป็นใยว่าลาวจะผิดนัดชำระหนี้แล้วล้มละลายเหมือนศรีลังกาหรือไม่ ลาวถูกประเมินว่ายังมีช่องว่างในการกู้ยืมเงินเพื่อมาชำระหนี้เดิมที่ครบกำหนด แต่ผ่านมาถึงตอนนี้ สถานการณ์เศรษฐกิจเปลี่ยน และนโยบายการเงินทั่วโลกตึงกว่าเดิม ช่องว่างของลาวก็แคบลง ลาวต้องกู้ยืมในต้นทุนที่สูงขึ้น เหมือนคนหนี้ท่วมหัวที่หากู้เงินมาหมุนยากขึ้น ต้องผ่อนจ่ายขั้นต่ำด้วยอัตราดอกเบี้ยสูง ๆ วนไปไม่รู้จบ

“เวิลด์แบงก์” บอกเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาว่า หนี้ของลาวอยู่ใน “ระดับวิกฤต” เป็นตัวบ่อนทำลายเสถียรภาพของเศรษฐกิจมหภาคและโอกาสในการพัฒนาของลาว

“แนวโน้มเศรษฐกิจลาวอยู่ภายใต้ความเสี่ยงด้านลบที่สำคัญ” เวิลด์แบงก์มองลาวโดยอธิบายว่า ความเสี่ยงภายนอกที่ลาวต้องเผชิญ คือ การเติบโตทางเศรษฐกิจและดีมานด์ที่ต่ำของประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคนี้ และในทางกลับกัน อัตราเงินเฟ้อในประเทศพัฒนาแล้วอาจทำให้อัตราดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นอีก และสร้างแรงกดดันต่อเงินกีบยิ่งขึ้นอีก

ส่วนความเสี่ยงภายใน มีทั้งความท้าทายในการรีไฟแนนซ์หนี้ต่างประเทศ การปฏิรูปโครงสร้างที่ล่าช้า และงบดุลของธนาคารที่ถดถอย การขาดแคลนแรงงานซึ่งอาจทำลายโอกาสในการฟื้นตัวของภาคเกษตรกรรม การผลิต และการบริการ

ด้านกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) กล่าวถึงลาวเมื่อเดือนพฤษภาคมเช่นกันว่า เศรษฐกิจลาวมีโอกาสจะเติบโตได้อย่างมั่นคงในปีนี้ แต่สิ่งที่ไอเอ็มเอฟเป็นห่วงคือ หนี้สาธารณะของลาวที่เป็นหนี้ต่างประเทศในสัดส่วนที่สูง ซึ่งมูลค่าในรูปเงินกีบจะเพิ่มขึ้นอย่างมากจากการที่เงินกีบอ่อนค่าลง

“หนี้สาธารณะได้รับการประเมินว่าไม่ยั่งยืน…” ไอเอ็มเอฟเตือน

และนับจากเดือนพฤษภาคมมาจนถึงตอนนี้ ตัวเลขหลาย ๆ อย่างแย่ลง บ่งชี้ว่าลาวเดินอยู่บนเส้นทางที่แคบและมืดมนยิ่งกว่าเดิม

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ห่วง “ลาว” ล้มละลาย หลังธนาคารไทยแห่โบกมือลา

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...