โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

ระบบทายาทแวมไพร์ (จบแล้ว)

นิยาย Dek-D

อัพเดต 27 พ.ย. 2566 เวลา 14.50 น. • เผยแพร่ 27 พ.ย. 2566 เวลา 14.50 น. • ปลาบินได้
พระเอกที่ดุกว่าหมา น่ากลัวกว่าผี แถมยังเป็นผู้ถูกเลือกให้รับระบบทายาทแวมไพร์อีก ฉิบหายแล้วมนุษย์

ข้อมูลเบื้องต้น

อย่าหลงกลภาพลักษณ์ที่ดูอ่อนแอ

อย่าหลงใหลใบหน้าหล่อเหลาที่ดึงดูด

อย่ายอมให้แวมไพร์กัดคอ!

ความฝันของคิงส์คือสอบติดหมอ ใช้ชีวิตที่เงียบสงบ หลุดพ้นจากอาขี้เมาที่ชอบทำร้ายร่างกาย ทุกอย่างกำลังไปได้สวยจนกระทั่งเจอผีตอนกลางวันแสก ๆ

คฤหาสน์ร้างหรูหรากับเสียงที่บอกว่าเป็นทายาทแวมไพร์ที่ถูกเลือก แวมไพร์… แวมไพร์เนี่ยนะ? เป็นแวมไพร์ที่อยากใช้ชีวิตเงียบสงบ มันจะได้เหรอ?!

*จากนักเขียน*

ถ้านักอ่านท่านใดชอบนิยายที่พระเอกอวดรวย อาจไม่ถูกใจเรื่องนี้นะคะ คือพระเอกเรื่องนี้รวยค่ะ แต่ไม่ค่อยอวด เดี๋ยวคนเขารู้เอง แล้วใครที่ชอบแบบฆ่ามัน ฆ่ามัน! ฆ่ามานนนนน!!! อันนี้ก็อาจจะไม่ถูกใจด้วย เพราะเดี๋ยวพระเอกเขาอยากฆ่าก็ฆ่าเอง

แล้วถ้าไม่ชอบที่มีนางเอก ไม่ชอบผู้หญิง อันนี้ก็อาจจะไม่ถูกใจเช่นกัน คือยังไม่ได้คิดนะว่าจะมีนางเอกไหม แต่เดี๋ยวพระเอกเขาอยากมีก็มีเอง แต่ไม่ฮาเร็มแน่นอนเพราะไม่ชอบเขียนผู้หญิงเยอะ แล้วถ้านักอ่านคนไหนไม่ชอบตัวละครที่มีผู้ชายเยอะ อันนี้ก็ไม่ถูกใจอีกนั่นแหละ เพราะจริตของนักเขียนมันเป็นแบบนี้เด้อ มันเป็นแบบนี๊ มันเป็นสไตล์ไปแล้ว

ป.ล. เปิดเรื่องนี้มาทดสอบเขียนก่อน ไม่ได้มั่นใจเล๊ยยยยยว่าจะสนุกไหม นักอ่านที่ตามมาจากเรื่องเก่าไรท์ก็กังวลว่าจะทำให้ผิดหวัง ปกติเปิดเรื่องใหม่ไม่เคยบอกนักอ่านเรื่องก่อน รอให้มั่นใจว่าสนุกจริง ๆ คนน่าจะชอบจริง ๆ แล้วค่อยบอก แต่เปิดเรื่องนี้ปุ๊บมีคนมากดติดตามปั๊บ รู้สึกกังว๊ล กังวล

ใครยังไม่เคยอ่านนิยายของไรท์ ขออนุญาตขายนะคะ เรื่องระบบทายาทมาเฟีย จบแล้ว อ่านได้ไม่ค้างคา ส่วนเรื่องนี้ก็ค่อยเป็นค่อยไปแบบกระดึ๊บ กระดึ๊บ กระดึ๊บ

#ระบบทายาทแวมไพร์

ครอบครัวไม่ใช่เซฟโซน

“แกสอบหมอเหรอไอ้คิงส์” น้ำเสียงกระแทกกระทั้นกับถ้อยคำหยาบกระด้างที่กำลังถามอยู่คือธนินทรณ์ น้องชายแท้ ๆ ของพ่อที่ตายไปแล้ว หรือที่คิงส์เรียกสั้น ๆ ว่า ‘อา’ เขาเพิ่งอ่านข้อความบางอย่างในโทรศัพท์มือถือ จากนั้นใบหน้ารูปสี่เหลี่ยมก็กลายเป็นสีแดงอมเขียว อาหารมื้อเช้าถูกวางทิ้งบนโต๊ะโดยที่เจ้าของไม่ได้แตะต้อง วันนี้คิงส์ทำไข่กระทะ แซนด์วิชกับแฮมชีส ทั้งหมดไม่ใช่อาหารที่เขาอยากกิน แต่เป็นอาหารที่ลูกชายของธนินทรณ์อยากกิน ธีระยังไม่ตื่นแม้ว่าจะสายเกินกว่าจะแต่งตัวไปโรงเรียนแล้ว

“ฉันถาม!” ธนินทรณ์วางมือกระแทกโต๊ะดังตึง คิงส์ไม่ได้แสดงอาการสะดุ้งตกใจ เพียงแค่กลอกตามองคนที่นั่งอยู่

“อืม”

“แกตอบฉันให้มันมีหางเสียงหน่อย”

“ครับ” เขาถือไข่กระทะของตัวเองมาวางบนโต๊ะ ไม่มีแซนด์วิชและแฮมซีสสำหรับของเขา อยู่บ้านหลังนี้คิงส์ต้องกินให้น้อยกว่าเจ้าของบ้านและลูกชาย ธีระเพิ่งลงมาจากชั้นสองในขณะที่คิงส์โดนตวาดอีกชุด ปากที่คาบบุหรี่ของธีระรีบสูบควันพิษลงปอดอย่างรวดเร็ว คิงส์มองเด็กหนุ่มที่อายุน้อยกว่าเขาสองเดือนวิ่งขึ้นบันไดแล้ววิ่งกลับลงมาใหม่โดยไม่มีบุหรี่อีก

“ฉันเคยบอกแกว่าไง ให้เรียนแค่มอหก แกจะให้ฉันทำงานส่งแกเรียนจนถึงปริญญาตรีเหรอ”

คิงส์ละสายตาจากธีระมายังอาหารของตัวเอง เขาหยิบช้อน ตั้งใจจะตักไข่และหมูสับที่กำลังส่งกลิ่นหอมใส่ปาก ธนินทร์มองอากัปกิริยาของคิงส์แล้วยิ่งโมโห ฝ่ามือหนาปัดช้อนและไข่กระทะบนโต๊ะกระเด็นกระแทกข้าวของในครัว จานที่ล้างสะอาดแล้วเปื้อนน้ำมันทั้งหมด ชั้นวางเครื่องปรุงมีไข่กับซากหมูชิ้นเล็ก ๆ ติดอยู่กระจัดกระจาย

“ฉันบอกแกว่าให้เรียนแค่มอหก!” ธนินทร์ตวาด “ใครให้เงินแกไปสอบหมอ ใครพาแกไปสอบหมอ!”

นี่ไม่ใช่เหตุการณ์ครั้งแรกที่เกิดขึ้นในบ้าน มีเรื่องมากมายที่ทำให้ธนินทร์ไม่พอใจคิงส์ทุกเช้า ธีระกินไข่กระทะของตัวเองโดยไม่สนใจคนทั้งคู่ คิงส์ก็แค่ต้องอดทนฟังธนินทร์ด่าให้มันจบ ๆ เขาหันมองอาหารที่ตั้งใจทำแล้วถอนหายใจ ธนินทร์ยกมือขึ้นตบหน้าเขาดังฉาด ช้อนที่ตักไข่ของธีระชะงัก คิงส์กลืนน้ำลายลงคอ เขาคิดผิด วันนี้คงไม่จบแค่โดนด่าเหมือนเช้าวันอื่น

“ฉันไม่ให้แกเรียน! จะหมอหรือคณะไหนฉันก็ไม่ให้แกเรียน” ธนินทรณ์ยกมือชี้หน้า “แกต้องทำงานใช้หนี้ที่ฉันเลี้ยงดูแกมาทั้งชีวิต พี่ชายแกไม่ได้ทิ้งอะไรไว้ให้เลย”

คิงส์ฟังประโยคนั้นมาเป็นล้าน ๆ รอบ

“แม่แกก็สำส่อน ทิ้งผัวกับลูกไปหาผู้ชายคนใหม่ ตอนนี้แกก็ยังจะมาสูบเลือดสูบเนื้อจากฉันอีก ฉันต้องหาเงินส่งไอ้ธีร์เรียน แกเองก็ต้องทำงานหาเงินส่งไอ้ธีร์เรียนเหมือนกัน”

คิงส์หันมองเจ้าของชื่อที่ทำหน้าไม่รู้ร้อนรู้หนาว ธีระเลิกคิ้วขึ้น มุมปากกระตุกยิ้มแล้วตักไข่กระทะกินต่อ

“ไปเก็บล้างให้สะอาด” ธนินทร์ชี้นิ้วไปยังจานชามที่เปรอะเปื้อนในครัว “ไอ้ธีร์ แกก็ไปเรียนได้แล้ว ไอ้คิงส์มันสอบติดหมอแล้วแกล่ะ แกสอบติดอะไรบ้าง!”

คำตวาดของธนินทรณ์ถูกทิ้งไว้ในครัวเมื่อลูกชายคนเดียวไม่คิดจะโต้ตอบ ใบหน้าของธีระมีรอยฟกช้ำเพิ่มขึ้น หางคิ้วแตก มุมปากและใต้คางเป็นจ้ำเขียว ธนินทรณ์ระอาที่จะถามเพราะรู้ว่าลูกชายเป็นพวกเกกมะเหรกเกเร ธีระมักจะเอาดีในเรื่องชกต่อยไม่ต่างจากพ่ออย่างเขา แต่ถึงอย่างนั้นธนินทรณ์ก็เป็นถึงตำรวจยศใหญ่ เขาระบายอารมณ์โกรธโดยการเขวี้ยงแก้วน้ำของตัวเองใส่ผนัง เศษแก้วกระเด็นบาดแก้มข้างขวาของคิงส์จนเลือดออก เมื่อธีระไม่อยู่ ธนินทร์ก็เริ่มยกที่สองกับหลานชายด้วยอารมณ์ที่เกรี้ยวกราดกว่าเดิม

“ฉันสั่งให้แกคอยดูมัน แล้วทำไมมันถึงไปเรื่องชกต่อยอีก”

คิงส์ไม่ได้ตอบคำถาม เขาหยิบเศษไข่กับหมูสับที่ติดบนผนังบ้านใส่ถังขยะ

“แกมันเลี้ยงเสียข้าวสุก! คราวหลังถ้าไอ้ธีร์จะโดนต่อย แกต้องเอาหน้าตัวเองไปรับแทนเข้าใจไหมไอ้คิงส์!”

เช้านั้นคิงส์ไม่ได้ไปโรงเรียน เขานั่งรถประจำทางขึ้นเขามาลงที่สวนสัตว์ เป็นเรื่องปกติที่เด็ก ๆ จะมาทัศนศึกษาที่สวนสัตว์ แต่ไม่ใช่เรื่องปกติที่เด็กจะเดินเข้าไปในป่าซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้าม คิงส์มุดตัวผ่านเถาวัลย์และต้นไม้สูง แม้จะเกือบสิบโมงแล้ว แต่อากาศก็ยังหนาวเย็นอยู่ เขาต้องระวังไม่ให้กระเป๋าเป้ที่สะพายมาด้วยเกี่ยวเข้ากับกิ่งไม้หรือแขนงเล็ก ๆ ต้นตะแบก กระบกและยางป่าถูกแซมด้วยต้นสน ยิ่งเดินเข้าไปลึก ต้นสนก็ยิ่งมีมากขึ้น คิงส์ได้ยินข่าวลือมาว่าป่าที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับสวนสัตว์เป็นเส้นทางที่พาไปสู่คฤหาสน์ร้างหลังใหญ่ เขาไม่เคยเชื่อว่าเป็นเรื่องจริงจนกระทั่งได้เห็นสิ่งก่อสร้างที่ตั้งตระหง่านเบื้องหน้าตัวเอง

คฤหาสน์เรียบหรูสีขาว ดูสะอาดสะอ้าน สงบนิ่งท่ามกลางต้นสนที่พัดโอนเอนรอบ ๆ สายลมเยือกเย็นทำให้เขาขนลุก มันไม่ได้ดูเหมือนคฤหาสน์ร้าง ในขณะเดียวกันที่นี่ก็ดูไม่เหมือนประเทศไทย คิงส์รู้สึกราวกับว่าตัวเขาหลุดมาอีกฟากหนึ่งของโลก อาจเป็นแคลิฟอร์เนียหรืออังกฤษ แต่แล้วอยู่ ๆ ก็มีเสียงผิวปาก เสียงปรบมือโห่ร้องจากกลุ่มเด็กหนุ่มห้าคนที่ใส่ชุดนักเรียนเหมือนกัน

ไม่ใช่อีกฟากหนึ่งของโลก… คิงส์กลอกตามองธีระที่กำลังนั่งสูบบุหรี่บนเก้าอี้ไม้ แต่เป็นป่าที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับสวนสัตว์ เขายังคงอยู่ในประเทศไทยเหมือนเดิม

“มาแล้ว! มาแล้ว!” เด็กผู้ชายอีกคนตะโกน เขาตัวสูง ค่อนข้างผอมบักโกรก แม้จะใส่ยูนิฟอร์มเหมือนกันแต่คิงส์ก็ไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร เด็กผู้ชายตัวอ้วนท้วนอีกสองคนที่สูบบุหรี่เหมือนธีระวิ่งมาจับแขนคิงส์ล็อกแล้วลากเข้าไปในกลุ่ม คฤหาสน์ร้างยังตั้งตระหง่านอยู่ด้านหลังคนทั้งหมด รอบ ๆ คฤหาสน์ล้อมรอบด้วยป่าสน ธีระพ่นควันสีขาวออกจากปากแล้วโยนบุหรี่ทิ้ง

“เป็นอย่างที่มึงบอกเลยไอ้ธีร์ สั่งให้มาก็มา” ผู้ชายตัวอ้วนคนแรกหัวเราะ คิงส์หันมองคนทั้งหมด นอกจากธีระก็มีแค่แฮงก์ เพื่อนของธีร์ที่คิงส์รู้จัก แฮงก์กำลังนั่งบนเก้าอี้ไม้ มือข้างหนึ่งถือกล้องถ่ายคลิปตัวโปรด ในขณะที่เสียงของเด็กอ้วนสองคนหัวเราะลั่น แฮงก์กลับทำสีหน้าหนักใจแล้วยกมือกุมหัวตัวเอง

“ใช้ให้มันทำอะไรดีวะ” ผู้ชายรูปร่างผอมคนเดียวถาม “ให้มันคลานลอดหว่างขาดีไหม หรือให้มันเห่าเหมือนหมา”

เด็กอ้วนคนหนึ่งวิ่งไปด้านหน้าแล้วอ้าขากว้าง “ให้มันคลานลอดหว่างขา ไอ้ต้น มึงให้มันคลานลอดหว่างขากู”

เด็กอ้วนคนที่สองลากคิงส์เข้าไปใกล้ ผู้ชายตัวสูง ผอมบักโกรกที่ชื่อต้นแยกเขี้ยวยิ้มโชว์ฟันสีเหลือง ธีระดึงบุหรี่มวนใหม่ออกมาสูบ แฮงก์ถอนหายใจแล้วยกกล้องกดถ่ายวิดีโอ

“คุกเข่าแล้วคลานลอดหว่างขาไอ้แม็กซ์”

คิงส์หันไปมองคนที่ออกคำสั่ง

“มองหน้าหาพ่อมึงเหรอ กูบอกให้คุกเข่า!”

“ธีร์…”

“มึงไม่ต้องเรียกไอ้ธีร์” ต้นยกมือตบหัวคิงส์แล้วใช้เพื่อนตัวอ้วนลากคอบังคับให้เดินไปด้านหน้า คนที่ชื่อแม็กซ์พยายามอ้าขาให้กว้างอีก “มึงคุกเข่า ไม่อย่างนั้นสมุดบัญชีเงินเก็บของมึง รู้ไปถึงหูอามึงแน่”

เมื่อเห็นคิงส์ขมวดคิ้ว คนชื่อต้นก็หัวเราะลั่น ธีระยังนั่งสูบบุหรี่ที่เดิม ส่วนแฮงก์ถือกล้องทำหน้าเซ็ง ๆ แล้วอ้าปากหาวออกมา

“คุกเข่าสิวะ กูบอกให้คุกเข่า!”

“เอาสมุดบัญชีมาดูก่อน”

“ไอ้เวรเอ๊ย”

ต้นสบถคำหยาบคายชุดใหญ่ จากนั้นก็หันมองคนที่นั่งด้านหลัง “ไอ้ธีร์ มึงเอาเงินมันมา”

ธีระลุกขึ้นยืนแล้วเดินเข้าไปใกล้ ปากยังคาบบุหรี่อยู่ คิงส์เลิกคิ้วเมื่อเห็นของที่ธีระวางบนฝ่ามือของต้น

“มึงอุตส่าห์เก็บเงินไปเรียนหมอ” คนที่รับของไม่ได้หันมองด้านหลัง แต่ยืนจ้องหน้าคิงส์เขม็ง “เลือกเอาว่าจะคลานลอดหว่างขาไอ้แม็กซ์ หรือจะปล่อยให้พวกกูเอาสมุดบัญชีเงินเก็บส่งให้อามึง”

“ธีร์…”

“มึงไม่ต้องเรียกไอ้ธีร์” คนที่ถูกแทรกทำตาโต ต้นตวาดเสียงดังลั่น “มึงมองหน้ากูนี่ กูต่างหากที่เป็นคนกำหนดชีวิตมึง หมั่นไส้ฉิบหาย เกิดมาหน้าตาดีแถมยังเรียนเก่ง แต่ถึงมึงจะสอบติดหมอ มึงก็ไม่มีปัญญาไปเรียนหรอก เพราะอะไรรู้ไหม เพราะมึงไม่มีเงิน”

ต้นยกของที่อยู่ในมือขึ้นฉีกยิ้ม คิงส์มองธีระที่ยืนด้านหลังพลางถอนหายใจ กว่าที่คนตัวสูง รูปร่างผอมโกรกจะรู้ว่ากำลังถืออะไรอยู่ แฮงก์ที่ถ่ายวิดีโอทั้งหมดก็หัวเราะลั่น ในมือของต้นไม่ใช่สมุดบัญชีแต่เป็นแซนด์วิซที่คิงส์ทำเมื่อเช้า ธีระร่วมวงหัวเราะกับแฮงก์ด้วย แม้ว่าแม็กซ์กับผู้ชายตัวอ้วนอีกคนจะยังยืนงงจับต้นชนปลายไม่ถูกแต่ก็หัวเราะตาม

“นี่มันอะไรวะ” ต้นหันไปถามธีร์เสียงฉุน “กูบอกว่าให้เอาสมุดบัญชี”

“แล้วทำไมกูต้องให้มึง”

“ไอ้สัตว์ มึงอยากเล่นเหรอ” คำพูดที่เหลือของต้นกลืนหายลงคอ ธีระยกปืนแก๊ปสีดำเล็งหัวที่เดินเข้าใส่ ต้นชะงักขา แมกซ์กับเพื่อนร่วมทีมตัวอ้วนอีกคนก็ยืนนิ่งค้างไปด้วย “ไอ้ธีร์”

“กูอยากเล่น” ธีระบอก “กูเคยเตือนว่าไง อย่ายุ่งกับเงินกู”

“ไอ้สัตว์ธีร์…”

“ปัง!”

“เชี่ย!” คนทั้งหมดย่อตัวลงยกเว้นคิงส์กับแฮงก์ เสียงปังที่ธีร์ตะโกนจากปากทำแม็กซ์ฉี่ราดไปแล้วในขณะที่ต้นหงายหลังล้มก้นจำเบ้า

“กู… กูขอโทษ กูไม่ยุ่งกับเงินมึงก็ได้” ต้นยกมือทั้งสองข้างขึ้น “กูไม่ยุ่งกับเงินของไอ้คิงส์ด้วย พวกเรา… พวกเรามาจัดการกับพี่ชายมึงต่อ ตกลงไหม”

ธีระเลิกคิ้ว กลอกตามองคิงส์แล้วกระตุกยิ้ม แม็กซ์กับผู้ชายตัวอ้วนอีกคนพยักหน้าหงึกหงัก

“ใช่ จัดการมันต่อ จัดการมันต่อเถอะ”

แฮงก์หมุนตัว หันกล้องจับภาพใบหน้าของคิงส์ที่ยืนอยู่ไม่ไกลจากคนทั้งหมด ปากกระบอกปืนของธีระค่อย ๆ เลื่อนไปยังหัวพี่ชายเหมือนยั่วโมโห

“เอาแล้ว” แฮงก์ถอยหลัง ปรับตั้งค่ากล้องให้ภาพในวิดีโอเห็นคนทั้งหมด คิงส์มองปากกระบอกปืนแล้วเลิกคิ้วขึ้น ธีระกระตุกปากยิ้ม

“ปัง!”

“เก็บปืนไปซะ”

“ไม่กลัวเหรอ”

“กูบอกให้เก็บปืน!”

คำว่า ‘กู’ จากปากของคิงส์ฟังดูแข็งกระด้าง ธีระยืนนิ่งครู่หนึ่ง วินาทีต่อมาก็ค่อย ๆ ลดปืนที่ถือลง มืออีกข้างที่ว่างอยู่ยกขึ้นเกาจมูก แม็กซ์กับต้นขมวดคิ้ว

“ไปเอาปืนมาจากไหน” คิงส์ถามต่อ น้ำเสียงดุดันเย็นยะเยือก ธีระกลอกตาไปมาล่อกแล่ก “กูถามว่าไปเอาปืนมาจากไหน”

“จากพ่อ” ธีระตอบ

“ขโมย?”

“เปล่า บอกพ่อแล้ว”

“บอกแล้ว?”

“บอกแล้วแต่พ่อไม่อยู่ก็เลยหยิบมาเลย”

“เชี่ย” แฮงก์หัวเราะ มือกดซูมภาพใบหน้าหงอย ๆ ของเพื่อน แม็กซ์กับต้นยังทำขมวดคิ้วงุนงงอยู่ คิงส์เดินไปดึงปืนออกจากมือธีระ ความจริงก็คือพี่น้องสองคนนี้ไม่ได้เกลียดกันอย่างที่หลายคนเข้าใจ มีแฮงก์คนหนึ่งที่รู้ ธีระชอบยั่วโมโหคิงส์ แต่สุดท้ายก็มักจะโดนดุจนซึมเป็นหมา มีหลายคนที่ชอบยุให้ทั้งสองคนฆ่ากัน คนที่แสดงออกชัดเจนที่สุดของธนินทรณ์ พ่อของธีระและอาแท้ ๆ ของคิงส์ เมื่อเรื่องทั้งหมดไม่ได้เป็นอย่างที่คาดการณ์ไว้ ต้นก็ดันตัวลุกขึ้นจากพื้น

“มึงหลอกกู?” คนพูดหันมองธีระด้วยสายตาเกรี้ยวกราด “ไหนมึงบอกว่าเกลียดไอ้คิงส์”

“ใครบอกว่ากูเกลียด” ธีระทำหน้าตาเลิกลักอีกรอบ “กูไม่เคยพูด”

“ใคร ๆ ก็รู้ เพื่อนที่โรงเรียนก็รู้”

“ก็มีแต่ควายที่เชื่อ”

“อ้าว ไอ้สัตว์!”

ปากกระบอกปืนหันเล็งไปยังหน้าผากของต้น คนที่กำลังด่าไอ้สัตว์จำต้องกลืนคำด่าที่เหลือลงคอ ธีระที่เห็นพี่ชายโมโหแทนก็ยกยิ้มภูมิใจเป็นการใหญ่

“ไอ้แฮงก์มึงรีบถ่าย” ธีระกระซิบ “เร็ว ๆ รีบถ่ายเลย”

“กูจะฟ้องอาธนิน…”

“กูจะนับหนึ่งถึงสาม” คำพูดของต้นถูกตัดบทด้วยประโยคจากคนที่ถือปืนอยู่ เดิมทีไม่มีใครกลัวคิงส์เพราะเจ้าตัวมักจะถูกรังแกที่โรงเรียนเป็นประจำ แต่น่าแปลกที่สายตาและน้ำเสียงของคิงส์ในตอนนี้ดูไม่เหมือนคิงส์ที่พวกเขารู้จัก ปากกระบอกปืนไม่ได้สั่นไหวเหมือนคนที่พยายามทำตัวให้กล้าหาญ แต่มันมั่นคงและแน่วแน่เหมือนคนที่กล้าอยู่แล้ว

“ไอ้คิงส์…”

“หนึ่ง”

ต้นกลืนน้ำลายลงคอ แม็กซ์กับเพื่อนร่วมแก๊งอีกคนขยับขาถอยห่างไปหลายก้าว

“สาม!”

ทั้งหมดสะดุ้งแล้ววิ่งหนี ต้นวิ่งนำคนอื่นเพราะผอมและคล่องแคล่วกว่า แม็กซ์กลิ้งเป็นลูกบอลหลังจากสะดุดเถาวัลย์บนพื้นล้ม ธีระกับแฮงก์หัวเราะ คิงส์หันกลับมามองผู้ชายสองคนด้านหลัง

“มึงขโมยปืนของอาธนินเหรอ”

เมื่อถูกถามเสียงเครียด ธีระก็หุบยิ้มแล้วทำหน้าตึงไปด้วย

“ใช่”

“ไอ้ธีร์!”

“เมื่อคืนมันเกือบยิงพวกเรา!” ธีระตวาด “ผมได้ยินนะที่มันถามพี่ว่าผมไปทะเลาะกับใคร ไอ้เวร เมาแล้วตบตีลูกตัวเองยังจำไม่ได้อีก”

ผีหลอกตอนกลางวันแสก ๆ เลย

ธนินทร์เป็นตำรวจยศสูงที่เมาหัวราน้ำทุกเย็น เขาคงเคยเป็นคนดีแต่คิงส์กับธีระจำไม่ได้แล้ว ภาพที่คนทั้งคู่จำได้คือผู้ชายที่พร้อมจะฆ่าพวกเขาทุกครั้งที่เมาจนขาดสติ เมื่อคืนธีระโดนซ้อม คิงส์เองก็เจ็บหนัก ไม่มีใครสงสัยเรื่องของพวกเขา หรือบางทีผู้คนก็อาจจะสงสัยแต่ไม่มีใครอยากเข้ามายุ่ง

รอยฟกช้ำของคิงส์ถูกพูดปากต่อปากว่าโดนเด็กที่โรงเรียนรังแก บางครั้งคิงส์ก็ปล่อยให้มันเป็นแบบนั้น ธนินทรณ์ชอบฟังข่าวร้าย ๆ ยิ่งได้เห็นว่าคิงส์เจ็บตัวกลับบ้าน เขายิ่งพอใจเป็นพิเศษ คิงส์จะไม่โดนซ้อมต่อที่บ้านถ้าเขากลับมาในสภาพที่หนักหนาสาหัสแล้ว นั่นเป็นเรื่องดีเพราะธีระจะปลอดภัยด้วย รอยฟกช้ำของธีระถูกเล่าลือในด้านที่ต่างออกไป คิงส์คือเด็กที่อ่อนแอและน่าสงสาร ส่วนธีระคือเด็กเกเรที่ชอบมีเรื่องชกต่อยกับคนอื่น

ความฝันของคิงส์กับธีระคือหนีออกไปจากบ้านที่มีธนินทรณ์อยู่ พวกเขาวางแผนที่จะไปใช้ชีวิตกันสองคน อาจมีแฮงก์เป็นคนที่สาม เป็นชีวิตที่เรียบง่ายและเงียบสงบ คิงส์เป็นหมอ ธีระทำอาหารและแฮงก์ถ่ายรูป ความฝันของพวกเขากำลังไปได้สวยเพราะทุกคนใกล้จะเรียนจบในอีกไม่กี่เดือน

“มันรู้ว่าพี่สอบติดหมอแล้ว” ธีระพูด “คืนนี้มันคงกระทืบพวกเราอีก”

แฮงค์ลดมือที่ถือกล้องถ่ายรูปลง คำสรรพนามที่ธีระใช้เรียกแทนคนเป็นพ่ออาจฟังดูรุนแรง แต่เมื่อเปรียบเทียบกับสิ่งที่ธนินทรณ์ทำร้ายลูกชาย การแก้แค้นเพียงแค่เปลี่ยนสรรพนามคงเป็นเรื่องเล็กน้อยมาก คิงส์ถอนหายใจ ปลดซองแม็กซีนออกจากปืนที่ถืออยู่ เมื่อเห็นคิงส์ไม่พูดตอบโต้ธีระก็เริ่มใจเสีย เขาเดินไปหยิบบางอย่างจากกระเป๋าเป้ที่วางบนโต๊ะไม้แล้วยื่นส่งให้

แซนด์วิชแฮมซีสที่ดูน่ากินกว่าของที่คิงส์ทำลอยอยู่ระดับเดียวกับจมูก แฮงก์มองเพื่อนสนิทพลางลอบยิ้ม ทุกครั้งที่พี่ชายโกรธ ธีระจะขอโทษด้วยของกินเสมอ แน่นอนว่าได้ผลเพราะอาหารที่ธีระทำอร่อย คิงส์เหลือบมองแซนด์วิชแล้วกลืนน้ำลายลงคอ

“ไม่อยากกิน” คิงส์บอก

“ไม่อยากกินเหรอ” ธีระขยับแซนด์วิชดุ๊กดิ๊กไปมา การถูกถามซ้ำในจังหวะที่ท้องกำลังร้องประท้วงพอดีทำให้คิงส์รู้สึกเสียฟอร์ม ถ้าไม่ใช่เพราะเมื่อเช้าจานอาหารของเขาทั้งหมดถูกเขวี้ยงทิ้ง คิงส์คงพอจะอดทนกับแซนด์วิชที่กำลังเต้นระบำยั่วยวนตอนนี้ได้

“กินเก๊าเถอะ กินเก๊านะ” อาการหยอกล้อของน้องชายดูไม่ได้เข้ากันกับบุคลิกสูบบุหรี่ก่อนหน้านี้เอาเสียเลย คิงส์ไม่ยอมมองหน้าธีระตอนที่ยกมือขึ้นหยิบแซนด์วิช แต่แฮงก์ผู้รู้งานก็ช่วยถ่ายภาพนั้นเป็นหลักฐานไว้

ธีระยิ้มกว้าง หันไปมือไม้ตีมือกับเพื่อนอย่างอารมณ์ดี คิงส์ขมวดคิ้วตอนที่มองคนทั้งคู่ แฮงก์ลดมือลง ทำทีหมุนตัวถ่ายรูปป่าสนด้านหลัง ในสายตาของนักเรียนคนอื่น คิงส์ พศุตฆ์อาจจะดูอ่อนแอ แต่ในสายตาของแฮงก์กับธีระ คิงส์คือผู้ชายที่น่ากลัวมาก เรื่องเรียนเก่งคงไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่เพราะทั้งโรงเรียนต่างก็รู้อยู่แล้ว แต่เรื่องที่ฉลาด ดุ สู้เก่ง วางแผนเก่ง คงมีแค่แฮงก์กับธีระเท่านั้นที่รู้

ที่ผ่านมาแฮงก์รู้สึกเคารพคิงส์มากกว่าคนที่เป็นเพื่อนในวัยเดียวกัน อาจเพราะความอดทนที่มีสูงกว่าเด็กปกติ ความใจเย็นและความคิดที่รอบคอบ ไม่ใช่คิดแค่เรื่องอยู่ในบ้านที่มีคนอย่างธนินทรณ์ให้ได้ แต่ยังวางแผนชีวิตของตัวเองในอนาคต สอบทุนเรียนหมอ หาเงินจากการทำงานพาร์ทไทม์หลังเลิกเรียน เขาศึกษาเรื่องการลงทุนในขณะที่เด็กคนอื่น ๆ ใช้เงินของพ่อกับแม่ไปเที่ยวเล่น

คิงส์ส่งธีระไปทำงานพาร์ทไทม์ที่ร้านอาหาร การได้หมกมุ่นกับเรื่องที่ตัวเองชอบทำให้ธีระมีความสุขมาก ฝีมือการทำอาหารของธีระเก่งขึ้นเรื่อย ๆ แซนด์วิชที่ส่งให้พี่ชายเมื่อครู่ก็คงเป็นของที่ตั้งใจทำเก็บไว้เมื่อวานตอนเย็น เมื่อศึกษาจากที่แรกจนรู้ทั้งหมดแล้ว คิงส์ก็ให้ธีระย้ายไปทำงานร้านอื่นต่อ กว่าจะเรียนจบมอหก ธีระคงผ่านการทำงานในร้านอาหารดังแทบทุกร้านในตัวเมือง เรื่องนี้ธนินทรณ์ไม่รู้เพราะหน้าที่ของธีระคืออยู่ในครัวกับเชฟเท่านั้น

คิงส์วางแผนให้ธีระสร้างภาพลักษณ์ที่ดูเกเรเพื่อให้ธนินทรณ์ไม่ระแคะระคายหรือสนใจ ซึ่งนั่นไม่ใช่เรื่องยากเลยเพราะธีระเองก็เหมือนอยากจะเกเรกับธนินทรณ์อยู่แล้ว สำหรับธนินทรณ์ การที่ธีระไม่สร้างปัญหาให้เขาก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีมาก นอกจากธีระ แฮงก์เองก็ได้รับคำแนะนำดี ๆ จากคิงส์ด้วย ตอนนี้เขามีรายได้จากช่องยูทูปที่คิงส์บอกให้ทำ เพราะแฮงก์ชอบถ่ายรูปกับวิดีโอเป็นพิเศษ คิงส์ก็เลยหาหนังสือและวิดีโอสอนเรื่องการตัดต่อมาให้ศึกษา แฮงก์เป็นพวกชอบถ่ายคลิปกับรูปเรื่อยเปื่อย แต่ไม่ค่อยชอบสร้างเรื่องราว ตอนแรกคิงส์เป็นคนช่วยคิดคอนเทนต์และวิเคราะห์เรื่องการโปรโมตให้ด้วย แต่เมื่อทำแล้วสนุก สุดท้ายแฮงก์ก็กระตือรือร้นมากขึ้น

บางครั้งช่องของแฮงก์ก็นำเสนอการทำอาหารของธีระ แน่นอนว่าการถ่ายทำไม่เห็นหน้าของธีระเพราะไม่อยากให้ธนินทรณ์รู้ คอนเทนต์ฮิต ๆ ซึ่งแฮงก์คิดว่าทำได้ดีที่สุดคือคอนเทนต์เกี่ยวกับผี ช่องของเขามักจะมีแขกรับเชิญเป็นเพื่อนในโรงเรียนเดียวกัน แต่แขกรับเชิญที่ผู้คนสนใจที่สุดคือคิงส์กับธีระที่จับมาใส่หน้ากากแปลก ๆ เพื่อปิดบังหน้าจริงไว้ แฮงก์คิดว่าการพูดหยอกล้อด่ากันระหว่างเพื่อนสนิททำให้คลิปดูตลกกว่าเพื่อนคนอื่น ๆ

สำหรับแฮงก์แล้ว คิงส์เป็นเพื่อนคนเดียวที่เขาจะยอมเชื่อฟังทุกอย่าง พอรู้ว่าคิงส์กับธีระวางแผนจะไปใช้ชีวิตที่เงียบสงบ แฮงก์เองก็อยากเป็นหนึ่งในนั้นด้วย ภารกิจเก็บเงินของพวกเขาสามคนเริ่มต้นมาตั้งแต่เรียนมอสี่ งานพิเศษของคิงส์ งานพิเศษของธีระและรายได้จากช่องยูทูปของแฮงก์ คิงส์เอาเงินบางส่วนไปลงทุนต่อ แม่ของแฮงก์ช่วยเหลือในการเปิดบัญชีเทรดหุ้นเพราะอายุของทุกคนยังไม่สามารถเปิดบัญชีเองได้ หลังจากทำงานอย่างขยันขันแข็งจนทั้งหมดเรียนถึงมอหก การลงทุนที่แสนฉลาดของคิงส์ก็ทำให้เงินเก็บเพิ่มพูนมหาศาล แฮงก์ตื่นเต้นที่จะได้ออกไปใช้ชีวิตกับเพื่อน พวกเขาจะเรียนต่อ ช่วยกันหาเงินต่อ และที่สำคัญไม่มีธนินทรณ์อยู่ด้วยอีก แต่รอยแดงบนใบหน้าของคิงส์ทำให้แฮงก์รู้ว่าเป้าหมายของพวกเขามันคงไม่ง่ายอย่างนั้น

“คืนนี้พวกมึงไปค้างบ้านกูไหม” แฮงก์เสนอ “คืนนี้กูว่าจะทำคอนเทนต์ใหม่ด้วย”

ที่จริงไม่เกี่ยวกับคอนเทนต์ แต่เพราะแฮงก์รู้ดีกว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้าคิงส์กับธีระกลับไปคืนนี้

“คอนเทนต์ใหม่? คอนเทนต์อะไรวะ” ธีระถาม

“คอนเทนต์ผีไง ไอ้สัตว์”

“คอนเทนต์ผีอีกแล้ว?!”

แฮงก์หัวเราะ คิงส์หันมองน้องชายแล้วส่ายหน้า ถึงคอนเทนต์ผีจะฮอตฮิตแค่ไหน แต่ธีระก็ไม่ค่อยถูกใจนัก เรื่องที่ธีระกลัวผีคงมีแค่คิงส์กับแฮงก์เท่านั้นที่รู้ ผู้ชายทรงแบดอย่างธีระ พอมาอยู่ในโหมดวิ่งหนีผียิ่งทำให้คลิปออกมาดูตลกมากขึ้น

“เชี่ย กูไม่เอา”

“มึงไม่เอาไม่ได้ แฟนคลับเรียกร้อง”

“ไอ้สัตว์ ก็รู้ว่ากูกลัวผี จะเรียกร้องทำไมนัก”

“ก็มันตลกไง เวลาที่มึงกลัวผี”

“ไอ้ห่าแฮงก์!”

เรื่องที่ธีระกลัวผีมันก็เป็นเสน่ห์เรื่องหนึ่ง แต่การที่แขกรับเชิญใส่หน้ากากนั่นคือจุดที่ชวนให้น่าสนใจมากขึ้นไปอีก คนดูมักพากันจินตนาการว่าตัวจริงภายใต้หน้ากากจะเป็นอย่างไง บางคนคาดเดาว่าต้องหล่อเหมือนน้ำเสียงที่ฟังดูหล่อ กระแสของคิงส์กับธีระกำลังร้อนแรงในช่องยูทูปของแฮงก์ ยอดวิวเพิ่มขึ้นสูงหลายร้อยเท่า โชคดีที่คิงส์ไม่มีปัญหากับผี อันที่จริงแฮงก์คิดว่า ระหว่างคิงส์กับผี ผีอาจจะกลัวคิงส์มากกว่าก็ได้ ทั้งดุ นิ่ง แค่มองตายังขนหัวลุก ยากหน่อยคือธีระที่จิตใจค่อนข้างอ่อนไหว

“นะมึงนะ”

“ไอ้สัตว์ ไม่เอา”

“ตอนกลางวันก็ได้อ่ะ นี่กูยอมถอยสุด ๆ แล้ว”

“ตอนกลางวันเหรอ” ธีระหันมามอง ถ่ายคอนเทนต์ผีตอนกลางวันฟังดูประหลาดชอบกล

“เออ ตอนกลางวัน แต่มึงต้องช่วยกูตัดต่อตอนกลางคืน”

“เชี่ย”

“ที่จริงกูตั้งใจจะมาถ่ายคอนเทนต์ที่นี่นะ” แฮงก์พูด กวาดสายตามองรอบ ๆ “ได้ข่าวว่ามีคฤหาสน์ร้าง ไอ้ห่า เจอแต่ต้นสน”

คิงส์ที่กำลังกัดแซนด์วิชคำสุดท้ายขมวดคิ้ว

“ต้นสนมันก็สวยดีอยู่หรอก แต่กูอยากได้บ้านร้าง กระท่อมร้าง ที่ที่มีคนตายอะไรแบบนี้มากกว่า”

แฮงก์ยกกล้องกดชัตเตอร์ไปเรื่อย นาน ๆ ครั้งก็หันไปถ่ายรูปคิงส์ที่กำลังกัดแซนด์วิชเหมือนอยากยั่วโมโห โดยปกติแฮงก์จะต้องโดนคิงส์ทำตาดุใส่ แต่คราวนี้คนที่กำลังอ้าปากคาบแซนด์วิชกลับนิ่งค้าง คิงส์มองข้ามหัวแฮงก์ จากนั้นก็หันมองธีระต่อ

“อะไร” แฮงก์ขมวดคิ้ว หันมองธีระด้วย

“ไม่เห็นเหรอ” คิงส์ถาม มองข้ามหัวแฮงก์อีกรอบ

“อะไร” แฮงก์ถามกลับด้วยประโยคเดิมซ้ำ “เห็นอะไร”

“คฤหาสน์”

ธีระหมุนคอเป็นจังหวะกระตุก หันมองตามสายตาของคิงส์ คนกลัวผีค่อย ๆ ก้าวถอยหลังทีละก้าว แฮงก์หันมองไปทางเดียวกับธีระจากนั้นก็ยกยิ้ม

“ฮั่นแน่…” คนที่ถือกล้องหันกลับมาบันทึกภาพใบหน้าคิงส์แล้วกดถ่ายวิดีโอไว้ “เนียนน้า เดี๋ยวนี้เนียนน้า”

ธีระกลืนน้ำลายลงคอ เริ่มจับต้นชนปลายไม่ถูก คิงส์ยังมองสิ่งที่อยู่ด้านหลังแฮงก์ไม่กะพริบ

“นอกจากจะเรียนเก่ง วางแผนเก่ง นี่ยังเล่นละครเก่งอีก” แฮงก์ปรับซูมกล้องเข้าใกล้หน้าคิงส์มากขึ้น “ยัง… ยังไม่เลิก”

“ธีร์” คิงส์เรียกโดยไม่ได้หันไปมองหน้าเจ้าของชื่อ

“กั๊บ” ธีระขานรับ ยืนขาสั่นตัวลีบเล็ก

“เห็นคฤหาสน์ไหม”

คนถูกถามเบ้ปากแล้วส่ายหัวแรง ๆ “ไม่เห็นกั๊บ” เสียงสั่นเหมือนจะร้องไห้อยู่รอมร่อ

คิงส์กลืนน้ำลายดังอึก แฮงก์ขมวดคิ้ว เขาไม่เคยเห็นแววตาที่ดูหวาดกลัวของคิงส์มาก่อน

“จริงเหรอวะ” แฮงก์ถาม คิงส์เก็บปืนใส่กระเป๋าเป้แล้วพยักหน้า อยู่ ๆ ต้นสนก็โยกโอนเอน พัดเอาลมเย็นยะเยือกมาทางพวกเขา

“เชี่ย เรื่องจริงเหรอวะ” แฮงก์มือสั่น รีบเก็บกล้องตามไปด้วย แต่เพราะร้อนรนคว้ากระเป๋าเป้ กล้องที่ถือจึงหล่นตกพื้น แฮงก์ย่อตัวนั่ง เอื้อมมือทำท่าจะคว้ากลับขึ้นมา แต่ภาพที่ปรากฏบนหน้าจอระบบสัมผัสที่กางออกกลับทำให้ชะงักค้าง

“เชี่ย เรื่องจริง!”

แฮงก์วิ่งหนี ภาพคฤหาสน์สีขาวเด่นชัดอยู่ในกล้อง ธีระที่ยืนใกล้คิงส์อยู่แล้วขยับเข้าไปเกาะแขนพี่ชายตัวงอ แฮงก์กระโจนเข้ามาเกาะแขนอีกข้างของคิงส์ ตัวงอไม่ต่างจากธีระ คนไม่กลัวผีแต่เมื่อเจอคฤหาสน์ที่มีแค่ตัวเองเท่านั้นที่มองเห็น ถึงตอนนี้ก็เริ่มทรงตัวยืนแทบไม่อยู่ ต้นสนที่โอนเอนพลิ้วไหวยิ่งโบกพัดแรงขึ้น ใบไม้แห้งหลายใบหมุนวนรอบพวกเขา

[เจอแล้วครับ คนที่ถูกเลือก] คิงส์ได้ยินเสียงพูด เป็นเสียงที่ฟังเหมือนอยู่บนท้องฟ้า เขาเงยหน้าขึ้น มองกิ่งสนที่ปกคลุมเหนือหัว

“อะไร” แฮงก์เงยหน้าขึ้นตาม “มีอะไรอยู่ข้างบน มึงเห็นอะไรอีก”

“ไม่ได้ยินเหรอ”

“ได้ยินอะไรอ่ากั๊บ” ธีระเบ้ปาก ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้

[คุณสมบัติเหมาะสม 100% กำลังทำการติดตั้งระบบทายาทแวมไพร์ในอีก 3… 2… 1]

ไรท์: ธีร์กับแฮงก์รีบปล่อยมือเร็ว! ที่พวกแกจับอยู่อ่ะ น่ากลัวสุดแล้ว 5555

ผีตามติด

“ได้ยินอะไรอ่ากั๊บ” ธีระเบ้ปาก ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้

[คุณสมบัติเหมาะสม 100% กำลังทำการติดตั้งระบบทายาทแวมไพร์ในอีก 3… 2… 1]

“วิ่ง!” คิงส์พูดแค่นั้น ธีระกับแฮงก์ก็กระโจนไปด้านหน้า สับขาวิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิต คิงส์วิ่งตามไปด้วย แฮงก์สะดุดเถาวัลย์ล้มไม่ต่างจากเด็กอ้วนที่ชื่อแม็กซ์ คิงส์จับคอเสื้อแฮงก์ดึงขึ้น ธีระวิ่งนำโด่งไปไกลกว่าคนอื่นพลางแต่แหกปากร้องเสียงดัง มีเสียงอื้ออึงมาจากป่าสนด้านหลังพวกเขา กิ่งไม้เหนือหัวทุกต้นโอนเอน อยู่ ๆ ท้องฟ้าก็มืดครึ้ม ลมแรงหอบเอาใบไม้แห้งปลิวเข้าปะทะใบหน้า

แฮงก์ปัดใบไม้ออก สะดุดเถาวัลย์ล้มอีกครั้ง ธีระที่กำลังอ้าปากร้องคาบเอาใบไม้เข้าปากไปเต็ม ๆ คิงส์ดึงคอเสื้อแฮงก์ขึ้นแล้วผลักให้วิ่งต่อ ธีระเป็นคนแรกที่ก้าวขาพ้นจากเขตป่าได้สำเร็จ แฮงก์เป็นคนที่สอง เขาทิ้งตัวหมดแรงนอนข้างถนนและคิงส์เป็นคนสุดท้าย

“แม่ง! กูเกือบฉี่ราด” แฮงก์หน้าแดง เหงื่อออกเปียกหลังจนชื้น ธีระรีบคายใบไม้ที่อยู่ในปากทิ้ง คิงส์หันกลับไปมองป่าด้านหลัง ท้องฟ้ามืดครึ้มเหมือนฝนกำลังจะตก น่าแปลกมากที่ตั้งแต่ขอบเส้นถนนไปจนถึงสวนสัตว์ฝั่งตรงข้ามมีแดดออกสว่างจ้า แฮงก์ลุกขึ้นนั่งในจังหวะที่ไอเย็นของพายุจากป่าฝั่งคฤหาสน์พัดเข้ามาพอดี ธีระยืนนิ่งขนลุก เมื่อได้สติก็วิ่งข้ามถนนไปยืนฟากเดียวกับสวนสัตว์ แฮงก์รีบหยิบกระเป๋า ทำท่าจะวิ่งตามไปด้วย

“เชี่ย กูลืมกล้อง!”

“ว่าไงนะ” ธีระที่ข้ามไปถึงแล้วหันกลับมาถาม

“กูลืมกล้อง” แฮงก์บอก “กูลืมไว้ในนั้น” นิ้วมือสีขาวซีดชี้เข้าไปทางป่าผีสิงที่เพิ่งวิ่งออกมาเมื่อครู่

ธีระทำตาโต กลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ “ซื้อใหม่ไหม ซื้อใหม่เหอะมึง”

“แต่กูลืมกระเป๋าใส่เลนส์ด้วยนี่ดิ มึงก็รู้นี่ว่าเลนส์แม่งโคตรแพง”

“แต่อีกเดี๋ยวฝนก็ตกแล้วเปล่าวะ เลนส์เปียกน้ำ ยังไงก็ใช้ไม่ได้หรอก”

“กลับไปเอาดีไหม ตอนนี้ฝนยังไม่ตก”

“กูไม่อยากกลับไปเลย” ธีระเบ้ปาก ทำหน้าบิดเบี้ยวเหมือนจะร้องไห้ “มึงดูดิ พายุมาขนาดนั้น กลับไปก็ไม่ทันหรอก”

แฮงก์เงยหน้ามองท้องฟ้าแล้วคล้อยตามธีระง่าย ๆ “เออ ก็จริง กลับไปก็ไม่ทันหรอก” แค่คิดว่าต้องกลับไปที่คฤหาสน์ผีสิง แฮงก์ก็ขยาดหวาดกลัวจนขนหัวลุก เขายอมตัดใจจากเลนส์ราคาแพง หยิบกระเป๋าเป้ที่เหลือลุกขึ้นทำท่าจะเดินไปหาธีระ

“ฝนไม่ตกแล้ว” คำพูดของคิงส์ทำขาแฮงก์ชะงักค้าง ธีระเงยหน้าขึ้นมองเหนือหัว เมฆดำที่ปกคลุมป่าจนมืดมิดอยู่ ๆ ก็ค่อย ๆ เคลื่อนตัวออก ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อวินาทีต่อมาท้องฟ้าพลันสว่างสดใส ทั้งหมดเกิดขึ้นเพียงแค่กะพริบตา ไม่มีเค้าลางว่าฝนจะตกอีก

“เชี่ยยยย” แฮงก์ตัวสั่น “อยู่ ๆ ก็ไม่ตกเฉย?”

“เดาว่ามันอยากให้พวกเรากลับเข้าไป” คิงส์พูดโดยไม่ได้หันไปมองอีกสองคนที่ยืนอยู่ ธีระกลืนน้ำลายลงคอ หน้าเปลี่ยนเป็นสีแดงอมเขียว แฮงก์กอดกระเป๋าที่ถือไว้แน่น

“แล้วมึงจะกลับเข้าไปเหรอ” แฮงก์ถาม

“ไม่กลับเข้าไปได้ไหมกั๊บ” ธีระส่ายหัว ตะโกนบอก

[ทำการติดตั้งระบบทายาทแวมไพร์สำเร็จ] เสียงเดิมที่ได้ยินในป่าดังขึ้นอีก คิงส์เงยหน้ามองท้องฟ้า

“อะไรอ่ะ” แฮงก์เงยหน้ามองด้วย “มีอะไรบนนั้น”

“ไม่ได้ยินเหรอ”

“ไม่ มึงได้ยินเหรอ”

“อืม มันพูดว่าแวมไพร์”

“เชี่ย แค่ผีธรรมดากูก็กลัวอยู่แล้ว นี่เสือกเป็นผีดิบอีก”

[ดีใจเหลือเกินครับที่ได้รับใช้นายน้อย] คิงส์หันมองซ้ายขวา แฮงก์เห็นเพื่อนมีอาการแปลก ๆ ก็ยืนตัวเกร็งหน้าซีด [ผมรอท่านที่คฤหาสน์ทุกวัน ในที่สุดก็ได้เจอ]

“ไอ้คิงส์ ไม่เอาดิ มึงมองหาใครวะ”

“คนพูด”

“เชี่ยยย” แฮงก์ก้าวถอยหลังไปสามก้าว

[ผมเพิร์ซครับ พ่อบ้านของครอบครัววินซ์]

คิงส์ขมวดคิ้ว “ใครคือวินซ์?”

แฮงก์เบ้ปาก ทำท่าเหมือนธีระที่อยากจะร้องไห้ ส่วนธีระตอนนี้ยืนน้ำตาไหลพรากแล้ว

[เจ้าของคฤหาสน์ครับ] เสียงเดิมบอก [ครอบครัวแวมไพร์ที่ทรงพลังอำนาจและยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก]

“มันพูดว่าไงกั๊บ” ธีระถาม

“มันบอกว่าเป็นพ่อบ้านของคฤหาสน์”

“เชี่ย!” แฮงก์วิ่งข้ามฝั่งไปหาธีระแล้วกอดกันแน่น

“คฤหาสน์นั่นเป็นของครอบครัวแวมไพร์”

“เชี่ยยยยย” คราวนี้ทั้งแฮงก์และธีระร้องพร้อมกัน

“พี่บอกมันสิกั๊บว่าพวกเรานับถือพุทธ ผมมีปลัดขิกนะ มันกลัวปลัดขิกเปล่า?”

“พ่อมึงดิ” แฮงก์ด่า “เอาปลัดขิกไปขู่แวมไพร์”

“ก็กูมีแค่ปลัดขิกอ่ะ แล้วมึงมีพระเหรอ”

คิงส์หมุนตัว ก้มหยิบกระเป๋าอีกใบของแฮงก์ที่ทิ้งไว้ข้างถนน เดินข้ามไปฝั่งสวนสัตว์

ธีระขยับถอยหนี “มีผีขี่คอพี่มาป่าวกั๊บ”

“ไม่รู้” คิงส์ตอบ “ออกห่างจากที่นี่เดี๋ยวก็หายไปเอง”

“นี่ผีนะ ไม่ใช่สัญญาณบลูทูธ” แฮงก์ทำหน้าเหมือนไม่อยากเชื่อ

[ผมจะตามไปด้วยครับ] เสียงเพิร์ชพูดในหัว [ที่ไหนมีนายน้อย ที่นั่นต้องมีผม]

คิงส์หยุดนิ่งตอนที่กำลังจะก้าวขา “งั้นเดี๋ยวแวะวัดก่อนก็ได้”

“ดีกั๊บ พวกเราควรจะแวะวัดก่อน” ธีระเห็นด้วย แฮงก์พยักหน้าเสริม

“พรมน้ำมนต์สักทีสองที ให้หลวงพ่อสวดคาถาไล่แวมไพร์เป็นพิเศษ”

[มีคาถาไล่แวมไพร์ด้วยเหรอครับ] เสียงเพิร์ชถามต่อ แต่คิงส์ทำเหมือนไม่ได้ยิน ธีระกับแฮงก์วิ่งไปหารถสองแถวที่อยู่ใกล้สุด หลังผ่านซุ้มประตูสวนสัตว์ก็รีบกระโจนขึ้นไปนั่ง [ที่นี่เป็นสวนสัตว์ของตระกูลวินซ์ครับ เป็นแหล่งอาหารสำหรับดื่มเลือด]

คิงส์นั่งเบาะฝั่งตรงข้ามกับแฮงก์และธีระ ระหว่างที่เสียงของเพิร์ชพูดต่อ

[พวกเราผสมพันธุ์กวางเป็นพิเศษ เพราะเลือดกวางอร่อยที่สุด ที่จริงรอบ ๆ คฤหาสน์ก็มีกวางอยู่นะครับ ต้องให้พวกมันวิ่งออกกำลังกายบ้าง คุณภาพของเลือดถึงจะสดและดี”

“มันยังพูดอยู่ไหมกั๊บ” ธีระถามเสียงเล็ก “มันตามมาหรือเปล่า”

คิงส์โกหกโดยการส่ายหน้า

“จริงเหรอ” แฮงก์ถามซ้ำ “มึงนั่งเงียบมากเหมือนกำลังฟังมันพูดอยู่”

“ออกรถแล้ว ออกรถแล้ว!” ธีระตีแขนแฮงก์ ทำหน้าดีใจ

[ในที่สุดผมก็ได้ออกไปยังโลกกว้าง] เสียงเพิร์ชพูด [นี่สินะที่เรียกว่าอิสระ]

คิงส์ยกมือกุมหัว ไม่ว่าจะคิดยังไง มันก็เหมือนว่าเขาเพิ่งจะปล่อยผีร้ายออกจากป่ามา

[ช่างน่าตื่นเต้นมากครับ ดีใจเหลือเกินที่ได้เจอนายน้อย]

คิงส์หยิบโทรศัพท์ขึ้น เสิร์ชหาชื่อวัดที่มีพระไล่ผีเก่ง ๆ

[ผมไม่เคยเข้าวัดไทยมาก่อนเลย เป็นเกียรติมากจริง ๆ ครับที่จะได้เข้าวัดไทยครั้งแรก]

นิ้วมือของคิงส์หยุดชะงัก เขากดลบข้อความแล้วพิมพ์ใหม่

‘วิธีพิสูจน์ว่ามีผีขี่คอเราหรือเปล่า’

คิงส์กดอ่านบทความในพันทิป เมื่อเห็นวิดีโอที่เป็นยูทูปก็นึกขึ้นได้ว่าควรใส่หูฟังเพื่อจะได้ไม่ต้องได้ยินเสียงของเพิร์ช คิงส์รีบหยิบหูฟังมาจากกระเป๋าเป้ เขากดดูคลิปที่ชื่อว่า ‘เจอผีขี่คอ’ กดเพิ่มเสียงชนิดที่ต่อคนข้าง ๆ ตะโกนเรียกก็คงไม่ได้ยินถ้าไม่เอาหูฟังออก

แฮงก์กับธีระลอบมองคนที่นั่งเบาะตรงข้ามบ่อยครั้ง คิงส์อ้ากปากหาว ไม่มีทีท่าตื่นตระหนกเหมือนมีผีนั่งมาด้วย เสียงลมที่ปะทะกับตัวรถดังอื้ออึง แต่ถึงอย่างนั้นเด็กผู้หญิงที่นั่งข้าง ๆ คิงส์ก็ยังได้ยินเสียงจากคลิปยูทูปทะลุจากหูฟังออกมาด้านนอก ผู้ชายวัยกลางคนที่นั่งอีกข้างของคิงส์ก็ได้ยินเช่นกัน เขาส่ายหน้าระอา นึกสงสารแก้วหูที่อาจจะแตก แต่ต่อให้เปิดเสียงดังขนาดนั้น ตอนที่เพิร์ชพูด คิงส์ก็ยังได้ยินชัดเจนอยู่ดี

[ผมเพิ่งส่งข่าวดีให้เพื่อนครับ มัวร์บอกว่าบังเอิญมาก ที่นายน้อยของผมเป็นคนไทยเหมือนบอสเล็กของเขา]

คิงส์ไม่รู้ว่ามัวร์เป็นใคร แต่เดาว่าคงเป็นผีประเภทเดียวกัน

[ผมกำลังวางแผนฝึกนายน้อยให้เป็นทายาทแวมไพร์ที่สมบูรณ์แบบ มัวร์ให้คำแนะนำมาว่าระบบต้องโหดเหี้ยมและออกคำสั่งได้ มัวร์บอกว่าบอสเล็กของเขาเชื่อฟังคำสั่งตลอด หลังจากนี้นายน้อยต้องเชื่อฟังผมแล้วนะครับ]

คิงส์รู้สึกปวดขมับบริเวณเส้นเลือดที่ปูดออกมา รถสองแถวจอดหน้าวัดแห่งหนึ่งเพราะแฮงก์กับธีระกดกริ่งด้านข้าง คิงส์ไม่รู้ว่าวัดนี้จะมีพระเก่งไหม เขาปิดเสียงยูทูป เก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋าแล้วลงจากรถตามหลังแฮงก์ ธีระเป็นคนจ่ายเงินทั้งหมด แฮงก์หยิบกล้องอีกอันกดถ่ายรูปคิงส์ในจังหวะเผลอ

“มีไหม มีไหม” ธีระวิ่งเข้ามาดูภาพในกล้อง

“ไม่มีว่ะ หรือมันจะกระโดดลงก่อนถึงวัดแล้ว” แฮงก์หมุนตัวถ่ายรูปสะเปะสะปะไปเรื่อย คิงส์เดินผ่านเข้าไปในซุ้มประตูวัดคนแรก แฮงก์ยังไม่ลดละความพยายาม ถ่ายรูปคิงส์ต่อในขณะที่เดินตามหลัง ธีระเว้นระยะห่างจากลูกพี่ลูกน้องหลายก้าว

[หรูหรามากครับ] เสียงเพิร์ชพูด เหมือนเป็นนักท่องเที่ยวที่เข้ามาเดินชมวัด [ประติมากรรมแบบไทย ประตูบานไม้โบราณแกะสลัก แล้วนั่น! นั่นหมาใช่ไหมครับ ในวัดเลี้ยงหมาได้ด้วย?]

คิงส์เดินไปอีกทางที่ไม่มีหมานั่งอยู่

[ผมชอบหมาครับ แต่พวกวินซ์บอกว่าเลือดของมันไม่อร่อย บนหลังคามีนกเยอะเลย จะว่าไปประเทศไทยนี่สายไฟระโยงระยางมากเลยนะครับ]

คิงส์เร่งฝีเท้า เดินเข้าไปหาพระที่ยืนใกล้สุดแล้วยกมือไหว้ แฮงก์กับธีระรีบวิ่งตามมาด้านหลัง

[นมัสการครับหลวงพ่อ] เพิร์ชพูดในหัว เร็วกว่าคิงส์ที่เพิ่งจะขยับปากเผยอขึ้น

“มาทำบุญครับ” คิงส์บอก แฮงก์กับธีระยกมือไหว้พร้อมกันแล้วยิ้ม

“ไม่ไปโรงเรียนกันหรอกเหรอฮึ?” หลวงพ่อถาม

“ไม่มีเรียนครับ ครูให้กลับบ้านได้” ธีระเหลือบมองคิงส์แล้วพูดต่อ “ระหว่างทางโดนผีหลอกมาครับ หลวงพ่อไล่ผีให้พวกเราได้ไหม”

“โดนผีหลอก?!” พระหันมองคิงส์แล้วทำตาโตไม่ต่างจากธีระ “เอ่อ เรื่องผีอาตมาก็ไม่ค่อยสันทัด แต่ลองถวายสังฆทานดูไหมล่ะ กรวดน้ำอุทิศบุญกุศลให้มัน ได้บุญแล้วเดี๋ยวมันก็ไปจากเรา”

แฮงก์กับธีระลงความเห็นว่าทำอะไรได้ก็ลองทำ ๆ ไปก่อน คิงส์เดินตามหลวงพ่อไปยังศาลาแล้วยกสังฆทานถวาย ธีระกับแฮงก์ตั้งใจฟังพระสวดอย่างแน่วแน่ เมื่อถึงเวลากรวดน้ำ แฮงก์กับธีระก็ระลึกก็นึกถึงพี่ที่คฤหาสน์ร้างแล้วบอกอุทิศที่ทำครั้งนี้ให้ทั้งหมด รินน้ำเสร็จสรรพทั้งคู่ก็หน้าตาสดใสขึ้น หลวงพ่อหลับตาพริ้ม ตั้งใจสวดต่อในบทส่งท้าย

“… อะภิวาทะนะสีลิสสะ นิจจัง วุฑฒาปะจายิโน จัตตาโร ธัมมา วัฑฒันติ อายุ วัณโณ สุขัง…. พะลัง”

[สาธุ]

เสียงของเพิร์ชทำคิงส์ขมวดคิ้ว แฮงก์กับธีระพูดสาธุหลังผีไม่กี่วินาทีต่อมา คิงส์ลดมือลง ทำท่าจะลุกขึ้น

“หายแล้วนะโยม” หลวงพ่อบอก “ไม่มีผีแล้ว”

คิงส์ยิ้มหน้าเจื่อน ยกเอาที่กรวดน้ำไปเทใต้ต้นไม้

[รู้สึกอิ่มเอมมากครับ] เสียงเดิมดังในหัว [ผมไม่เคยเข้าร่วมพิธีกรรมของทางศาสนาพุทธมาก่อน วันนี้เป็นวันที่ผมมีความสุขมาก]

เทน้ำหมด คิงส์ก็คว่ำภาชนะไปเลย

[ไปที่ไหนต่อดีครับ] เพิร์ชถาม [วัดที่สองไหม ผมได้ยินว่าชาวพุทธชอบทำบุญเก้าวัด ไปตระเวนให้ครบเก้าวัดเลยดีไหมครับนายน้อย]

ไรท์: โว้ยยยเพิร์ช เขาทำบุญไล่แกอยู่ จะชวนไปเก้าวัดอะไรก่อนนน 5555

#ระบบทายาทแวมไพร์ #นายน้อยของเพิร์ช

#ระบบทายาทมาเฟีย #บอสเล็กของมัวร์

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...