จุดจบสลด! บทเรียน 'พนันบอล' นักกีฬา-ชาวบ้านแห่จ้อง 'เกมล้มโต๊ะ' เดิมพันมิตรภาพ vs เงิน
จุดจบสลด! บทเรียน ‘พนันบอล’ นักกีฬา-ชาวบ้านแห่จ้อง ‘เกมล้มโต๊ะ’ เดิมพันมิตรภาพ vs เงิน
เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม ที่ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร ไทย-ญี่ปุ่น (ดินแดง) กรุงเทพมหานคร ร่วมกับ สมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทย, หอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) และสมาคมหนังกลางแปลงแห่งประเทศไทย จัดงานเทศกาล “กรุงเทพกลางแปลง” ระหว่างวันที่ 7 ตุลาคม-12 พฤศจิกายนนี้ โดยมีโปรแกรมฉายภาพยนตร์ 22 เรื่อง ต่อเนื่อง 6 สัปดาห์ 7 สถานที่ สำหรับวันที่ 20-22 ตุลาคม จัดที่ศูนย์เยาวชนฯ ไทย-ญี่ปุ่น มีรายการพากย์สด ควบกับการฉายภาพยนตร์ 3 มิติ ตั้งแต่เวลา 16.00 น. เป็นต้นไป
บรรยากาศเวลา 19.00 น. มีวงพูดคุยกับผู้กำกับและนักแสดงภาพยนตร์เรื่อง Goal Club เกมล้มโต๊ะ โดย กิตติกร เลียวศิริกุล หรือ เรียว ผู้กำกับฯ และ สุรัตนาวี สุวิพร หรือ โบ นักแสดงนำ ไอดอลยุคมิลเลนเนียล ร่วมพูดคุยก่อนฉายภาพยนตร์เรื่อง “Goal Club” อินทิรา เจริญปุระ หรือ ทราย นักแสดง เป็นผู้ดำเนินรายการ ท่ามกลางประชาชน หลั่งไหลมาจับจองพื้นที่ บางส่วนมาเป็นครอบครัว โดยซื้ออาหารที่จำหน่ายภายในงานมานั่งรับประทานขณะชมภาพยนตร์ นอกจากนี้ ยังมีนักศึกษานำการบ้านมานั่งทำ ไปจนถึงนักกีฬา มาร่วมนั่งรับชมอีกด้วย
สำหรับภาพยนตร์เรื่อง “Goal Club เกมล้มโต๊ะ”
แนวแอ๊กชั่น-ดราม่า ได้รับเลือกให้ขึ้นทะเบียนมรดกภาพยนตร์ของชาติ ครั้งที่ 11 ประจำปี 2564 โดยหอภาพยนตร์ สร้างในปี พ.ศ.2543 และออกฉายครั้งแรกในปีถัดมา 27 เมษายน 2544 โดย /บริษัทสร้าง ฟิล์มบางกอก, ผู้อำนวยการสร้าง อดิเรก วัฏลีลา, กำกับโดย กิตติกร เลียวศิริกุล โดยความพิเศษคือนำฟิล์ม 35 มม. ความยาว 98 นาที มาฉายซ้ำในวันนี้
โดยนื้อหา เล่าถึงเรื่องราวของการพนันฟุตบอล ที่เกิดขึ้นแม่กระทั่งในรั้วโรงเรียน ด้วยปัจจัยทางเศรษฐกิจ นำพากลุ่มวัยรุ่นมัธยมมาพัวพันกับการพนัน บางคนนำเงินมาใช้หนี้ให้พ่อที่ติดพนันบอล บ้างก็ติดผู้หญิงค้าประเวณี โดยตัวละครเอก ‘อ๊อตโต้’ หวังนำเงินไปซื้อตั๋วพา ‘เจ’ แฟนสาว ไปดูบอลที่ยุโรป แต่ต่างก็หวังหลอกกันและกัน ส่วนหนุ่มผู้ที่เป็นพี่ชายหวังมีเงินจุนเจือน้อง เป็นเหตุผลให้กลุ่มวัยรุ่นชายรวมตัวกันโกงเจ้ามือพนันฟุตบอล หรือ “ปั๊ว’ นำมาสู่จุดจบที่น่าสลดใจ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ฉากหลังตอนหนึ่งเป็นการถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอล ระหว่างไทย-เกาหลี ในเอเชี่ยนเกมส์ ซึ่งผู้คนมักจะนั่งรวมกลุ่มลุ้นผลฟุตบอลและผลพนันผ่านหน้าจอโทรทัศน์ที่รัฐบาลถ่ายทอดสัญญาณ โดยหลังจากดูบอล มีชายรุ่นใหญ่ให้เงิน ‘อ๊อตโต้’ ชวนไปเดินโพยบอล
ในยุคที่คนไทยสะสมฝาน้ำอัดลมแลกของ ชิงตั๋วไปดูฟุตบอล สะท้อนถึงความนิยมฟุตบอลของคนไทยในยุคนั้น ในขณะเดียวกันหนึ่งในตัวแสดงมีพ่อติดการพนันบอล ไม่มีเงินจ่ายหนี้ จึงขอรับงานด้วย ทำหน้าที่หาลูกค้ามาให้ ซึ่งในเนื้อเรื่องมีผู้เล่นพนันตั้งแต่ผู้ใหญ่ จนถึงเด็กระดับประถม
โดยการเล่นจะอาศัยเด็กแทงโพล เป็นคนหาลูกค้า โอนเงินที่ได้ให้เจ้ามือ หรือ ‘ ปั๊ว’ ซึ่งขบวนการนี้เติบโตขยายตัวอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เจ้า (คนกลางที่รับแทงบอล) มีรายได้สูง บางครั้งมากถึงวันละวันกว่า 200,000 บาท (ในช่วงปี 2540) เพราะมีการจัดการกันอย่างเป็นระบบ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในตอนหนึ่งของภาพยนตร์ ลูกน้องของปั๊ว ไปทวงเงินแล้วไม่มีจ่าย ถึงขั้นยิงแม่ค้ากลางตลาด
อย่างไรก็ดี อ๊อตโต้ และเพื่อนๆ วางแผนเสี่ยง เพื่อตั๋วบอลยูโร ใช้วิธีโกง รับแทงบอลแต่ยังไม่ไม่ส่งโต๊ะทันที เอาเงินไว้กับตัวก่อน จับมาชนแล้วหาร 2 เพื่อให้ได้ 10 % สวมรอยดำเนินการแทน ‘ปั๊ว’ ได้เงินมาเอามาให้กองกลาง เอามาแบ่งสัดส่วนกัน
ในตอนหนึ่งเกิดความไม่พอใจระหว่างเพื่อนในกลุ่ม เมื่อบางคนได้น้อยเงินกว่าคนอื่น มีการผิดสัญญาจากที่ตกลงกันว่า แบ่งสัดส่วนตามผู้ที่ลงทุนมากกว่า เป็นชนวนให้เกิดการหักหลังระหว่างเพื่อนกันเอง มองเรื่องผลประโยชน์ และยืมเงินกันเอง
โดยประโยคที่น่าสนใจ อาทิ “ถ้าเลิกเดินโพย มึงยังเห็นกูเป็นเพื่อนอยู่ไหม”, “บอลกับเงินมึงเอาอะไร – เงิน” เป็นต้น