โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

Metaverse โลกเสมือน ที่ยกระดับการเติบโตของกลุ่มเทคโนโลยี

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 08 มิ.ย. 2565 เวลา 03.13 น. • เผยแพร่ 31 ม.ค. 2565 เวลา 01.32 น.

คอลัมน์ : สถานีลงทุน ผู้เขียน : วัทธิกร กิจจาวิจิตร ธนาคารทิสโก้

โลกในวันนี้กับโลกเมื่อ 20 ปีที่แล้ว มีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ความสามารถในการประมวลผลของคอมพิวเตอร์ที่พัฒนาขึ้นช่วยยกระดับให้สามารถสร้างเทคโนโลยีมากมายเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับมนุษย์

โดยเทคโนโลยีล่าสุดจาก Meta ได้อธิบายถึงการเชื่อมต่อกันระหว่างโลกแบบเดิมที่เราอยู่ในปัจจุบันกับโลกเสมือนที่เป็นส่วนขยายที่ถูกสร้างขึ้นมาบนอินเทอร์เน็ต หรือที่เรียกว่า “Metaverse” ซึ่งเป็นพื้นที่เสมือนที่ออกแบบให้มนุษย์สามารถใช้ชีวิตโดยใช้ตัวตนแบบดิจิทัลผ่านเทคโนโลยี VR และ AR ที่ช่วยทำให้มีส่วนร่วมในกิจกรรมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น การศึกษา การทำงาน และกิจกรรมทางเศรษฐกิจ

ซึ่งมีความแตกต่างจากโลกออนไลน์แบบปกติ ทำให้การเข้ามาของ Metaverse นั้นจะช่วยสร้างโอกาสในการลงทุนในบริษัทที่ได้รับประโยชน์จากการเติบโตของ virtual world ซึ่งเปรียบเสมือนโลกใบที่ 2 ของมนุษย์

ถึงแม้อุตสาหกรรมที่ได้ประโยชน์การเกิดขึ้นของ Metaverse ในระยะเริ่มต้นคือ เกม แต่หากพิจารณาลงไปในรายละเอียดจะพบว่า มีอีกหลายอุตสาหกรรมที่ประกอบกันขึ้นมาเป็น ecosystem ของ Metaverse ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นบริษัทขนาดใหญ่ เช่น Meta นอกจากจะเป็นผู้เปิดตัว Metaverse แล้วนั้นยังเติบโตด้วยอุปกรณ์สวมใส่ Oculus VR ด้วยส่วนแบ่งตลาดกว่า 75%

โดยข้อมูลจาก Appleเปิดเผยว่า application ในช่วงคริสต์มาสที่ถูกดาวน์โหลดมากที่สุด คือ Oculus Virtual Reality App ซึ่งบ่งชี้ให้เห็นถึงความสนใจของผู้คนในโลกของ Metaverse

นอกจากนี้ Microsoft ได้มีการเปิดตัวMicrosoft Mesh ที่สร้างขึ้นบน platform ของบริการ Cloud Azure เป็นระบบโลกเสมือนที่เปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานจำนวนมากที่อยู่ต่างสถานที่กันสามารถประชุม หรือทำการวิจัยร่วมกันได้ เพียงแค่สวมแว่นตา HoloLens2 จะเห็นได้ว่าอุปกรณ์สวมใส่ประเภท VR ถือเป็นกุญแจสำคัญที่สุดในการเข้าสู่โลก Metaverse ซึ่งสิ่งหนึ่งที่อยู่เบื้องหลังของอุปกรณ์เหล่านี้คือ ชิป

โดยปัจจุบันนี้ Qualcomm เป็นผู้ออกแบบชิป Snapdragon ให้กับ Oculus และ HoloLens2 โดยมีโรงงานผู้ผลิตคือ Samsung และมีแผนที่จะให้ TSMC เป็นผู้ผลิตในอนาคต ทำให้อุตสาหกรรมชิปจะได้รับประโยชน์ตามการเติบโตของ Metaverse Hardware เหล่านี้ด้วย

หากนึกถึง Metaverse นอกจากกลุ่มที่ผลิต hardware ยังมีอีกกลุ่มหนึ่งที่ขาดไม่ได้คือ บริษัทที่ทำกราฟิก และ software หนึ่งในนั้นคือ Nvidia ผู้ครองส่วนแบ่งตลาดการ์ดจออันดับ 1 (83%)

และล่าสุดได้ทำการเปิดตัว Omniverse ช่วยให้ผู้ใช้ออกแบบตัวตนในโลกเสมือน หรือที่เรียกว่า Avatars รวมถึงวัตถุต่าง ๆ ในโลกเสมือน เช่น ค่ายรถยนต์ BMW ได้พัฒนารถยนต์ใน Omniverse เช่นกัน โดยจะพัฒนาร่วมกับ Game Engine และผู้พัฒนาแบบจำลอง 3D เช่น Unity บริษัทที่ถูกใช้ออกแบบสนามบินของฮ่องกง โดยใช้ Rendering Software ที่ไม่เพียงแต่จำลองแบบเท่านั้น

แต่ยังสามารถจำลองสถานการณ์ stress-test เช่น ไฟไหม้ และน้ำท่วม เพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่คาดฝันไว้ล่วงหน้า ทางฝั่งผู้ผลิต software คือ ผู้สร้างชุมชน (community) ไปจนถึงการโอนเงินดิจิทัล โดยมีบริษัทชั้นนำอย่าง Roblox ซึ่งเติบโตจากการเป็นชุมชนออนไลน์สามารถเชื่อมต่อได้หลายผู้เล่น

และมีจุดเด่นที่สามารถให้ผู้เล่นออกแบบชุมชนของตนเองได้ ผู้มีชื่อเสียงอย่าง Paris Hilton, Justin Bieber ไปจนถึง DJ Marshmellow ได้จัด New Year’s Eve Party ใน Virtual Island ของตนเองผ่าน platform ของ Roblox

Roblox ได้เปลี่ยนพฤติกรรมจากผู้เล่นเกมธรรมดาให้เป็นการใช้เวลาอยู่ในโลกเสมือน ส่งผลให้ยอดผู้เล่นเติบโตขึ้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และบริษัทที่มีรายรับเป็นค่าบริการก็ได้ประโยชน์จากการเติบโตดังกล่าว

เช่นเดียวกับ Epic Game ผู้สร้างเกม Fortnite เกมออนไลน์ในรูปแบบผู้เล่นหลายคน ซึ่งบริษัทรองเท้าชื่อดังอย่าง Nike ได้เปิดตัวรองเท้าสำหรับเป็นไอเท็มให้กับตัวละครในเกม แสดงให้เห็นถึงความนิยมของโลก Metaverse ที่เพิ่มสูงขึ้น

นอกจากธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ hardware และ software แล้วนั้น อีกกลุ่มหนึ่งที่ขาดไม่ได้ คือ Cloud Infrastructure +5G ซึ่งเปรียบเสมือนเป็นโครงสร้างพื้นฐานในโลกเสมือน สำหรับการเติบโตในอนาคตของโลกเสมือนจะถูกนำไปประยุกต์กับวงการอื่น เช่น การจัดงานแสดง ไปจนถึง e-Commerce

ด้วยความนิยมดังกล่าวทำให้ Bloomberg Consensus ประเมินว่า มูลค่าตลาดของธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ Metaverse จะพุ่งสูงขึ้นจาก 1.8 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2021 ไปแตะ 8 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2024

หรือคิดเป็นการเติบโตกว่า 3.4 เท่าภายในระยะเวลา 4 ปี หรือคิดเป็นการเติบโตปีละ 13% CAGR โดยมีประเทศมหาอำนาจทางด้านเทคโนโลยีอย่างจีน ที่ได้สนับสนุนการเกิดโลกเสมือน เห็นได้จากวิสัยทัศน์ของผู้นำซึ่งมีการกล่าวถึง virtual world ในแผนพัฒนา 5 ปี โดยจะเร่งพัฒนาห่วงโซ่อุปทานที่เกี่ยวข้อง

ขณะที่ Baidu ทำการเปิดตัว XiRang หรือดินแดนแห่งความหวัง ซึ่งเป็น Metaverse แรกของประเทศจีน ในวันที่ 21 ธ.ค. 2021 การเปิดตัว Metaverse ของ Baidu นั้นเพิ่มโอกาสในการพัฒนา application ต่าง ๆ ให้มากขึ้นไปอีก

จะเห็นได้ว่าใน Metaverse Ecosystem นั้นมีหลายบริษัทในกลุ่มเทคโนโลยีที่ได้รับประโยชน์และยังมีช่องว่างในการเติบโตอีกมาก ปัจจุบันมีเพียงกองทุน Roundhill Ball Metaverse ETF ที่ลงทุนในบริษัทที่เกี่ยวข้องกับ Metaverse ซึ่งประกอบด้วยหุ้นขนาดใหญ่มากกว่า 95%

ทำให้มองว่าธีมของ Metaverse เป็นส่วนผสมระหว่างหุ้น growth+quality ที่นอกจากจะสามารถสร้างการเติบโตได้สูงแล้วนั้น หลายบริษัทในห่วงโซ่อุปทานของ Metaverse ยังสามารถสร้างผลกำไรได้อย่างสม่ำเสมอ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนต่างมองหาในช่วงที่ดอกเบี้ยปรับตัวสูงขึ้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...