โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ด่วน! ศาลอาญาพิพากษาจำคุก "ประสิทธิ์ เจียวก๊ก" 1,155 ปี กรณีหลอกลงทุนเว็บไซต์ซื้อ-เช่าสินค้าแบรนด์เนม ชดใช้ค่าเสียหายกว่า 1 พันล้านบาท

สวพ.FM91

อัพเดต 03 ก.ค. 2566 เวลา 05.31 น. • เผยแพร่ 03 ก.ค. 2566 เวลา 05.14 น.

วันที่ 3 ก.ค.2566 ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า ที่ ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลมีคำพิพากษาในคดีที่พนักงานอัยการคดีเศรษฐกิจและทรัพยากร 2 เป็นโจทก์ฟ้องที่นายประสิทธิ์ เจียวก๊ก กับพวกรวม 9 คนในฐานความผิดตาม พ.ร.ก.กู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ.2527, และพ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ กรณีที่จำเลยและพวกได้ ได้ร่วมกันเปิดบริษัทซื้อแล้วปล่อยเช่ากระเป๋าแบรนด์เนม เมื่อปี 2463-2564 มูลค่าความเสียหายกว่า 1,000 ล้านบาท

โดยศาลได้พิจารณาพยานหลักฐานทั้งฝ่ายโจทก์และจำเลย พบว่าจากจำเลยที่ 1-2-3 มีการกระทำความผิดตามฟ้องเนื่องจากจำเลยได้ใช้ข้อความอันเป็นเท็จโฆษณาชักชวนให้ผู้เสียหายเข้าร่วมลงทุนโดยเป็นการทุจริต อีกทั้งยังให้ผลตอบแทนในอัตราสูงกว่าที่สถาบันการเงินกำหนด โดยที่รู้อยู่แล้วว่าไม่สามารถประกอบกิจการให้ผลตอบแทนได้ จึงถือว่าบริษัท วีเลิฟยัวแบ็ก (ไทยแลนด์) จำกัด / บริษัท เหนือโลก จำกัด และนายประสิทธิ์ จำเลยที่ 1 , 3 , 4 ร่วมกับทุจริตหลอกลวง มีความผิดตามฟ้อง แต่เป็นความผิดกรรมเดียว ผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษข้อหาหนักสุดคือร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ให้ปรับ 321 กระทง กระทงละ 5 แสนบาท รวมปรับจำเลยทั้ง 3 ราย รายละ 145,500,000 บาท และจำคุกนายประสิทธิ์ กระทงละ 5 ปี รวม 1,155 ปี แต่ให้ลงโทษตามกฎหมายสูงสุด 20 ปี และให้จำเลยทั้ง 3 ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายกว่า 1,000 ล้านบาทคืนให้ผู้เสียหายตามฟ้อง พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 5 ต่อปี

อย่างไรก็ตาม จำเลยบางรายได้ต่อสู้คดีว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด โดยบางรายอ้างว่าได้ลาออกจากบริษัทแล้วในขณะที่จำเลยบางรายอ้างว่าเป็นเพียงลูกจ้างหรือเลขาไม่มีส่วนรู้เห็นกับการกระทำความผิด หรือเป็นผู้ซื้อทองมาร่วมลงทุน จึงพิพากษายกฟ้องจำเลยที่ 2 5 6 7 8 9 พิพากษายกฟ้องแต่ให้ขังไว้ระหว่างอุทธรณ์

ทั้งนี้ อธิบดีศาลได้มีความเห็นแย้งเนื่องจากเห็นว่าจำเลยทั้งเก้ารายมีพฤติการณ์และหลักฐานที่เชื่อได้ว่าร่วมกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป เป็นตัวการร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน มีการกระทำเป็นขบวนการ และความสัมพันธ์ใกล้ชิดเชื่อมโยงกับนายประสิทธิ์และบริษัทไม่อาจอ้างได้ว่าไม่มีส่วนรู้เห็นกับการกระทำของจำเลยจึงเห็นว่าจำเลยทั้งเก้ามีความผิดตามฟ้อง

สำหรับคดีนี้เมื่อวันที่ 2 พ.ค.2566 ศาลเคยนัดฟังคำพิพากษาคดีนี้ แต่เนื่องจากเอกสารในคดีมีจำนวนมาก ทำให้ศาลพิจารณาไม่แล้วเสร็จ จึงเลื่อนมาฟังคำพิพากษาในวันนี้ (3 ก.ค.66)

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...