เลือกตั้ง66 : เลือกตั้งล่วงหน้า เช็คให้ดีเจ้าหน้าที่ทำถูกไหม ขัดข้องรีบทักท้วง
7 พฤษภาคม 2566 ผู้ที่ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า จะได้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งแล้ว โดยคูหาเปิดตั้งแต่เวลา 08.00 – 17.00 น. ผู้ที่ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตไปแล้ว จะต้องไปใช้สิทธิในวันดังกล่าว ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงหรือไปใช้สิทธิในวันเลือกตั้งจริง 14 พฤษภาคม 2566 ได้แล้ว
สำหรับผู้ที่ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า โดยเฉพาะการเลือกตั้งล่วงหน้า “นอกเขต” เมื่อไปที่หน่วยเลือกตั้งแล้ว มีข้อสังเกตสองอย่างที่ต้องดูให้ดี ว่าเจ้าหน้าที่ปฏิบัติตามนี้หรือไม่ คือ 1) บัตรเล็กสีขาวที่เจ้าหน้าที่จะจดเขตเลือกตั้งให้ตอนอยู่หน้าหน่วย และหน้าซองใส่บัตรเลือกตั้งที่เจ้าหน้าที่จะต้องระบุ “เขตที่เรามีสิทธิเลือกตั้ง” ให้ เจ้าหน้าที่ระบุถูกต้องหรือไม่ และ 2) เจ้าหน้าที่ได้เซ็นชื่อตรงรอยต่อผนึกซองใส่บัตรเลือกตั้ง และ “ปิดเทปใสทับ” ทับหรือไม่ หากเห็นว่าไม่ถูกต้อง มีข้อขัดข้อง รีบสอบถาม ทักท้วงเจ้าหน้าที่เลย
โดยขั้นตอนการใปใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต มีดังนี้
1) ผู้ที่ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต เช็คสิทธิเลือกตั้ง และลำดับที่ในบัญชีของตนเอง อย่าลืมพกบัตรประจำตัวประชาชน หรือเอกสารที่ราชการออกให้และมีเลขประจำตัวประชาชน 13 หลักไปด้วย เช่น หนังสือเดินทาง ใบขับขี่ หรือจะโหลดแอป ThaID เพื่อแสดงบัตรประจำตัวประชาชนแบบอิเล็กทรอนิกส์ก็ได้
เช็คสิทธิ : https://boraservices.bora.dopa.go.th/election/enqelection/
2) อย่าลืมเช็คเบอร์พรรคการเมืองเพื่อเลือก ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ (บัตรสีเขียว) และเบอร์ผู้สมัคร ส.ส. แบบแบ่งเขต (บัตรสีม่วง) ของเขตที่เรามีสิทธิเลือกตั้ง ระวัง! อย่าสับสนไปกาเบอร์ผู้สมัครของเขตที่เราเลือกสถานที่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง
เช็คเบอร์ ส.ส. : https://www.vote62.com/candidates
3) ไปถึงหน้าหน่วยเลือกตั้ง เข้าแถวแยกตามป้ายจังหวัดที่ตนมีสิทธิ เมื่อถึงคิวแล้วให้แจ้งชื่อ-นามสกุล และลำดับในบัญชีรายชื่อกับเจ้าหน้าที่ (ดูได้จากเว็บเช็คสิทธิ) เจ้าหน้าที่จะเขียนข้อมูล “เขตที่เรามีสิทธิเลือกตั้ง” ลงในบัตรสีขาวใบเล็ก ไม่ใช่เขตที่เราไปใช้สิทธิ ให้ดูว่าเจ้าหน้าที่เขียนถูกหรือไม่ ตัวอย่างเช่น ถ้าเรามีสิทธิเลือกตั้ง ในกรุงเทพมหานคร เขต 1 (สิทธิเลือกตั้งจะอิงตามที่อยู่ในทะเบียนบ้าน) แต่เราไปใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต ในนนทบุรี เขต 2 เจ้าหน้าที่จะต้องเขียนในบัตรใบเล็กสีขาวว่า กรุงเทพมหานคร เขต 1 ถ้าพบว่าเจ้าหน้าที่เขียนผิด ให้รีบแจ้ง ทักท้วงกับเจ้าหน้าที่ ว่า ระเบียบกกต. ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2566 ข้อ 200 ระบุให้เจ้าหน้าที่ ต้องลงรายการเกี่ยวกับจังหวัดเขตเลือกตั้ง ของ “ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง” ลงบนซองใส่บัตรเลือกตั้ง
ดูระเบียบ https://www.ect.go.th/ect_th/download/article/article_20230216073841.pdf
4) แสดงตนกับเจ้าหน้าที่ : แจ้งลำดับที่ในบัญชีรายชื่อของเรา และยื่นบัตรประชาชน หรือเอกสารที่ราชการออกให้และมีเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก และมีรูปถ่าย เช่น ใบขับขี่ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบรายชื่อ
จากนั้นเจ้าหน้าที่จะให้เราลงลายมือชื่อในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งนอกเขต และเจ้าหน้าที่ก็จะระบุ จังหวัด เขตเลือกตั้ง และรหัสเขตเลือกตั้งที่เรามีสิทธิลงบนซองใส่บัตรเลือกตั้ง ให้ดูด้วยว่าจังหวัดและเขตที่เรามีสิทธิเลือกตั้ง ระบุบนหน้าซองถูกต้องหรือไม่ โดยเจ้าหน้าที่จะต้องเขียนข้อมูล “เขตที่เรามีสิทธิเลือกตั้ง” ลงบนซอง ไม่ใช่เขตที่เราไปใช้สิทธิ ให้ดูว่าเจ้าหน้าที่เขียนถูกหรือไม่
ตัวอย่างเช่น ถ้าเรามีสิทธิเลือกตั้ง ในกรุงเทพมหานคร เขต 1 (สิทธิเลือกตั้งจะอิงตามที่อยู่ในทะเบียนบ้าน) แต่เราไปใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต ในนนทบุรี เขต 2 เจ้าหน้าที่จะต้องระบุลงบนซองใส่บัตรเลือกตั้งว่า กรุงเทพมหานคร เขต 1 ถ้าพบว่าเจ้าหน้าที่เขียนผิด ให้รีบแจ้ง ทักท้วงกับเจ้าหน้าที่ ว่า ระเบียบกกต. ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2566 ข้อ 200 ระบุให้เจ้าหน้าที่ ต้องลงรายการเกี่ยวกับจังหวัดเขตเลือกตั้ง ของ “ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง” ลงบนซองใส่บัตรเลือกตั้ง
บนซองจะต้องมีการเจาะรูทั้งสองข้างเพื่อให้เห็นบัตรเลือกตั้งทั้งสองใบได้จากภายนอก ต่อมา จะส่งบัตรประชาชนและซองใส่บัตรเลือกตั้งของเรา ให้เจ้าหน้าที่คนที่ 2
5) รับบัตรเลือกตั้งกับเจ้าหน้าที่ : หลังจากเจ้าหน้าที่คนที่ 2 ได้รับบัตรประชาชนและซองใส่บัตรเลือกตั้งหนึ่งซองของเรามาแล้ว เจ้าหน้าที่คนที่ 2 จะจดลำดับที่ในบัญชีรายชื่อของเรา ไว้ที่ต้นขั้วบัตรเลือกตั้ง และให้เราลงลายมือชื่อที่ต้นขั้วบัตรเลือกตั้งด้วย หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ก็จะลงลายมือชื่อกำกับตรงต้นขั้วบัตรเลือกตั้งเช่นกัน แล้วฉีกบัตรออกจากต้นขั้ว ในบัตรที่เราจะนำไปเข้าคูหา จะต้องไม่มีต้นขั้วบัตรที่เซ็นชื่อเราและชื่อเจ้าหน้าที่ จากแล้วส่งมอบบัตรเลือกตั้งและบัตรประชาชนคืนมาให้เรา
ถ้าหากผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่สามารถลงลายมือชื่อได้ ให้พิมพ์ลายนิ้วมือของนิ้วโป้งข้างขวา ถ้าไม่มีนิ้วโป้งขวาให้พิมพ์ลายนิ้วมือนิ้วโป้งซ้าย แต่ถ้าไม่มีนิ้วโป้งทั้งสองข้าง ให้พิมพ์ลายนิ้วมืออื่นแทนและกรรมการประจำหน่วยจะใส่หมายเหตุไว้
6) เข้าคูหา ทำเครื่องหมาย “กากบาท” ในบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ : ในคูหาเลือกตั้งจะมีปากกาเตรียมไว้ให้แล้ว แต่ถ้านำไปเองก็แนะนำให้ใช้สีน้ำเงินเพราะจะอ่านง่ายกว่าเวลาเจ้าหน้าที่นับคะแนน
บัตรเลือกตั้งใบแรก เลือกตั้งผู้สมัคร ส.ส. แบบแบ่งเขต (สีม่วง) จะมีแค่เบอร์มาให้ ไม่มีข้อมูลชื่อ-นามสกุล ไม่มีโลโก้พรรค ต้องจำเบอร์ให้ดีตั้งแต่แรก
บัตรเลือกตั้งใบที่สอง เลือกผู้สมัคร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อพรรคการเมือง (สีเขียว) จะมีโลโก้พรรคการเมืองระบุไว้ในบัตร แต่ถ้าจำเบอร์ได้ก็จะช่วยให้กาไว้ขึ้น
ให้ทำเครื่องหมาย “กากบาท” ในช่องว่างสำหรับทำเครื่องหมาย โดยให้ทำเครื่องหมายกากบาทแค่ครั้งเดียวเท่านั้น แต่ละบัตรเลือกตั้ง สามารถกาเลือกได้เพียงเบอร์เดียว อย่ากาหลายเบอร์
หากไม่อยากเลือกผู้สมัคร ส.ส. แบบแบ่งเขตคนใดเลย และ/หรือ ไม่ประสงค์จะเลือกบัญชีรายชื่อจากพรรคการเมืองใดเลย ให้ทำเครื่องหมายกากบาทในช่อง “ไม่เลือกผู้สมัครผู้ใด” หรือ “ไม่เลือกบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองใด”
ระวัง! ข้อห้าม ไม่ควรทำพฤติกรรมดังต่อไปนี้ เพราะบัตรเลือกตั้งนั้นจะกลายเป็น “บัตรเสีย” ไม่ถูกนับเป็นคะแนน
- ทำเครื่องหมายอื่นนอกจากกากบาท เช่น กากบาทแล้วใส่วงเล็บล้อม ทำเครื่องหมายดาว วาดรูปหัวใจ ทำสี่เหลี่ยม เขียนคำหรือเบอร์พรรคที่จะเลือก
- ใส่เครื่องหมายกากบาทมากกว่าหนึ่งอันขึ้นไปในช่องเดียว
- ทำเครื่องหมายกากบาทนอกช่องทำเครื่องหมาย
- กาเบอร์มากกว่าหนึ่งเบอร์ขึ้นไป
- เขียนข้อความใดๆ ลงในบัตรเลือกตั้ง
- ปล่อยช่องเว้นว่างไว้ ไม่กาเบอร์ใดเลย
- กาทั้งช่อง “ไม่เลือกผู้สมัครผู้ใด” หรือ “ไม่เลือกบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองใด” และกาเบอร์ผู้สมัคร ส.ส. แบบแบ่งเขต หรือเบอร์บัญชีรายชื่อพรรคการเมืองด้วย
- กาในช่องที่ไม่มีผู้สมัคร
7) นำบัตรเลือกตั้งใส่ซอง ปิดผนึก ส่งให้เจ้าหน้าที่เซ็นกำกับ : หลังจากกาในช่องทำเครื่องหมายกากบาท ของบัตรเลือกตั้งทั้งสองใบแล้ว ให้นำบัตรเลือกตั้งใส่ซองใส่บัตรเลือกตั้ง และปิดผนึกซองให้เรียบร้อย อย่าเพิ่งนำบัตรเลือกตั้งไปหย่อนใส่กล่อง แต่ให้นำบัตรเลือกตั้งที่ใส่ซองเรียบร้อยแล้ว ไปให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบดูก่อนว่าใส่บัตรและปิดผนึกเรียบร้อยหรือไม่ จากนั้นเจ้าหน้าที่จะลงลายมือชื่อกำกับตรงรอยต่อผนึกซองบัตรเลือกตั้งและปิดทับรอยต่อผนึกซอง ด้วยเทปกาวใส กลไกนี้จะทำให้ช่วยตรวจสอบได้ว่า ซองใส่บัตรเลือกตั้งถูกเปิดหรือไม่
8) หย่อนซองใส่บัตรเลือกตั้งลงหีบ : หลังจากเจ้าหน้าที่จัดการกับซองใส่บัตรเลือกตั้งเรียบร้อยแล้ว ก็จะส่งซองใส่บัตรเลือกตั้งคืนกลับมาให้ ให้นำซองใส่บัตรเลือกตั้ง ไปหย่อนลงในหีบบัตรเลือกตั้ง โดยหีบจะมีใบเดียว และบัตรแต่ละประเภท (เลือกส.ส. แบบแบ่งเขต - บัญชีรายชื่อ) จะถูกนำไปแยกภายหลัง โดยที่ซองใส่บัตรจะมีรูเพื่อให้เห็นว่ามีบัตรสองใบ สองสี