โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

SJWD ประกาศขยายธุรกิจโลจิสติกส์และซัพพลายเชนครบวงจรสู่อาเซียน พร้อมก้าวสู่เป้าหมาย Market Cap 100,000 ล้านบาท ภายในปี ‘70

TODAY

อัพเดต 23 มิ.ย. 2566 เวลา 12.19 น. • เผยแพร่ 26 มิ.ย. 2566 เวลา 08.59 น. • workpointTODAY

ถือว่าเป็นข่าวในแวดวงธุรกิจที่น่าจับตามองเป็นอย่างยิ่ง เมื่อบริษัท เอสซีจี เจดับเบิ้ลยูดี โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SJWD ผู้ให้บริการโลจิสติกส์และซัพพลายเชนแบบครบวงจร รายใหญ่ที่สุดในอาเซียน ซึ่งเกิดจากการควบรวมระหว่าง บริษัท เอสซีจี โลจิสติกส์ แมเนจเม้นท์ จำกัด และบริษัท เจดับเบิ้ลยูดี อินโฟโลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) เมื่อต้นปี 2566 ที่ผ่านมา ได้ประกาศแผนขยายธุรกิจครั้งใหญ่ เพื่อผลักดันธุรกิจโลจิสติกส์และซัพพลายเชนออกสู่ภูมิภาคอาเซียน พร้อมตั้งเป้าสร้างรายได้ 30,000 ล้านบาทภายในปีนี้ และเติบโตเฉลี่ย 12% ในอีก 3 ปีข้างหน้า รวมถึงมีมูลค่าทางการตลาด (Market cap) เติบโตกว่า 100,000 ล้านบาท ภายในปี 2570

โดยแผนงานธุรกิจของ SJWD ในครั้งนี้ ให้ความสำคัญกับการขยายธุรกิจเดิม และรุกตลาดบริการใหม่ ผ่านการร่วมทุน การควบรวมกิจการ และซื้อกิจการ (M&A) เพื่อเชื่อมต่อโครงข่ายการให้บริการด้านโลจิสติกส์และซัพพลายเชนในระดับภูมิภาค และตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น ผ่านแผนงาน 5 ส่วนสำคัญ ดังนี้

ประหยัดต้นทุนและเพิ่มรายได้จาก Cross-Sale & Up-Sale

แผนงานส่วนแรก คือ การร่วมมือกันลดต้นทุนบางส่วนในการดำเนินธุรกิจ อาทิ การรวมคำสั่งซื้อสินค้าและบริการ เช่น การใช้บริการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ ซื้อประกันภัย เป็นต้น การรวมฟลีตรถและเพิ่มประสิทธิภาพบริหารจัดการ การปรับอันดับความน่าเชื่อถือของบริษัทฯ โดยบริษัทจัดอันดับเครดิต ซึ่งจะมีผลต่อการลดต้นทุนทางการเงิน โดยตั้งเป้าหมายว่าจะลดต้นทุนให้ได้อย่างน้อย 20 ล้านบาท ภายในปี 2567

นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการใช้ข้อมูลจากฐานลูกค้าเดิมของทั้ง 2 บริษัท ในการทำ Cross-Sale และ Up-Sale เพื่อเพิ่มรายได้ในอนาคตอย่างน้อย 100 ล้านบาท/ปี

สร้างมูลค่าเพิ่มด้วยความเชี่ยวชาญของแต่ละฝ่าย

สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับบริการเดิม ที่แต่ละฝ่ายมีความเชี่ยวชาญอยู่แล้ว อย่างคลังสินค้าห้องเย็น โลจิสติกส์ยานยนต์ รวมถึงการขนส่งเคมีภัณฑ์อันตราย โดยมุ่งมั่นพัฒนาการบริการให้เป็นแบบครบวงจร และครอบคลุมในหลายพื้นที่มากยิ่งขึ้น ในลักษณะของธุรกิจ B2B2C เพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภค

เช่น ต่อยอดความเชี่ยวชาญด้านการให้บริการขนส่งสินค้าข้ามแดนของทั้ง 2 ฝ่าย กับ Cambodia Railway พาร์ตเนอร์จากกัมพูชา เพื่อให้บริการขนส่งสินค้าข้ามแดนจากกัมพูชา-ไทย ในรูปแบบแบบไฮบริด โมเดล ครอบคลุมการขนส่งทางรางและทางรถ เพื่อเพิ่มศักยภาพการให้บริการและช่วยลดต้นทุนแก่ลูกค้า

โดย SJWD ถือเป็นผู้ประกอบการรายแรกในไทย ที่สามารถให้บริการขนส่งสินค้าข้ามแดนจากกัมพูชา-ไทย แบบไฮบริด และ Door-to-Door Service (จากผู้ส่งถึงผู้รับ) ตอกย้ำการเป็น First Mover ในการนำเสนอบริการโลจิสติกส์และซัพพลายเชน

ต่อยอดโมเดลความสำเร็จในไทยสู่การเชื่อมต่อบริการในอาเซียนแบบไร้รอยต่อ

SJWD จะนำโมเดลธุรกิจ “คลังสินค้าห้องเย็น” และ “โลจิสติกส์ยานยนต์” ที่ประสบความสำเร็จในไทย มาเป็นโมเดลในการพัฒนาการเชื่อมต่อบริการในประเทศอาเซียน โดยตั้งเป้าหมายว่าภายในปี 2570 รายได้ในส่วนนี้ จะมีสัดส่วนเป็น 40% จากรายได้ทั้งหมดที่มาจากต่างประเทศ

ทั้งนี้ SJWD จะต่อยอดโมเดลความสำเร็จนี้ ไปยังกลุ่มประเทศอาเซียนที่มีศักยภาพสูง ซึ่งทางเอสซีจีมีการลงทุน และการดำเนินงานที่แข็งแกร่งอยู่แล้ว ด้วยหลากหลายวิธี เช่น เตรียมเข้าซื้อหุ้น 100% ในบริษัท เอสซีจี อินเตอร์ เวียดนาม จำกัด (SCG Inter Vietnam) ผู้ให้บริการโลจิสติกส์และซัพพลายเชนในประเทศเวียดนาม ที่มีลูกค้าหลักเป็นธุรกิจในเครือ SCG และลูกค้าทั่วไป โดยคาดว่ารายได้ช่วงแรกจะประมาณ 800-1,000 ล้านบาทต่อปี, วางแผนร่วมมือกับ Transimex Corporation พาร์ทเนอร์ท้องถิ่นที่เป็นผู้ให้บริการโลจิสติกส์ชั้นนำในประเทศเวียดนาม เพื่อร่วมกันขยายธุรกิจในเวียดนามอย่างต่อเนื่อง เป็นต้น

เดินหน้าให้บริการแบบ D2C

นอกจากนี้ SJWD ยังได้เดินหน้าให้บริการแบบ D2C (Direct to Consumer) เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไป อาทิ บริการคลังสินค้าแบบครบวงจรเพื่อธุรกิจอีคอมเมิร์ซ การให้คำปรึกษา รูปแบบการให้บริการที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามลักษณะของธุรกิจ

ขยายขอบเขตการให้บริการสู่ธุรกิจใหม่

สุดท้ายนี้ SJWD มีการขยายขอบเขตการให้บริการอย่างต่อเนื่อง และต่อยอดไปสู่การสร้างธุรกิจใหม่ อาทิ วางแผนยกระดับธุรกิจโรงเรียนสอนขับรถเป็นสถาบันสอนขับรถ เพื่อขยายบริการฝึกอบรมแก่บุคลากรภายในเครือ SCG ไปยังลูกค้าภายนอก, มีแผนจัดตั้งบริษัทร่วมทุนด้านการให้บริการขนส่งชิ้นส่วนยานยนต์ ในประเทศไทย เพื่อดำเนินธุรกิจให้บริการขนส่งชิ้นส่วนอะไหล่รถยนต์ไฟฟ้าจากประเทศจีนไปยังโรงงานผลิต ยานยนต์ไฟฟ้าครบวงจร และจัดส่งแก่ดีลเลอร์รถทั่วประเทศ ซึ่งคาดว่าจะเริ่มรับรู้รายได้บางส่วนในปีหน้า และรับรู้รายได้เต็มปีตั้งแต่ปี 2568 เป็นต้นไป

อีกทั้งยังได้วางแผนขยายการให้บริการขนส่งสินค้าควบคุมอุณหภูมิไปยังกลุ่มผลิตภัณฑ์อื่น ๆ เช่น ยาและเวชภัณฑ์ สินค้าเพื่อสุขภาพ เป็นต้น ซึ่งจะต่อยอดจากความเชี่ยวชาญในบริการคลังสินค้าห้องเย็นและรถขนส่งควบคุมอุณหภูมิสำหรับวัคซีน โดยได้วางงบลงทุน (เฉพาะธุรกิจขนส่งสินค้าควบคุมอุณหภูมิ) ตามแผน 5 ปี ประมาณ 450 ล้านบาท

อนึ่ง SJWD มีสัดส่วนการดำเนินธุรกิจโลจิสติกส์และซัพพลายเชน คิดเป็น 86.9% และมีธุรกิจอื่น ๆ ในการดูแลอีกกว่า 13.1% เช่น ซัพพลายเชนด้านอาหาร สถาบันการศึกษาด้านโลจิสติกส์ เป็นต้น

TODAY Bizview มองว่าการประกาศขยายธุรกิจสู่ภูมิภาคอาเซียนในครั้งนี้ นับว่าเป็นเรื่องที่น่าจับตามอง เพราะ SJWD คือผู้นำด้านบริการโลจิสติกส์และซัพพลายเชนโซลูชั่นแบบครบวงจร ที่มีการบริการครอบคลุมหลายด้าน และหลายพื้นที่ รวมถึงมีทรัพยากรที่พร้อมผลักดันให้ธุรกิจโลจิสติกส์สัญชาติไทย เติบโตในตลาดต่างประเทศได้อย่างเต็มที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...